แอนนี่ รายการตีสิบ ยันไม่พิสูจน์บอก DNA อยู่บนหน้าลูกแล้ว โต้ข่าว “จุ๊น” เป็นพ่อเด็ก


แอนนี่ รุ่งนภา บรู๊ค น้องทีฆายุ รายการตีสิบ

แอนนี่ รุ่งนภา บรู๊ค น้องทีฆายุ รายการตีสิบ

“แอนนี่” ยันเสียงแข็งไม่ตรวจดีเอ็นเอ แต่จะบอกลูกว่า “ฟิล์ม” เป็นพ่อ ถ้าอีกฝ่ายใช้ศาลมาบังคับ จะหันหน้าพึ่งมูลนิธิเพื่อนหญิง ลั่นไม่เคลียร์นักร้องหนุ่ม สวนอีกฝ่ายโทรหาแค่ครั้งเดียว แฉ “ฟิล์ม” บอกให้อดทนเป็นแม่ของลูก แต่กลับบอกให้ตรวจดีเอ็นเอเท่ากับด่าตนเป็นผู้หญิงไม่ดี ปัด “จุ๊น” มีเอี่ยวเป็นพ่อเด็ก บอกอยากออกจากบ้านที่เป็นเหมือนคุก วอนทุกคนให้โอกาสตน และขอโทษ “เฮียฮ้อ” อยากให้โอกาส “ฟิล์ม” กลับมาทำงาน

หลังเคยออกมาแถลงข่าว และเอาแต่เก็บตัวเงียบอยู่ในคอนโดมานาน ในที่สุด “แอนนี่ รุ่งนภา บรู๊ค” ก็ยอมโผล่ออกมาเปิดใจกับสื่อมวลชนอีกรอบ โดยเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา (27 ก.ย.) ดาราสาวพร้อมลูกชาย “น้องทีฆายุ” ได้เดินทางไปบันทึกเทปรายการ “ตีสิบ” ที่ห้างเซ็นทรัล พระราม 2 แต่ก่อนเริ่มอัดรายการ “แอนนี่” ได้เปิดอกกับสื่อมวลชนในทุกประเด็น โดยดาราสาวบอกว่าครั้งนี้จะเป็นการออกมาพูดครั้งสุดท้าย ทั้งยังยืนยันจะไม่มีการตรวจดีเอ็นเอ

“วันนี้จะพูดแค่ครั้งเดียวและครั้งสุดท้าย ถ้าเกิดต่อไปเราได้เจอกันอีก แอนนี่ขออนุญาตคุยเรื่องอนาคต แอนนี่จะกลับมารับงานเพราะต้องดูแลน้อง เรื่อง การตรวจดีเอ็นเอแอนนี่ยืนยันคำเดิมว่า จะไม่ตรวจแน่นอน ถ้าเขาจะไปร้องศาลบังคับให้แอนนี่ตรวจ ตรงนี้ต้องให้มูลนิธิเพื่อนหญิงเข้ามาช่วยเหลือตัดสินใจกับแอนนี่ คือแอนนี่ไม่ได้ติดต่อเอง แต่ทางพี่ๆ เขาเป็นห่วงเราเป็นห่วงน้อง เขาก็ถามว่าถ้ามีอะไรให้ช่วยเหลือก็ยินดีและเต็มใจ และพร้อมจะช่วยเหลือค่ะ แต่แอนนี่คิดว่ามาถึงตรงนี้แล้ว มันไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องนี้ เพราะถ้าทำกันถึงขนาดต้องขึ้นโรงขึ้นศาล มันจะเยอะไปสำหรับผู้หญิงคนเดียวหรือเปล่า ถ้าเขายืนยันจะทำจริงๆ เพื่อ…??”

“บางคนบอกไม่ตรวจจะ เป็นการใจร้ายและทำร้ายฟิล์ม อย่างที่บอก 1 ปีที่ผ่านมาน่าจะพิสูจน์อะไรได้ไม่มากก็น้อยว่า แอนนี่ไม่มีเจตนาที่จะทำร้าย แต่บางคนกลับมองว่าการที่แอ นนี่ออกมาพูดวันนี้ คือการที่ทำร้ายเขาแล้ว แอนนี่ก็ยอมรับในส่วนหนึ่งว่าที่เราพูดคือความจริง ความจริงมันทำร้ายอยู่แล้ว ถ้าเกิดว่าเราปฏิเสธหรือโกหก ความจริงจะทำร้ายเราเอง แต่ถามว่าตั้งใจไหม ต้องการไหม ไม่เคยมีความต้องการหรือตั้งใจใดๆ ทั้งสิ้น 1 ปีที่ผ่านมาน่าจะพิสูจน์ได้แล้ว”

“ถ้าวันนี้เรื่องนี้ไม่เกิดขึ้น ก็ไม่รู้เลยว่าอีกกี่ปีแอนนี่จะต้องปิดอย่างนี้ไปตลอดชีวิต เพราะสัญญากับเขาไว้ว่าจะปิด แล้วแอนนี่คงไม่มีวันจะอุ้มลูกไปไหนมาไหนได้ และคงไม่มีวันไปรับลูกกลับจากโรงเรียน คงไม่มีวันพาลูกไปสวนสัตว์ คงไม่มีวันพาลูกไปเดินเล่นกินไอศกรีมเหมือนคนอื่น จนถึงเมื่อไหร่แอนนี่ก็ไม่รู้ แต่วันนี้ในเมื่อมันเกิดเรื่องขึ้นมาแล้ว แอนนี่ก็อยากวอนและขอแทนฟิล์มด้วยว่า ทุกคนทำผิดพลาดกันได้ ณ วันนี้แอนนี่ก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นถึงได้เป็นถึงขนาดนี้ เรื่องมันถึงได้ยาวมาถึงขนาดนี้ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ดีอย่างไรก็ตามอยากให้ทุกคนทั้งพี่ๆ สื่อมวลชน และเฮียฮ้อด้วย ให้โอกาสฟิล์มด้วย เพราะเขาเป็นคนดี และเขาก็เลี้ยงครอบครัวเหมือนแอนนี่”

“แต่ ณ วันนี้เรื่องมันเข้าใจผิดมาจนถึงขนาดนี้ อาจจะเป็นด้วยเรื่องของคนสองคนที่ไม่สามารถจะอยู่ด้วยกันหรือรักกันได้ แต่ว่าพอมันเลยจุดคำว่ารับผิดชอบมาแล้ว แอนนี่ก็เข้มแข็งและไม่ต้องการแล้ว แอนนี่ก็เลยยืนยันที่จะเป็นแบบนี้ ก็อาจจะดูใจร้าย แต่ไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้แล้ว แอนนี่ไม่ได้แค้น มันไม่ใช่ความแค้น มันไม่ใช่ชอลิ้วเฮียง แค้น 10 ปีก็ยังไม่สาย และไม่ใช่ว่าที่ไม่ตรวจเพราะมีการวางแผนกันมา ตรงนี้แอนนี่ไม่ทราบ แต่วันหนึ่งที่เราอ่อนแอมากที่สุด วันหนึ่งที่เราต้องการสิ่งหนึ่งมากที่สุด แต่ไม่มีไม่ให้เรา วันนี้แอนนี่แข็งแรงแล้ว เข้มแข็งแล้ว เราไม่ต้องการอะไรจากใครทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเงินทอง ความรับผิดชอบ การดูแล แอนนี่แข็งแรงพอที่จะยืนอยู่บนขาของตัวเอง และก็ดูแลน้องได้ เพราะฉะนั้นผลจะออกมาเป็นยังไงก็ช่าง ไม่มีความจำเป็นแล้วค่ะ”

เมื่อถามถึงกระแสข่าวดาราหนุ่มจากวิก 3 “จุ๊น กิตติคุณ สัมฤทธิ์พันธ์สุข” เป็นพ่อที่แท้จริงของ “น้องทีฆายุ” แต่ให้เงิน 2 แสนปิดปากเธอไว้ “แอนนี่” ลั่นไม่รู้จักอีกฝ่ายเป็นการส่วนตัว ยันที่ผ่านมาคบ “ฟิล์ม” คนเดียว

“จริงเหรอคะ แอนนี่ยังไม่เคยรู้จัก หรือเคยคุยเป็นการส่วนตัวกับใครเลย กับจุ๊นแอนนี่ก็รู้จักว่าเขาเป็นดาราคนหนึ่ง ไม่ได้สนิทกัน แอนนี่เคยเห็นเขามานั่งเล่นที่บริษัทชลลัมพีครั้งหนึ่ง ตอนที่แอนนี่ไปทำงานที่นั่น แต่ช่วง 4-5 ปีมานี้ถ้าพี่ๆ ติดตามแอนนี่มาตลอด รู้จักมาตลอด แอนนี่ บรู๊ค คนนี้ช่วง 4-5 ปีมานี้ไม่เคยมีอะไรเสียหาย ตั้งแต่ รับบทเป็นตลกหญิง แอนนี่ทิ้งความเป็นเซ็กซี่สตาร์ หรือภาพลักษณ์นั้นไป เพราะในกมลสันดานแอนนี่ไม่ใช่คนแบบนั้น แต่จำเป็นต้องทำเพราะต้องทำมาหาเลี้ยงชีพตัวเอง เราไม่ใช่คนสวยเลยเลือกงานไม่ได้ ดังนั้นยืนยันว่าช่วงที่ผ่านมาแอนนี่คบฟิล์มแค่คนเดียว”

“ส่วนใครจะมองว่าแอ นนี่คบผู้ชายหลายคน เมื่อวานก็คืออดีตใช่ไหมคะ 4-5 ปีที่แล้วก็คืออดีต ไม่ใช่ยอมรับว่าเราเคยเป็นอย่างนั้น แต่ถามว่าแอนนี่คบใครบ้าง ถ้า แค่เป็นข่าวซุบซิบกัน แล้วคิดว่าเป็นเรื่องจริง ป่านนี้คนทั้งบ้านทั้งเมืองก็คงจะมีแฟนกันเยอะมาก คงไม่ใช่แค่แอนนี่คนเดียว แอนนี่เคยคิดนะคะว่าถ้าวันใดวันหนึ่งเรื่องแดงขึ้นมา เราจะบอกว่านายก. นายข.เป็นพ่อ และก็เคยพูดกับเขา (ฟิล์ม) แต่ถ้าเกิดพี่ๆ ไปรู้อะไรขึ้นมา แล้วมาถามแอนนี่ แล้วความจริงกลับมาฆ่าแอนนี่ล่ะ แอนนี่ไม่ตายเหรอ แสดงว่าเราเป็นคนโกหกสื่อมวลชน โกหกทุกคนอย่างนี้เหรอ อีกอย่างลูกแอนนี่โตมาเขาต้องรู้ว่าพ่อเป็นใคร ไม่จำเป็นต้องมีความรับผิดชอบร่วมกัน หรือต้องอยู่ร่วมกันก็ได้”

แต่ถ้าไม่ตรวจดีเอ็นเอลูกก็ไม่รู้ใครเป็นพ่อ? “ไม่เป็นไร วันนี้วันหน้าแอนนี่คิดว่าตอบคำถามลูกได้ แอนนี่จะบอกลูกว่าฟิล์มเป็นพ่อ ถึงแม้ตัวเขาจะคลางแคลงใจอยู่ก็ไม่เป็นไร จริงๆ แล้วก็อยากจะบอกให้รับรู้ว่า เขาก็ได้รับผิดชอบในส่วนหนึ่งแล้ว แอนนี่ไม่ได้บอกว่าเขาไม่ได้รับผิดชอบ แต่พอมา ณ วันนี้ที่มาปฏิเสธว่าใช่ไม่ใช่ จะ บอกว่าถ้าใช่ไปตรวจดีเอ็นเอซะ ถ้าในทางภาษาสุภาพหรือที่คุณหมอเรียกกันว่า คำว่าไปตรวจดีเอ็นเอซะเป็นคำด่าที่สุภาพมาก ว่าเธอเป็นผู้หญิงที่ไม่ดี ถามว่า 4-5 ปีมานี้แอนนี่มีประวัติเสียบ้างไหม ทำตัวไม่ดีบ้างไหม เกเรเกตุงไปทำอะไรให้ใครที่ไหนเดือดร้อนหรือเปล่า ก็ไม่เคยทำ แอนนี่ไม่ใช่ดาราดังที่พี่ๆ จะตามอยู่แล้ว แต่ถามว่าถ้าแอนนี่ทำอะไรไม่ดี ไปมีข่าวก๊อกแก๊กกับใครมันต้องออกมา เพราะความลับมันไม่มีในโลก”

“แต่ส่วนที่ว่าเรื่องของแอนนี่กับฟิล์มคบกันยังไง ทำไมถึงเงียบไม่มีข่าวออกมา เรื่องนั้นเป็นรายละเอียดส่วนตัวแอนนี่ขอไม่ตอบ เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่ลึกเกินไป และมันไม่ดีที่ผู้หญิงจะมานั่งพูดอะไรแบบนี้ ในเรื่องลึกๆ แบบนี้มันไม่งาม”

ต่อข้อซักถามเรื่องนักร้องหนุ่มพยายามโทรติดต่อเธอถึง 5-6 ครั้ง แต่ไม่ยอมรับสาย “แอนนี่” สวนกลับอีกฝ่ายโทรมาแค่ครั้งเดียว พร้อมประกาศเลยจุดที่จะเคลียร์กับนักร้องหนุ่ม แล้ว

“เขาติดต่อมาแค่ครั้งเดียว 1 มิสคอลเท่านั้น ถามว่าที่ไม่รับเพราะไม่อยากเคลียร์ให้จบหรือเปล่า คือมันเลยจุดนั้นมาแล้วค่ะ จริงๆ มันน่าจะเคลียร์กันตั้งนานแล้ว ไม่น่าจะปล่อยให้มันล่วงเลยมาจนถึงวันนี้ มันไกลมากแล้วพี่ แอ นนี่ก็ท้อแล้ว แอนนี่รอเขาทุกอย่าง รอๆๆๆ ก็ได้แต่หวังสักวันหนึ่งเขาจะดีกับเรา เขาจะรักเรา มันอาจจะดูเป็นความหวังที่…..บางคนก็บอกว่าแอนนี่โง่ แต่ผู้หญิงทุกคนเวลารักใครสักคนหนึ่ง เราไม่รู้หรอกว่าเขารักเราจริงๆ หรือเปล่า แต่แอนนี่ก็ได้แต่หวังได้แต่รอ แต่แล้วจนรอดมันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนเรื่องมันลามมาจนถึงทุกวันนี้ แอนนี่ว่ามันไกลเกินไปที่จะเข้าไปจุดนั้นแล้ว มันผ่านมาแล้ว”

“ที่เฮียบอกว่าจะเป็นคนกลางให้ อย่างที่บอกตอนนี้มันล่วงเลยเวลาผ่านจุดนั้นมานานแล้ว แอนนี่ได้เสนออะไร พูดอะไรไปกับผู้จัดการเขาไปตั้งเยอะ ทั้งวิธีการที่จะทำให้เราจบลงด้วยดีเอย ทั้งวิธีต่างๆ เอย แต่ชีวิตต้องเดินหน้าต่อไปค่ะ แอนนี่มีคนที่ต้องดูแล ถึงแอนนี่ไม่ได้เคลียร์กับฟิล์ม เรื่องมันก็ไม่ยาวหรอกค่ะถ้าเราทำให้มันจบ ทำให้มันจบคือจบในความรู้สึกของแอนนี่ มันจบไปนานแล้ว จริงๆ แอนนี่ไม่อยากออกมาพูดแล้วมันจบแล้ว เรื่องมันจะไม่ยืดยาวขนาดนี้ ถ้าเราได้คุยกันตั้งแต่แรก แต่เนื่องด้วยว่าตัวกลางมันเยอะเหลือเกิน ตัวแปรมีมากมายเหลือเกิน (เน้นเสียง) มันก็เลยยากค่ะ แต่ถ้าถามว่าวันนี้จะมานั่งคุยกันสองคน คิดว่าคงไม่มีการคุยกันสองคนจริงๆ เกิดขึ้นหรอก”

“ซึ่งตัวแปรที่แอนนี่ว่า คือตอนนี้มีใครต่อใครเยอะแยะมากมายเต็มไปหมด อะไรเป็นอะไรไม่รู้ บางคนก็โทรมาหามาบอกข้อมูลอย่างนี้ๆ เรื่องบนเตียงเรื่องโน่นเรื่องนี่ เราเป็นผู้หญิงจะผิดจะถูกก็มีแต่เสียหาย คือเรื่องแบบนี้ผู้หญิงไม่มีวันไม่เสียหายหรอก ยังไงก็เสีย ต่อให้ประชาชนเห็นใจ ทุกคนเข้าใจ ทุกคนเป็นกำลังใจ แอนนี่ก็เสียหายอยู่ดี”

ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายที่ “ฟิล์ม” ให้ และต่างคนต่างให้ข้อมูลไม่ตรงกันนั้น ดาราสาวกลับลำบอกอีกฝ่ายมีความรับผิดชอบจ่ายค่าใช้จ่ายให้ทุกอย่าง แต่ตนไม่ได้ต้องการเงิน แต่ต้องการใครสักคนมาคอยให้กำลังใจมากกว่า

“เรื่องค่าใช้จ่ายรายละเอียดแอนนี่ไม่อยากพูดถึงด้วยซ้ำ ค่าใช้จ่ายที่เขารับผิดชอบแอนนี่ได้บอกทุกคนไปแล้วว่า เขารับผิดชอบจริงๆ แอนนี่ไม่ได้โกหก ไม่ได้บอกว่าเขาไม่ได้รับผิดชอบ แต่พูดถึงว่าตั้งแต่ช่วงวินาทีที่รู้ว่ามีน้องจนถึงก่อนคลอดไม่กี่วัน ช่วงเวลาที่ผู้หญิงคนหนึ่งต้องทุกข์ทรมานอยู่ในคุกที่เรียกว่าบ้าน แอนนี่ต้องการใครสักคนหนึ่ง แค่จับมือเราแล้วบอกว่าไม่เป็นไรนะ…อดทนนะ ต้องผ่านมันไปให้ได้ คุณต้องอยู่คนเดียวได้อะไรก็แล้วแต่ ให้กำลังใจแอนนี่บ้าง เงินทองไม่ได้สำคัญสำหรับเราเลย แอนนี่แค่ต้องการใครสักคนมากอดมาปลอบ คนท้องต้องการอะไรมากมายนอกจากกำลังใจ ซื้ออะไรมาให้เรากินบ้าง ทำอะไรให้เราบ้าง พูดจาดีๆ กับเราบ้างให้ได้ชื่นใจ แค่นั้นก็พอ”

“เรื่องเงินเรื่องทองมาทีหลังเลย อย่างเรื่องค่าคลอดเขาก็ให้แอนนี่จริง พอถึงวันใกล้คลอดเขาก็บอกอยากดูแลน้อง อยากช่วยเหลือค่าคลอด เราก็ยินดี ดีใจและชื่นใจ พอน้องอายุได้ 1 เดือนเขาก็มาเยี่ยมน้อง มาดูหน้าน้อง เสร็จแล้วหลังจากนั้นถึงให้ค่าใช้จ่ายค่านมค่าต่างๆ น้องไม่สบายก็จ่ายค่าโรงพยาบาลให้ เพราะเงินแอนนี่ไม่ได้มีมากมายแล้ว ก่อนท้องเล่นละครอยู่ 2 เรื่องมีเงินแค่ 3 แสนกว่าบาทเอง คิดดู 3 แสนกว่าบาทแอนนี่เอาทั้งเลี้ยงแม่ เช่าบ้าน กินข้าว ผ่อนรถ เราอยู่ได้ถึง 1 ปีจนถึงวันนี้ได้ก็ถือว่ากระเหม็ดกระแหม่มากแล้ว”

“มันเหมือนเพลงทั้งรักทั้งแค้น ถามว่าวันนั้นที่เหมือนเขาจะกลับเข้ามาในชีวิตเรา เราดีใจไหม…ดีใจ แต่ถาม ว่าไอ้ความทุกข์ทรมาน 9 เดือนที่ผ่านมามันยังอยู่ไหม 9 เดือนนะไม่ใช่ 9 วัน คนไม่ผิดติดคุกวันเดียวทรมานจะตายอยู่แล้ว แล้วแอนนี่ไม่ได้ทำอะไรผิดเลย ถ้าไปทำแท้งยังน่าประณามมากกว่า แต่นี่แอนนี่เก็บลูกตัวเองไว้ เราปกป้องเขา มันผิดมากเหรอ”

ผู้สื่อข่าวถามต่อ…..อะไรคือกำลังใจตลอด 9 เดือนในขณะที่ตั้งครรภ์อยู่ “แอนนี่” ตอบว่า

“คำเดียวเลยค่ะ….อดทนนะ เพราะคุณคือแม่ของลูกผม ผู้หญิงคนไหนได้ยินคำนี้ถวายหัวเลยนะ แอนนี่ถวายหัวเลย แอนนี่ให้ชีวิตแอนนี่เลยนะ แต่ แอนนี่ไม่เคยบอกเขาว่าจะแต่งงานกันเลย ไม่มีค่ะ เพราะแอนนี่ไม่ได้ต้องการสิ่งนั้น ชีวิตเราตั้งแต่เกิดมาให้คำตอบตัวเองแล้วว่า เรื่องแต่งงานไม่ใช่เรื่องสำคัญ ใจสำคัญกว่า อยู่ด้วยกันสำคัญกว่า เข้าใจกันพอ”

“ถามแอนนี่ยังรักฟิล์มอยู่ไหม (คิดนาน) ก็ทั้งรักทั้งชังละ จริงๆ เรื่องมันควรจบลงด้วยดีตั้งนานแล้ว แต่ในเมื่อมันเลยมาแล้วก็ไม่เป็นไร วันนี้อยากให้มองใหม่ว่า ละครในชีวิตถึงมันจะไม่ได้จบสวยหรู อย่าคิดว่าทุกเรื่องต้องแฮปปี้เอ็นดิ้งไปหมด อย่างเรื่องของแอนนี่ก็เป็นตัวอย่างว่ามันแฮปปี้เอ็นดิ้งไม่ได้ ในเมื่อมันจบอวสานไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ทุกคนเดินหน้าต่อไปเถอะ ชีวิตอย่าหยุดแค่ที่ตรงนี้เลย ตัวเขาเองก็ยังต้องมีงานที่ต้องโกอินเตอร์ ต้องทำโน่นทำนี่ อย่างที่แอนนี่ถามใจลึกๆ มองเข้าไปในใจลึกของตัวเองแล้วถามว่า ลูกคนนี้ใช่ลูกของคุณไหม ถ้าคุณคิดว่าไม่ใช่ก็ไม่เป็นไร ไม่ใช่ก็ได้ แต่ถ้าถามเข้าไปในใจลึกๆ โดยที่ไม่มีคนอื่นเลยแล้วบอกว่าใช่ เขาก็ใช่ จริงๆ แล้วดีเอ็นเออยู่บนหน้าลูกแอนนี่หมดแล้ว เราไม่ต้องพูดอะไรเลย คนทุกคนเกิดมาไม่ใช่หน้าโหลเหมือนกันหมดทุกคน แอนนี่ตอบได้แค่นี้”

“สักวันหนึ่งเดี๋ยวทุกอย่างมันจะเป็นข้อพิสูจน์และบ่งบอกเอง วันนี้ถ้าเรามองถึงเด็กจริงๆ ผู้ใหญ่ช่างฟาดฟันกันเหลือเกินเพื่อชื่อเสียง เพื่อหน้าตา หรือเพื่อเงินทอง อะไรก็แล้วแต่ ถ้าเด็กพูดได้จะลองถามเขาดูไหมว่า เขาอยากได้อะไรสำหรับตัวเขา จะรอกันไหมล่ะสัก 10 ปีถามน้องไหม แอนนี่ไม่ได้ผลักภาระให้เด็กนะคะ แต่ถ้าอยากจะถามเพื่อสิทธิของเขาจริงๆ รอกันดูไหม ถามเขาไหมว่าเขาอยากตรวจไหม อยากทำอะไร (โตขึ้นจะพาลูกไปหาพ่อไหม) พ่อเขาจะมาหาไหมล่ะ (เรียกเสียงฮือฮาจากนักข่าว)”

ปัดเตรียมออกหนังสือแฉ “ฟิล์ม” รับถูกทาบทามจริงแต่ยังไม่รับปาก

“ไม่ทราบค่ะ ยังไม่มีแผนจะออกอะไร ก็มีคนติดต่อมาจริงแต่ยังไม่ได้รับปาก ส่วนเรื่องงาน 2 อาทิตย์ที่เกิดเรื่องมานี้ ยังไม่เคยมีอะไรติดต่อเข้ามา และแอนนี่ไม่เคยรับเงินจากใครสักสลึงแดงเดียวเลย ซึ่งตอนนี้เราก็พร้อมจะกลับไปทำงานแล้ว เพราะ 1 ปีที่ผ่านมาไม่ได้ทำงานเลย แอนนี่ไม่มีรายได้เข้ามาเลย ก็กินเงินเก็บจากละคร 2 เรื่องที่ถ่ายทิ้งไว้ตลอดเวลา แต่ตอนนี้ต้องทำงานได้แล้ว ก็มีพี่ๆ ที่เวิร์คพ้อยท์ทุกคนที่ยังใจดีเหมือนเดิม เขาไม่ได้ยื่นข้อเสนอที่ใหม่ หรือว่าไม่ได้เอาใจเป็นพิเศษใดๆ ทั้งสิ้น เรารักกันมายังไงก็รักกันเหมือนเดิม”

“งานของอาร์เอสฯไม่มีติดต่ออะไรเข้ามา และไม่มีการยื่นข้อเสนออะไรมาด้วย ขอโอกาสแอนนี่ทำงานเถอะค่ะ เพราะไม่ได้ทำงานมาเป็นปีแล้ว ขอโอกาสได้ออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์บ้าง แอนนี่ก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่ง ท้องก็ไม่ได้กินอะไรที่อยากกิน ไม่ได้ไปไหนที่อยากไป ขอแอนนี่ไปบ้างเถอะ ส่วนลูกถ้าแอนนี่ทำงานแล้ว ก็จะให้ที่บ้านมาช่วยเลี้ยง”

บ่นชีวิตที่ผ่านมาเหมือนติดคุกที่เรียกว่าบ้าน วอนขอโอกาสจากสังคมให้ตนได้ออกนอกคุก พาลูกไปสูดอากาศบ้าง

“ชีวิตที่ผ่านมาที่ออกไปไหนไม่ได้ มันก็เหมือนเดิมเลยค่ะ เหมือนปีนึงที่ผ่านมาที่ติดคุกที่เรียกว่าบ้าน เพราะ ฉะนั้นที่มาออกรายการตีสิบวันนี้ เพื่อมาเคลียร์ให้ทุกคนเข้าใจ และอยากขอโอกาสจากสังคม ให้แอนนี่ได้กลับไปใช้ชีวิตข้างนอกคุกที่เรียกว่าบ้านบ้าง แอนนี่อยากพาลูกออกไปสูดอากาศที่ไม่ใช่พัดลมบ้าง”

“ข่าวที่เกิดขึ้นก็ทำให้แม่แอนนี่เครียดมาก คือแอนนี่เป็นแม่แล้ว รู้ว่าแม่รู้สึกยังไง ยิ่งเป็นแม่ของผู้หญิงด้วย ลูกสาวท้องไม่มีพ่อแค่นี้ก็เครียดจะแย่อยู่แล้ว และชีวิตชาวบ้านธรรมดาโดนตามซะขนาดนั้น จะอยู่ยังไง จะกินยังไง คนโน้นคนนี้ว่าลูกสาวตัวเองไม่ดี ว่าลูกสาวตัวเองอย่างโน้นอย่างนี้ ทั้งๆ ที่แม่ก็รู้ดีลูกสาวเป็นคนยังไง แม่กินไม่ได้นอนไม่หลับ ร่างกายก็ยิ่งไม่แข็งแรงอยู่ สิ่งที่กลัวมากที่สุดคือหลานจะอยู่ยังไง แล้วเราจะต้องทำงานเลี้ยงแม่ แอนนี่ก็เป็นเสาหลักของครอบครัว ต้องดูแลแม่มาตั้งแต่อายุเท่าไหร่เอง ถ้าแม่ไม่มีแอนนี่แม่ก็แย่ แล้วตอนนี้เรามีน้องด้วย ก็ต้องดูแลทั้งแม่ทั้งลูก”

ฝากถึงผู้หญิงที่ประสบปัญหาเช่นเดียวกับตน ให้อดทนและเข้มแข็ง ทั้งยังฝากขอโทษไปยัง “เฮียฮ้อ” ที่ทำให้เรื่องจบในแบบที่ต้องการไม่ได้ พร้อมวอนขอโอกาสให้ “ฟิล์ม” กลับไปทำงานตามเดิม

“ปัจจุบันนี้สังคมมีเรื่องแบบนี้เยอะ แม่เป็นซิงเกิ้ลมัมก็เยอะ เรารักใครสักคนหนึ่งเขาทิ้งเราก็เยอะ ถ้าเป็นเรื่องอย่างของแอนนี่แบบนี้ อย่าได้แคร์และเข้มแข็งให้มากที่สุด เราเกิดมาเป็นผู้หญิง พระเจ้าหรือสวรรค์ได้สร้างให้ผู้หญิงมีความอดทนและเข้มแข็งอยู่แล้ว แค่คลอดลูกเจ็บจะแย่อยู่แล้วเรายังทนได้เลย นับประสาอะไรกับความเจ็บทางใจเพียงแค่นี้เราจะทนไม่ได้ เราต้องยืนหยัดต่อสู้เพื่อลูกของเราเอง อย่าให้ใครเอาลูกของเราไป เราเลี้ยงได้ อย่าเอาลูกเราไปให้คนอื่น อย่าไปทำร้าย อย่าฆ่าชีวิตของลูกเรา เข้มแข็งและอดทนให้มากที่สุด เราทำได้ค่ะ”

“ส่วนเฮียแอนนี่ก็ขอโทษแทนฟิล์ม ขอโทษจากตัวเองด้วย ที่ไม่สามารถทำให้เรื่องมันจบลงด้วยดี หรือว่าจบในแบบที่ต้องการได้ แอนนี่ขอโทษจริงๆ แต่เชื่อว่าแฟนคลับฟิล์มรักฟิล์มมาก แอนนี่เห็นเอสเอ็มเอสตามหน้าจอทีวีทุกคนรักฟิล์มจริงๆ รักอย่างนี้ไปเถอะ…รักตลอดไป เขาไม่ใช่คนไม่ดี แอนนี่ไม่เคยว่าเขาไม่ดี เขาเป็นคนดี แต่เนื่องด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม ทุกอย่างมันมีตัวแปร ทุกอย่างมันมีเหตุผลของมัน แต่สักวันหนึ่งแอนนี่เชื่อว่ามันจะดีได้ อาจจะต้องใช้เวลาหน่อย อาจจะไม่ใช่วันนี้ แต่หวังว่าทุกอย่างจะดีขึ้น และอยากจะให้โอกาสฟิล์มเรื่องงาน เขาก็ไม่ได้ทำอะไรผิด ก็หวังว่าเฮียเองจะให้โอกาสฟิล์มเหมือนกันค่ะ”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์