“นุ้ย” ฉุน! เฉ่งพีอาร์กุข่าวเป็นเอดส์โปรโมตหนัง


“นุ้ย” โต้เป็นโรคเอดส์ ทำ “ตั๊ก” ของขึ้นเตรียมฟ้องหย่า ฉุนฝ่ายพีอาร์หนัง “ยายสั่งมาใหญ่” เป็นต้นตอกุข่าวเพื่อโปรโมตหนัง เผยไปตรวจได้ผลเลือดไม่ปกติจริง แต่เป็นแค่เชื้อไวรัสเริม ซึ่งภรรยารับรู้ตลอด ยันไม่ใช่คนรักสนุกนอกใจภรรยา พร้อมลั่นไม่มีทางใช้ประเด็นนี้มาโปรโมตหนังตัวเองแน่

จู่ๆ ก็กลายเป็นเรื่องฮือฮาหนาหู เมื่อมีข่าวเมาท์กันว่าตลก “นุ้ย เชิญยิ้ม” เป็นเอดส์ เป็นเหตุทำให้ภรรยาอย่าง “ตั๊ก ศิริพร อยู่ยอด” ถึงกับทำเรื่องฟ้องหย่า กับเรื่องราวดังกล่าวตลกชื่อดังได้เปิดใจถึงชนวนเหตุ เป็นเพราะความผิดพลาดของฝ่ายประชาสัมพันธ์ ที่ใช้ประเด็นนี้มาโปรโมตภาพยนตร์ “ยายสั่งมาใหญ่” ที่ตนนั่งแท่นกำกับ

“มันเป็นเรื่องที่เข้าใจผิดกันอย่างมากๆ เลย คือผมเองก็ไปบริจาคเลือดกับพี่ตั๊ก (ภรรยา) ซึ่งเราเองก็บริจาคกันบ่อยอยู่แล้ว แต่ครั้งนั้นผมบริจาคเลือดกันเสร็จ ผลมันออกมาว่าเลือดของผมไม่ผ่าน ก็เลยไปถามหมอเขาว่าเป็นอะไร หมอเขาก็ดูให้ไม่ได้ เพราะมันอยู่ในห้องแล็บแล้ว มันก็เป็นความลับ ผลเลือดของคนมันเป็นความลับนะ เผอิญวันที่ผมไปเป็นวันเสาร์เขาก็บอกว่า จะรู้ผลได้ก็เป็นวันพุธหน้า ก็เช็คอะไรไม่ได้เลย”

“และด้วยความร้อนใจของเมียไง ก็เลยพาผมไปโรงพยาบาลกรุงเทพ ไปนั่งรออยู่ 4 ชั่วโมงก็ได้ข่าวว่าไม่ได้เป็นอะไร พอถึงอีกพุธนึงผมก็กลับไปที่บริจาคที่สภากาชาดไทยทันทีว่าผลเราเป็นอะไร สรุปก็คือก็เป็นแค่เชื้อไวรัสธรรมดา คือเป็นเริม ซึ่งโรคพวกนี้เป็นแล้วมันก็จะติดกับเราไปจนวันตายเลย เพราะมันอยู่ในกระแสเลือดไปบริจาคให้คนอื่นก็ไม่ได้ ตัวเชื้อเริมนี่ผมเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองมีมานานแค่ไหนแล้ว เพราะผมเองก็เคยเป็นงูสวัด แล้วก็เป็นเริมที่ปาก ตัวผมเองก็เพิ่งรู้”

“ในวันนั้นเองที่รู้ก็มีงานต่อ คือผมต้องไปประชุมเรื่องทำหนังว่า จะโปรโมตยังไง ผมเองก็รีบไปประชุม ซึ่งในการประชุมก็ไม่ได้มีการพูดคุยถึงเรื่องนี้กันเลย เราก็คุยกันเรื่องสนุกสนานตลกกันไป ผมเองก็ไม่คิดว่าพีอาร์จะเอาเรื่องตรงนี้ไปลง แล้วก็เขียนหัวข้อซะน่ากลัวเลย นุ้ยติดโรคร้ายเป็นเลือดบวก พูดแบบนี้ผมก็เสียสิ ผมก็เลยรีบโทรกลับไปเฉ่งเลยว่า ทำอย่างนี้ไม่ได้ ทำอย่างนี้ได้ยังไง ที่คิดจะเอาเรื่องพวกนี้มาเขียนเพื่อโปรโมตหนัง ผมมันไม่ใช่ ผมไม่สนุกกับพี่เลยนะ เราก็เคลียร์กันไป ก็ยอมรับครับว่าข่าวตรงนี้มันผิดพลาดมาจากที่พีอาร์ของผมเอง เขาผิดพลาดมากๆ ผิดพลาดอย่างแรง ซึ่งเขาเองก็มาขอโทษผมนะ แต่ทำไงได้ล่ะ ไอ้เราเองก็ไม่ใช่คนที่อาฆาตแค้นคนซะด้วย ในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นไปแล้วจะทำยังไง”

เผยหลังทราบผลเลือดไม่ปกติ ทำให้ภรรยาไม่พอใจถึงขั้นไม่พูดไม่จาด้วย แต่พอรู้สาเหตุก็สบายใจเคลียร์กันลงตัว ยันไม่ใช่คนรักสนุกนอกใจภรรยา ปัดชูประเด็นนี้เพื่อต้องการโปรโมตหนัง

“ภรรยาผมเองพอรู้ผลเลือดว่าเราไม่ปกติ ตอนนั้นโอ๊ย (ถอนหายใจ) เขาก็ไม่ยอมคุยกับผมเลย เราก็เฮ้ยหมายความว่าไง แล้วถ้าเกิดผมเป็นขึ้นมาจริงๆ ล่ะ คนเรามันก็ต้องให้กำลังใจกัน ถ้ามันเกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นจริงๆ มันต้องให้กำลังใจกันอยู่กันด้วยความเข้าใจ เพื่อให้คนที่เป็นโรคนี้เขามีอายุยืนต่อไป ที่ผ่านมาก็เห็นสังคมบอกว่าสังคมจะให้อภัยให้กำลังใจซึ่งกันและกัน แต่เอาเข้าพอมีคนเป็นขึ้นมาจริงๆ กลับรับไม่ได้ แล้วอย่างนี้เขาจะอยู่กับเราได้ยังไง”

“คนที่ป่วยเป็นโรคนี้ผมเองไม่ได้รังเกียจหรอกนะ แต่ตัวผมเองที่ไม่มั่นใจ ก็เพราะบางทีผมไปใช้ที่ตัดเล็บของคนนั้นคนนี้ เราเองก็ไม่รู้ว่าคนอื่นมันเป็นหรือเปล่า ผมไปตรวจด้วยความกลัวเลยนะ แต่ผลออกมาผมแฮปปี้นะ ไม่มีอะไรก็แค่นี้เอง ส่วนเรื่องที่บอกว่าผมไปคลินิกนิรนาม โอ้ย…คือไปมาวันเดียวแค่นั้นเอง แล้วก็ไม่ได้ลงไปด้วย ก็วันนั้นไงวันที่ยังไม่รู้ผล หมอเขาก็แนะนำว่าให้ไปคลินิกนิรนามสิ ผมก็ยังคิดว่าเอ๊ะคลินิกนิรนามอะไร ก็ขับรถไปก็อยู่เลยรพ.จุฬาฯไปหน่อย ผมก็คิดว่าทำไมมันอึมครึมเหลือเกิน ก็เลยไม่กล้าลงไป พอไม่ลงไปก็เลยโทรติดต่อไปที่รพ.กรุงเทพ ถามเขาว่าตรวจเลือดวันนี้ได้ผลเลยหรือเปล่า พอรู้ว่าได้ผลเลยก็รีบตัดสินใจไปทันที พอรู้ผลวันนั้นผมก็แฮปปี้ไม่มีอะไร”

“ไม่ใช่ว่าเราจะเป็นคนรักสนุกเที่ยวกับผู้หญิงอะไรอย่างนั้น มันไม่ใช่นะ แต่ที่ผมไม่มั่นใจในตัวเอง อย่างที่ผมเคยบอกบางทีอาจจะไปใช้ที่ตัดเล็บของคนอื่น ซึ่งพวกนี้มันติดโรคกันมาได้ เพราะมันเกี่ยวกับเลือด พอตรวจแล้วเมียสบายใจทุกอย่างก็เป็นอันจบ แล้วที่เอาไปเขียนกันว่าผมกับเมียจะหย่ากัน มันไม่ถึงขนาดนั้นหรอก ก็ผมไม่ได้เป็นอะไร เขาก็ต้องเข้าใจ เพราะเราไปตรวจมาด้วยกัน เมียก็รับรู้ วิ่งเต้นฟังผลอยู่ด้วยกัน ที่หมออธิบายเมียก็มานั่งฟังอยู่กับผมด้วย”

“แล้วเรื่องพวกนี้ไปยัดเงินหมอได้เหรอถามหน่อยสิ หลักฐานออกมาทุกอย่างครบหมด ไม่มีอะไร เป็นเรื่องเพราะพีอาร์คนเดียวเลยจริงๆ ที่ทำให้ผมต้องมาเกิดเรื่องแบบนี้ ผมเองก็รู้ว่าหลายคนคิดมึงไม่มีอะไรจะมาโปรโมตแล้วเหรอ แต่ก็นะจะมาโปรโมตหนังทั้งที มึงเอาเรื่องนี้มาโปรโมตหนังเหรอ ไม่ใช่เลย ผมไม่ได้เป็นคนอย่างนั้น”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์