“แนนนี่” เกิร์ลลี่ เบอร์รี่ พื้นที่ส่วนตั๊ว…ส่วนตัว


แนนนี่

จับไมค์ร้องเพลงมา แล้ว 9 ปีเต็ม ล่าสุดนักร้องสาวเซ็กซี่ “แนนนี่” ภัทรนันท์ ดีรัศมี ได้พลิกบทบาทจากงานเพลงก้าวเข้าสู่งานแสดงภาพยนตร์ครั้งแรก ในภาพยนตร์เรื่อง “ตายทั้งกลม” ที่งานนี้เธอถึงกับดีใจ เพราะนอกจากจะเป็นงานแสดงครั้งแรกในชีวิตของเธอแล้ว บทบาทที่ได้รับยังเป็นการสลัดภาพเซ็กซี่อีกด้วย

กำลังมีผลงานภาพยนตร์แบบนี้ คม ชัด ลึก เลยขอคว้าตัวเธอมานั่งสนทนากับเรื่องราวชีวิตของเธอ ลองมาเปิดใจเธอกันเลย

งานในวงการบันเทิง
บทบาทในหนังเรื่อง “ตายทั้งกลม”
ในเรื่อง รับบทเป็นพยาบาล เรียบร้อยจิตใจดี แล้วก็รักแฟน คบแฟนมา 5 ปี กำลังจะแต่งงานแล้ว แต่วันหนึ่งชีวิตเกิดมีเรื่องราวแปลกๆ เข้ามา แฟนเราก็เปลี่ยนไป พฤติกรรมเปลี่ยนไป แล้วเขาบอกว่าถูกผีตามฆ่า เราก็ต้องไปสืบว่าเรื่องจริงเป็นยังไง

ประเดิมกับงานแสดงเรื่องแรกก็เจองานหินเลย
จริงๆ รู้ตัวว่าจะได้เล่นเรื่องนี้ ตื่นเต้น ตอบรับเลย เพราะเราอยากเล่น เอาบทกลับไปอ่านที่บ้าน แต่โชคดีที่มีแอ็กติ้งโคสมาช่วยสอนในเรื่องการแสดง พอได้มาเล่น เห็นตัวเองเล่นก็เขินนะ (หัวเราะ) เพราะปกติเป็นคนไม่ค่อยแสดงอารมณ์อะไรมากมายทางสีหน้าเท่าไหร่ พอได้มาเล่น มาทำอะไรก็แปลกดี ดูเหมือนไม่ใช่เรา

ถือว่าสลัดภาพเซ็กซี่เลยหรือเปล่า
โดยรวมเรื่องนี้ก็เรียบร้อย ถามว่ามีเลิฟซีนไหม อยากให้ดูในหนังดีกว่า

จากจับไมค์ร้องเพลงมาเป็นนักแสดงยากไหม

ยากนะ แต่มันเป็นอีกบทบาทที่สนุกดี เราก็ชอบ ความยากไม่ใช่เพราะต้องมารับบทเรียบร้อยนะ อย่างที่บอก ว่าแนนนี่ไม่ค่อยแสดงออกทางด้านอารมณ์ความรู้สึกมากนัก แต่เรื่องนี้มีความดราม่ารวมอยู่ด้วย เลยต้องใช้อารมณ์นิดหนึ่ง เลยรู้สึกยาก

ติดใจงานการแสดงไหม
สนุก ชอบ ก็เป็นอีกงานหนึ่งที่ตอนนี้หลงใหลอยู่ อยากทำอีก

ก่อนมาเล่นเรื่องนี้ปรึกษาเพื่อนๆ ในวงไหม เพราะแต่เพื่อนๆ แต่ละคนผ่านงานแสดงมาบ้างแล้ว
แนน นี่ก็ถามนะ คุยทั้ง เบลล์ (มนัญญา ลิ่มเสถียร) กิ๊บซี่ (วนิดา เติมธนาภรณ์) กิ๊ฟซ่า (ปิยา พงศ์กุลภา) เพราะแต่ละคน มีประสบการณ์ในการแสดง คือจะคุยกันตลอดอยู่แล้ว ว่าอะไรยังไง เล่าสู่กันฟัง

มีงานหนังเรื่องอื่นอีกไหม
ยังไม่มีอะไรเพิ่มเติม เพราะว่ากำลังทำงานอัลบั้มชุดใหม่อยู่ อันนี้ก็เป็นอีกงานหนึ่ง ที่กำลังมุ่งเน้นอยู่ อัลบั้มนี้อาจจะใช้เวลานานหน่อย นี่ก็แพลนมาสักพักหนึ่งแล้ว เพราะอัลบั้มนี้เราโปรดิวกันเอง แล้วมันยาก เพราะเราไม่เคยทำกันมาก่อน ก็เลยใช้เวลากันนานนิดหนึ่ง ขอเวลาแป๊บหนึ่ง แต่เราไม่ได้ลงไปถึงขั้นแต่งเพลงเอง จะเป็นคนคิดไอเดียเองทั้งหมด แล้วก็จัดการเวลาในการทำงานเอง มันก็ค่อนข้างยาก แต่ก็จะได้งานที่ออกมาถูกใจเรามากที่สุด

อัลบั้มนี้จะแตกต่างจากอัลบั้มที่ผ่านมาอย่างไรบ้าง
เปลี่ยนไหม….มีเซอร์ไพรส์แน่นอน แต่ยังบอกว่าไม่ได้ว่าเป็นยังไง รับรองว่าไม่เคยออกแบบนี้แล้วกัน

เครียดไหมที่ต้องลงมาโปรดิวกันเอง

ไม่หรอก…เพราะว่าเรารู้สึกโตแล้ว ทำงานมานานแล้ว เราก็อยากทำอะไรหลายๆ อย่าง ว่าเราจะทำอะไรบ้าง

ก่อนหน้านี้ก็มีข่าวออกมาตลอดเรื่องแยกวง
มีมาเรื่อยๆ ทุกปี อยู่กันไปแบบนี้ดีแล้ว แยกกันไปก็ไม่รู้จะยังไง ตอนนี้ยังพอใจที่ทำงานแบบนี้อยู่

สัญญากับอาร์เอสเหลือเยอะไหม
สัญญาเหลืออีก 3 ปีเลย เพราะเพิ่งจะต่อสัญญาไปเมื่อไม่นานมานี้เอง ส่วนศิลปินในค่ายที่เริ่มออกไป แนนนี่คิดว่าคนเราโตไปช่วงอายุหนึ่ง ก็คงอยากจะมีการปรับเปลี่ยนทางสายงานบ้าง มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ที่จะมีการย้ายที่ทำงาน มันก็เป็นเรื่องปกติ

ส่วนใหญ่คนจะคาดหวังว่า เกิร์ลลี่เบอร์รี่ ออกอัลบั้มไหน จะต้องเซ็กซี่
จริงๆ อยางที่เคยพูดไปหลายรอบ เวลาที่เราทำงาน เราจะไปซีเรียสในเรื่องของงานเพลง หรือท่าเต้นมากกว่า ที่จะไปซีเรียสเรื่องภาพลักษณ์ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งสุดท้ายด้วยซ้ำ

คนมองว่าเกริล์ลี่เบอร์รี่ขายเซ็กซี่
อันนั้นแล้วแต่คนจะมอง เราก็รับได้ในทุกมุม ไม่เครียด มันเลยจุดนั้นมาแล้ว

ข่าวคราวในวงการ
หากเอ่ยชื่อวงเกิร์ลลี่ เบอร์รี่ ชื่อเสียงมักจะมาคู่กับข่าวฉาวๆ เสมอ
ใช่…ซึ่งข่าวในแง่ลบ บางทีมันมีทั้งจริงและไม่จริง แล้วแต่วิจารณญาณแต่ละคนที่จะเชื่อ เพราะเราบังคับจิตใจใครไม่ได้อยู่แล้ว ก็แสดงให้เห็นเลยดีกว่า ถ้าคนที่เขาอยู่กับเรานานๆ ก็จะรู้จริงๆ มันไม่ได้เป็นอะไรอย่างนั้นซะหน่อย อยากให้ดูนานๆ อย่าไปหูเบาเชื่อข่าวอะไรง่ายๆ

ข่าวอะไรที่ร้ายแรงที่สุดที่แนนนี่รับไม่ได้ มันมีมาเป็นระลอกในแต่ละปี (หัวเราะ) อย่างร้ายแรงเมื่อไม่กี่ปีที่แล้ว เรื่องกรณีกระทรวงวัฒนธรรมเรียกร้องให้พวกเราออกมาขอโทษหลังแต่งชุดนุ่งสั้น ร่วมงานสงกรานต์จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม แต่ตอนนั้นเราใส่ชุดเพราะทำงาน หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรแล้ว

เคยท้อถึงขั้นไม่อยู่วงการนี้แล้วไหม
เคยคิดหลายรอบ แต่สุดท้ายก็อยู่ด้วยความเข้าใจมากกว่า มันเหมือนอารมณ์น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า คือเราก็ต้องพึ่งพี่ๆ นักข่าวทุกคน พี่ๆ นักข่าวทำงานตรงนี้ก็ต้องได้ข่าวจากพวกเรา เหมือนพึ่งพากันไป ตอนนี้มันจะ 10 ปี มันเลยจุดที่จะคิดว่าเจอข่าวไม่ดีแล้วท้อ ฉันจะไม่อยู่วงการแล้ว เราอยู่มาขนาดนี้ เราเข้าใจแล้ว เราต้องไม่เครียด ต้องปล่อยวางไปบ้าง เพราะข่าวมันผ่านเข้ามา มันก็ผ่านไป

มองว่าอนาคตในวงการนี้อย่างไรบ้าง
จริงๆ อยากลองทำงานทุกอย่าง แนนนี่ได้เดินแบบแล้ว นักร้องก็เป็นแล้ว ตอนนี้ก็เล่นหนังแล้ว อยากจะลองการแสดงอีกหลายๆ แบบ อยากลองละคร พิธีกร และอีกหลายๆ อย่างเลย อย่างตอนนี้อาร์เอสก็เปิดกว้างมากขึ้น ให้เราทำงานต่างค่ายได้ อย่างหนังเรื่องนี้ ก็เป็นหนังต่างค่าย หรือที่ผ่านมาได้ถ่ายแบบกับนิตยสาร อิน แม็กกาซีน ซึ่งเป็นหนังสือในเครือของแกรมมี่

ตอนนี้แนนนี่อยู่วงการมา 9 ปีกว่าแล้ว จะ 10 ปีแล้ว นับว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี มันทำให้เราเป็นคนนิ่งหลายๆ ด้าน รับอะไรได้มากขึ้น อย่างโดนข่าวแรงๆ เราก็อยู่กับมันด้วยความเข้าใจ คิดในแง่ดีว่าพี่ๆ นักข่าวยังคิดถึงเรา

เคยคิดไหมว่าถ้าไม่อยู่วงการบันเทิง จะทำอะไร
คิดอยู่ อยากจะทำงานในวงการบันเทิงให้ครบก่อน ทั้งเบื้องหน้า เบื้องหลัง นอกเหนือจากนั้นคงจะไปทำธุรกิจ โดยส่วนตัวอยากทำร้านเบอร์เกอรี่ ชอบไปนั่งร้านกาแฟ แต่ไม่กินกาแฟ(ยิ้ม) ไปนั่งกินขนม ตอนนี้แนนนี่ก็เริ่มฝึกทำขนมเองแล้ว แต่ยังไม่ได้เรียนจริงจัง คงอีกพักสักจะไปเรียน ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการอยู่

หัวใจไร้รัก
ความรักตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง
ตอนนี้โสดสนิท (ยิ้ม) มุ่งงานอย่างเดียว เราไม่เคยปิดตัวเอง แต่มันเหมือนเป็นช่วงจังหวะชีวิตที่มันไม่พอดี มีคนผ่านเข้ามา แล้วก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วและง่ายได้ เราก็ไม่ซีเรียส เราก็เต็มที่กับงานดีกว่า มีคนเข้ามาให้ศึกษา แต่อย่างที่บอก ว่าผ่านมาก็ผ่านไป คือบางทีคุยกันก็เป็นเพื่อนกัน

สเปกเปลี่ยนไปไหม
ตอนนี้ไม่มีสเปกแล้วล่ะ พอโตขึ้นมา คิดว่าเอาคนที่อยู่ด้วยกัน คุยกันรู้เรื่อง ไม่ทำให้ปวดหัว หรือทำให้หนักใจก็พอแล้ว ที่ผ่านมาแนนนี่คบใครก็เต็มที่ บางทีมันมากไปหรือเปล่าเลยเสียศูนย์ ตอนนี้ก็เลยโฟกัสกับงานดีกว่า ถ้าแนนนี่มีใครจริงๆ ก็คงศึกษาในระดับหนึ่งก่อน แล้วค่อยเปิด

เคยคิดไหมจะแต่งงานเมื่อไหร่

ไม่เคยคิดเรื่องแต่งงานเลย ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน ผู้หญิงหลายคนคิดเรื่องแต่งงาน มีลูก แต่เรื่องพวกนี้ไม่เคยอยู่ในหัวแนนนี่เลย โดยส่วนตัวอาจจะเป็นคนที่มีชีวิตค่อนข้างสันโดษ ชอบความเป็นอิสระ ไปไหนตามสบาย เราอาจจะยังไม่ถึงวัยที่จะพร้อมด้วยก็ได้

แสดงว่ามีโลกส่วนตัว
มีโลกส่วนตัวสูงมาก เราจะมีมุมมีพื้นที่ส่วนตัวของเรา

เชื่อเรื่องหมอดูบ้างไหม
เชื่อในระดับหนึ่ง ผู้หญิงยังไงก็ต้องมีอยู่แล้ว เมื่อก่อนดูบ่อย ดูแล้วไม่สบายใจ ก็เลยเลิกดูแล้ว คิดว่าชีวิตเรากำหนดเองดีกว่า คือมีหมอดูบอก ว่ายังไม่เจอคนที่ใช่ แล้วเขาบอกว่าอาจจะไม่มีคู่จนอายุ 30 กว่า ก็เลยเลิกดู (หัวเราะ) ตอนนี้อายุ 25 ปี เบญจเพสพอดี ถือว่าเป็นเบญเพสที่ดีนะ เรื่องงานดี เรื่องเงินดี แต่เรื่องความรักถึงจุดต่ำสุด ฉะนั้นมาลุยเรื่องงานดีกว่า

เอ้า…หนุ่มๆ กรอกใบสมัครได้นะจ๊ะ

คมชัดลึก