“เทพไท” ซัดแก๊งแม้ว มือไม่พายฯ มัวใช้น้ำลายถ่วงแก้ปัญหาน้ำท่วม


โฆษกมาร์ค ซัดแก๊งเพื่อไทย อย่ามัวแต่พล่ามมือไม่พายอย่าเอาเท้าราน้ำ แขวะน้ำลายไม่สามารถแก้ปัญหาความเดือดร้อน ปชช.ได้ ยัน นายกฯ ยอมทิ้งภารกิจหลายด้าน เพื่อลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัย มั่นใจฝ่ายความมั่นคงใช้อำนาจนิติรัฐ กำราบเสื้อแดงจ้องป่วนเวทียูเอ็นอยู่หมัด

วันนี้ (25 ต.ค.) นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวหารัฐบาลแก้ปัญหาน้ำท่วมล่าช้าไม่ทันสถานการณ์ ว่า เป็นพฤติกรรมมือไม่พายเอาเท้าราน้ำ เพราะการแก้ปัญหาในเรื่องนี้รัฐบาลได้ให้ความสำคัญ และทุ่มเทมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวนายกฯ ได้ลงพื้นที่เพื่อไปรับทราบปัญหาตั้งแต่ต้น ที่เกิดปัญหาน้ำท่วมที่เพชรบุรี และอีกหลายจังหวัดในเวลาต่อมา โดยได้ทิ้งงานในหน้าที่ตั้งหลายอย่าง เพื่อไปพบกับประชาชนโดยตรง แม้แต่การลงพื้นที่หาเสียงช่วยเลือกตั้งซ่อมที่สุราษฎร์ธานี ก็ยังละเว้น เพราะเห็นความสำคัญ และความเดือดร้อนของประชาชนมากกว่า

“ไม่ทราบว่าที่ออกมาพูดเรื่องนี้ เคยเอาเท้าตัวเองไปสัมผัสน้ำให้เปียกบ้างแล้วหรือยัง อย่าเอาแต่ปากเปียกปากแฉะวิจารณ์คนอื่นเพียงอย่างเดียว ในสถานการณ์เช่นนี้ทุกฝ่ายต้องช่วยกันให้กำลังคนทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติที่มีความเหนื่อยยากในการทำงานให้ ได้มีกำลังใจมากกว่าการตำหนิเตียน เพื่อหวังผลทางการเมือง อยากจะเตือนพรรคเพื่อไทยว่าอย่าทำการเมืองบนคราบน้ำตาของประชาชน เพราะน้ำลายของพวกคุณมันไม่สามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ ควรจะกำชับคนของตัวเองลงพื้นที่ไปดูแลความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนให้ได้ เสียก่อน ไม่ใช่มานั่งจิบกาแฟจับกลุ่มอยู่ในโรงแรมที่กรุงเทพฯ เพื่อต่อรองช่วงชิงการนำภายในพรรค”

ส่วนข้อเสนอให้รัฐบาลนำเรื่องการแก้ปัญหาน้ำท่วม เป็นวาระแห่งชาตินั้น รัฐบาลตระหนักในเรื่องนี้ดี แต่จะต้องดูถึงความเหมาะสมด้วย และในขณะนี้รัฐบาลได้แต่งตั้งคณะกรรมการติดตามช่วยเหลือผู้ประสบภัยและเปิดศูนย์อำนวยการช่วยเหลือประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อน จากภาวะน้ำท่วมเรียบร้อยแล้ว จึงเห็นว่า เป็นเรื่องของคนไทยทุกคน ที่จะต้องช่วยกันร่วมไม้ร่วมมือในการแก้ปัญหาไม่ใช่เวลาที่มาเกี่ยงกัน หรือชี้หน้าด่ากัน ในสถานการณ์เช่นนี้ ส่วนข้อกล่าวหาว่า มีการกักตุนของบริจาคเพื่อใช้สำหรับแจกให้กับหัวคะแนนตัวเองเท่านั้น เป็นข้อกล่าวหามที่ไม่มีมูลความจริง มีแต่ทุกคนที่จะระดมข้าวของเพื่อบริจาคให้กับผู้เดือดร้อน ไม่มีใครมานั่งคิดถึงคะแนนเสียง หรือผลประโยชน์ทางการเมืองเหมือนกับพวกฝ่ายค้านที่วันๆ ก็คิดแต่โค่นล้มรัฐบาลเพื่อชิงอำนาจทางการเมืองเพียงอย่างเดียว

นายเทพไท กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงจะยื่นหนังสือให้แก่ นายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่มาเยือนประเทศไทย ว่า ถ้าเรื่องดังกล่าวเป็นการแสดงออกทางการเมือง และอยู่ในขอบเขตของกฎหมายก็สามารถทำได้ แต่หากจะหวังผลในทางปฏิบัติก็ถือว่า เป็นเรื่องยาก เพราะยูเอ็นซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศจะไม่เข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทยอย่างแน่นอน เพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอธิปไตย และการจัดการปัญหาภายในของประเทศ ก็ยังสามารถใช้ระบบนิติรัฐจัดการได้

หาก นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย ในฐานะแกนนำของคนเสื้อแดง มั่นใจว่า เรื่องดังกล่าวสามารถที่จะยื่นฟ้องต่อศาลโลกได้ ทำไมไม่ใช้ช่องทางดังกล่าว กลับมายื่นหนังสือให้กับเลขาธิการยูเอ็น ซึ่งเป็นแขกบ้านแขกเมือง และเชื่อว่า การกระทำดังกล่าวของคนกลุ่มนี้เป็นเพียงการเคลื่อนไหวที่หวังผลทางการเมืองเท่านั้น ไม่ควรที่จะเคลื่อนไหวในลักษณะทำลายชื่อเสียงของประเทศ ในฐานะคนไทยก็ควรที่จะช่วยกันรักษาหน้าตาของประเทศกันบ้าน ไม่ใช่เอาแต่เคลื่อนไหวในลักษณะประจารประเทศตัวเอง

“การอ้างว่า ที่ยื่นหนังสือให้กับเลขาธิการยูเอ็น เพื่อบอกกล่าวข้อเท็จจริงของการชุมนุมที่เกิดขึ้นนั้น ก็อยากเรียกร้องว่าควรเสนอข้อมูลให้ครบทุกด้าน ไม่ใช่ยื่นเฉพาะข้อเท็จ และปกปิดข้อจริงไว้ อยากจะให้การแสดงออกครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ใช้คนจำนวนน้อยเท่าที่จำเป็นเท่านั้น”

ส่วนกระแสข่าวว่า มีกลุ่มคนเสื้อแดงบางส่วนจะมาชุมนุมเพื่อแสดงพลังในสถานที่ต่างๆ อีกหลายจุด นายเทพไท กล่าวว่า อยากให้แกนนำอย่างนายจตุพร ต้องแสดงความรับผิดชอบโดยการห้ามปรามเพื่อไม่ให้ภาพพจน์เสียหาย หากมีความวุ่นวายเกิดขึ้น ก็ไม่ควรที่จะโยนความผิดมาให้รัฐบาล และอ้างภายหลังว่า กลุ่มแดงเหล่านั้นไม่เกี่ยวกับกลุ่มแดงของตนเองอีก

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์