จับขบวนการล้มเจ้า ‘สุชาติ นาคบางไทร’ คาห้างดัง รับหมิ่นเบื้องสูงจริง!


สุชาติ นาคบางไทร

กองปราบฯ รวบ “สุชาติ นาคบางไทร” อดีตแนวร่วม นปช. ผู้ต้องหาหมิ่นเบื้องสูง คาห้างแพลทินัม ประตูน้ำ พร้อมส่งตัวให้ สน.ชนะสงครามสอบปากคำ เจ้าตัวรับสารภาพได้พูดปราศรัยบนเวที นปช.ดูหมิ่นอาฆาตมาดร้ายสถาบันจริง เมื่อรู้ตัวถูกออกหมายจับได้หลบหนีวนเวียนใน กทม.และต่างจังหวัด จนมาถูกจับขณะนั่งกินอาหารกับลูกที่ห้างดัง ด้านตำรวจเตรียมส่งฝากขังศาลพรุ่งนี้ (2 พ.ย.)

วันนี้ (1 พ.ย.) เมื่อเวลา 11.00 น. พ.ต.ท.อัครวุฒิ์ หลิมรัตน์ สว.กก.ปพ.บก.ป. พ.ต.ท.อธิป ฉิมอร่าม พนักงานสอบสวน (สบ 3) กก.4 บก.ป. นำกำลังเข้าจับกุม นายวราวุธ ฐานังกรณ์ หรือสุชาติ นาคบางไทร อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 66 ซอยพัฒนาการ 65 แขวงและเขตประเวศ กทม. อดีตแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2911/2551 ลงวันที่ 17 ต.ค.2551 ในข้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ ราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยจับกุมได้ที่บริเวณศูนย์อาหาร ชั้น 6 ห้างสรรพสินค้าเดอะแพลทินัม แฟชั่นมอลล์ แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กทม.

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากนายสุชาติได้ขี้นปราศรัยเวทีของ นปช.ที่ท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 14 ต.ค.2551 โดยมีเนื้อหาจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูง ซึ่งต่อมาพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม ได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับในความผิดดังกล่าว และออกติดตามไปยังบ้านพักย่านดอนเมืองแล้วแต่ไม่พบตัว

จนกระทั่งวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ป.สืบทราบว่าผู้ต้องหาได้เดินทางมาที่ห้างดังกล่าวจึงนำกำลังเข้าจับกุม เอาไว้ได้ขณะเจ้าตัวกำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่ในศูนย์อาหาร ชั้น 6 ของห้างดังกล่าว ก่อนควบคุมตัวส่ง พ.ต.อ.ขิง แขวงวิเศษชัยชาญ ผกก.สน.ชนะสงคราม พ.ต.ท.ณฐกร คุ้มทรัพย์ รอง ผกก.สส.สน.ชนะสงคราม ทำการสอบปากคำ

ด้าน พ.ต.อ.ขิงกล่าวภายหลังสอบปากคำว่า ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้ปราศรัยบนเวทีตามที่พนักงานสอบสวนได้รวบรวม พยานหลักฐานขออนุมัติออกหมายจับไว้จริง โดยหลังจากที่นายสุชาติรู้ตัวว่าถูกออกหมายจับแล้วได้หลบหนีวนเวียนอยู่ใน กทม.และตามต่างจังหวัด จนกระทั่งวันนี้ได้กลับมาหาลูกที่ กทม. และนัดมารับประทานอาหารด้วยกันที่ห้างดังกล่าว ซึ่งหลังจากแจ้งข้อกล่าวหาแล้วจะนำตัวส่งฝากขังศาลในวันพรุ่งนี้ (2 พ.ย.)

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

Advertisements