อุทธรณ์ยืนคุก 50 ปี ลูกศิษย์อดีตเจ้าคุณอุดมปลอมขอเครื่องราชฯ


ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำคุก 50 ปี 5 ลูกศิษย์อดีตรองเจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทร์ ยกฟ้อง 3 คน คดีปลอมเอกสารราชการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

วันนี้ (18 พ.ย.) เมื่อเวลา 09.30 น.ที่ห้องพิจารณาคดี 911 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำที่ ด.1597/2531 และหมายเลขแดงที่ ด. 1077/2548 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายผาสุก ขาวผ่อง หรือพระราชปัญญาโกศล หรือ เจ้าคุณอุดม อดีตรองเจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทร์ จำเลยที่ 1 (เสียชีวิตแล้ว), นายอำไพ แก้วพงษ์ ผู้ใกล้ชิดเจ้าคุณอุดม จำเลยที่ 2 (เสียชีวิตแล้ว), นายสันติ สวนแก้ว อดีตพนักงานธนาคารกรุงเทพ ลูกศิษย์ใกล้ชิดของเจ้าคุณอุดม จำเลยที่ 3 (เสียชีวิตแล้ว), นายอรุณ เพชรรัตน์ จำเลยที่ 4, นายมนตรี จำนง ครูโรงเรียนนวมินราชานุสรณ์ จ.นครนายก จำเลยที่ 5, น.ส.เฉลิมศรี อู่ทรัพย์ จำเลยที่ 6 (เสียชีวิตแล้ว), นายสมัย กาจู๊ด ลูกศิษย์ใกล้ชิด จำเลยที่ 7 (เสียชีวิตแล้ว), น.ส.พัทยา พิมพ์สอาด อดีตพนักงานธนาคารกรุงเทพ ฯ จำเลยที่ 8, นายอารี ศาสตรสาระ อดีตข้าราชการพลเรือน ช่วยงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ จำเลยที่ 9, นายพิภพ บุญดิเรก อดีตข้าราชการพลเรือน ช่วยงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ จำเลยที่ 10, นายเมธี บริสุทธิ์ อดีตข้าราชการพลเรือนประจำในสำนักงานเลขาธิการสำนักนายกรัฐมนตรี จำเลยที่ 11 (เสียชีวิตแล้วระหว่างอุทธรณ์คดี), นายสุรเดช เตชะคุปต์ จำเลยที่ 12 (เสียชีวิตแล้ว), นายไพบูลย์ ทองมิตร อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จำเลยที่ 13 ( เสียชีวิตแล้ว), นางชมัยภร แสงกระจ่าง อดีตข้าราชการพลเรือนประจำสำนักงานเลขาธิการสำนักนายกรัฐมนตรี จำเลยที่ 14, นายขุนทอง ภูผิวเดือน อดีต รมช.ศึกษาธิการ จำเลยที่ 15 (เสียชีวิตแล้ว) และ นายวิโรจน์ ชาทอง อดีตศึกษานิเทศก์ 6 กรมสามัญศึกษา จำเลยที่ 16 ในความผิดฐาน ร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ จูงใจให้บุคคลมอบทรัพย์สิน, ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ทำเอกสาร กระทำการกรอกข้อความอันเป็นเท็จ, ร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับ ทรัพย์สินเพื่อกระทำการในตำแหน่งโดยมิชอบ, ร่วมกันปลอมดวงตราของทบวงการเมือง องค์การสาธารณะ หรือของเจ้าพนักงาน และร่วมกันปลอมเอกสารราชการ และตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148, 149, 162, 251 และ 265 จากกรณีระหว่างปี 2522-2529 จำเลยที่ 1 กับพวกร่วมกันปลอมแปลงเอกสารใบอนุโมทนาบัตร ที่รับเงินบริจาคจากประชาชนที่พวกจำเลยได้จูงใจให้บริจาคทรัพย์สินเพื่อยื่น เอกสารต่อกระทรวงศึกษาธิการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

โดยอัยการโจทก์ ยื่นฟ้องคดีเมื่อวันที่ 1 ส.ค.31 ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 27 เม.ย.48 ว่า จำเลยที่ 4, 5, 8, 9 มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงาน ซึ่งใช้ตำแหน่งโดยมิชอบจูงใจให้ผู้อื่นมอบทรัพย์สิน เพื่อประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น มาตรา 148 และกระทำการเป็นการช่วยเหลือให้ความสะดวกแก่ผู้กระทำผิด ตามมาตรา 86 ให้จำคุกจำเลยที่ 4 จำนวน 113 กระทงๆ ละ 10 ปี รวมจำคุก 1,130 ปี จำเลยที่ 5 จำนวน 117 กระทงๆ ละ 10 ปี รวมจำคุก 1,170 ปี จำเลยที่ 8 จำนวน 192 กระทงๆ ละ 10 ปี รวมจำคุก 1,920 ปี จำคุกจำเลยที่ 9 กระทำผิด ม.149 จำนวน 98 กระทงๆ 15 ปี และม.148 ประกอบ ม. 86 อีก 1 กระทง เป็นเวลา 10 ปี รวมจำคุก 2,660 ปี และจำคุกจำเลยที่ 11 จำเลยที่ 11 กระทำความผิด ม.149 จำนวน 98 กระทงๆละ 15 ปี และม.148 ประกอบ ม.86 อีก 1 กระทง เป็น 10 ปี รวมจำคุก 1,480 ปี แต่เมื่อรวมโทษจำเลยที่ 4, 5, 8, 9 และ 11 ทุกกระทงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3) แล้ว ให้จำคุกจำเลยไว้คนละ 50 ปี

ส่วนจำเลยที่ 10, 14 และ 16 ไม่มีน้ำหนักเพียงพอว่ากระทำผิดตามฟ้อง ศาลจึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย พิพากษายกฟ้อง และให้ริบของกลางตามบัญชีทรัพย์ของกลาง ส่วนจำเลยที่ 1, 2, 3, 6, 7, 12, 13 และ 15 ศาลมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบ เนื่องจากจำเลยเสียชีวิตแล้ว

ต่อมาโจทก์และจำเลยยื่นอุทธรณ์ ขณะที่จำเลยที่ 11 เสียชีวิตไปแล้วระหว่างอุทธรณ์เมื่อปี 2550

ทั้งนี้ ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมกันแล้วเห็นว่า จำเลยที่ 4, 5 มีความผิดจริงตามฟ้อง ขณะที่อุทธรณ์ของอัยการโจทก์บางข้อฟังขึ้น จึงพิพากษาแก้เพิ่มโทษจำคุกนายอรุณ จำเลยที่ 4 จากเดิมที่ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 1,130 ปี เป็นเวลา 2,234 ปี นายมนตรี ครูโรงเรียนนวมินราชานุสรณ์ จังหวัดนครนายก จำเลยที่ 5 จาก 1,170 ปี เป็น 2,180 ปี

ส่วนอุทธรณ์ของ นายอารี อดีตข้าราชการพลเรือน ช่วยงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ จำเลยที่ 9 ฟังขึ้นบางส่วน จึงพิพากษาแก่ยกฟ้อง มาตรา 148 แต่ให้จำเลยที่ 9 กระทำผิด ม.149 จำนวน 98 กระทง เป็นเวลา 1,470 ปี แต่เมื่อรวมโทษ จำเลยที่ 4, 5, 9 ทุกกระทงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(3) แล้ว ให้จำคุกจำเลยไว้คนละ 50 ปี

ส่วนจำเลยที่ 8 และ 11 พิพากษายืนตามชั้นต้นที่ให้จำคุก น.ส.พัทยา อดีตพนักงานธนาคารกรุงเทพ จำเลยที่ 8 เป็นเวลา 1,920 ปี และ นายเมธี อดีตข้าราชการพลเรือนประจำในสำนักงานเลขาธิการสำนักนายกรัฐมนตรี จำเลยที่ 11 เป็นเวลา 1,480 ปี และพิพากษายืนยกฟ้องนายพิภพ อดีตข้าราชการพลเรือน ช่วยงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ จำเลยที่ 10, นางชมัยภร อดีตข้าราชการพลเรือนประจำสำนักงานเลขาธิการสำนักนายกรัฐมนตรี จำเลยที่ 14 และ นายวิโรจน์ อดีตศึกษานิเทศก์ 6 กรมสามัญศึกษา จำเลยที่ 16

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้ซึ่งยืดเยื้อมาเกือบ 20 ปี โดยระหว่างพิจารณาคดี ได้มีการเปลี่ยนพนักงานอัยการหลายคน โดยล่าสุดจำเลยเสียชีวิตไปแล้ว 9 คน ผู้พิพากษาเสียชีวิต 1 คน และทนายความเสียชีวิต 4 คน โดยคดีนี้โจทก์นำสืบกว่า 100 ปากจากพยานที่อ้างไว้ 538 ปาก

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

Advertisements