“กษิต” ค้านนิรโทษคดีอาญา ชี้พวกทำลายชาติให้อภัยลำบาก


นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ

รัฐมนตรีต่างประเทศ เผยประชุมย่อยยูเอ็นรายงานแก้ปัญหามนุษยชาติ เสริม เลขาฯ อังค์ถัดชูพอเพียงพัฒนา ยันนิรโทษคนทำผิดคดีอาญา โกงบ้านเมือง ไม่ควร แต่ปล่อยผีพวกโดนแบนพ่วงยุบพรรคก็พอรับได้ ซัดพวกทำลายชาติ บ่อนทำลายสถาบัน คุกคามชีวิต คงให้อภัยโทษลำบาก ถามชาติสูญเงิน 2 แสนล้านใครรับผิดชอบ

วันนี้ (21 ก.ย.) ที่สหรัฐอเมริกา นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ อยู่ระหว่างร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติที่กรุงนิวยอร์ก กล่าวถึงการเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ และการร่วมประชุมกลุ่มย่อยว่า ในที่ประชุมได้รายงานความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาต่างๆ ของมนุษยชาติ ซึ่งโดยองค์รวมแล้วถือว่าประสบความสำเร็จมากแต่ประเด็นหลักที่ยังท้าทายคือ ปัญหาด้านการศึกษา การเข้าถึงทรัพยากรน้ำ ปัญหาสิ่งแวดล้อม สตรีและเด็ก และการสาธารณสุข สิ่งที่ตนได้กล่าวในเวทีเกี่ยวกับปัญหาความยากจน จะเป็นเรื่องต่อเนื่องจากนายศุภชัย พานิชภักดิ์ เลขาธิการองค์การสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (อังค์ถัด) ที่พูดบนเวทีถึงแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของไทย และระบุว่าไทยเป็นตัวอย่างของการพัฒนาด้านการเกษตรและตนได้เสนอให้ที่ประชุม ดูความสำเร็จด้านการพัฒนาการเกษตรของประเทศอื่นๆ ในโลก ทั้งไทย อินเดีย อเมริกาใต้

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ได้ย้ำว่าปัจจัยที่ทำให้ไทยประสบความสำเร็จ เป็นประเทศผลิตสินค้าเกษตรส่งออก เป็นเพราะรัฐบาลลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน มีแนวนโยบายต่างๆ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ทั้งการประกันราคาพืชผลทางการเกษตร การแก้ไขปัญหาที่ทำกิน และวันพรุ่งนี้ (22 ก.ย.) จะประชุมร่วมกับประเทศความร่วมมือในอ่าวเปอร์เซีย (จีซีซี) โดยจะมีการพูดคุยกันเรื่องการเมืองในตะวันออกกลาง ความร่วมมือด้านพลังงานซึ่งจะแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นประเด็นปัญหาต่างๆ รวมถึงจะกำหนดวันประชุมในครั้งหน้าด้วย

นอกจากนี้ นายกษิตยังกล่าวถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทย จะล่ารายชื่อประชาชนเตรียมเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมว่า การจะออกกฎหมายลักษณะนี้จะต้องดูรายละเอียดและกำหนดขอบเขตให้ชัดว่ามี พฤติกรรมใดบ้างที่จะนิรโทษกรรมให้ และคนกลุ่มไหนที่สมควรได้รับการนิรโทษกรรม ซึ่งส่วนตัวเห็นว่าในกรณีที่ทำผิดกฎหมายอาญา ทำให้คนเสียชีวิต หรือทุจริตต่อบ้านเมือง ก็ไม่ควรจะอยู่ในข่ายของกฎหมายนี้ ส่วนคนที่ออกมาประท้วงกีดขวางการจราจรหรือกรณียุบพรรค และตัดสิทธิ์นักการเมือง 5 ปี เป็นเรื่องที่สามารถพิจารณาได้ เพราะเจ้าตัวไม่ได้กระทำผิด

“กรณียุบพรรค มีหลายคนไม่ได้ทำผิด ก็เข้าใจ แต่ใครทำผิดต้องลงโทษอาญาไป ส่วนที่มีการทำผิดกฎหมายอาญา แล้วจะล้างมลทินให้หมดเลยเสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็คงจะลำบาก การอภัยโทษต้องมีที่มาที่ไป และหลายคนก็หลบหนีกระบวนการยุติธรรม บางคนไม่ยอมเข้ามาในกระบวนการยุติธรรมด้วย ดังนั้น อย่าสับสนกับการที่จะทำลายบ้านเมืองใช้ความรุนแรงล้มระบอบประชาธิปไตย มีการบ่อนทำลายสถาบันสำคัญๆ ของไทย แล้วมีการคุกคามชีวิตของนักการเมืองอื่นต่างๆ เหล่านี้แล้วจะบอกว่าอภัยโทษกันก็คงลำบาก ไม่มีที่ไหนเขาทำ การออกมาประท้วงต่อต้านคอร์รัปชัน ประท้วงเพราะรัฐธรรมนูญไม่เป็นประชาธิปไตยก็ได้ ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ถ้ามีการใช้ความรุนแรงคุกคามชีวิต มีการฆ่ากันตายแล้วบอกว่าคนเหล่านี้ไม่ผิด ผมว่าจะลำบาก ไม่อย่างนั้นอีกไม่กี่ปี ไม่ชอบกันทางการเมืองออกมาประท้วงฆ่ากันอีกทีแล้วบอกว่าอภัยโทษ ปัญหาที่ประเทศชาติสูญเสียเงิน 200,000 ล้านบาทนั้น ใครจะเป็นคนรับผิดชอบ” นายกษิตกล่าว

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์