หนูสิ สิริรัตน์ เรืองศรี คว้า มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2010


มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2010

มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2010

หนูสิ สิริรัตน์ เรืองศรี” หลาน “หนู มิเตอร์” นักร้องดัง คว้ามงกุฎ มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2010 ควบขวัญใจช่างภาพสื่อฯ และนางงามรูปร่างดีซิวรางวัลร่วม 6 ล้านบาท เจ้าตัวเปิดใจทั้งน้ำตาดีใจที่สามารถปีนยอดเขาสำเร็จ หลังพลาดมาเมื่อปีก่อน เตรียมเดินสายแก้บนและจะไม่กินเนื้อสัตว์ตลอดชีวิต พร้อมตั้งใจเป็นกระบอกเสียงแทนเด็กด้อยโอกาสทางการศึกษา ลั่นมั่นใจเต็มร้อยเป็นตัวแทนสาวไทยประกวดมิสเวิลด์ที่ประเทศจีนต.ค.นี้

ประกาศผลไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับสาวงามผู้คว้ามงกุฎจากเวทีขาอ่อนมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2010 เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา (14 ส.ค.) ณ ห้องบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ โรงแรม เซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ โดยมี ณวัฒน์ อิสรไกรศีล และ หนูแหม่ม สุริวิภา กุลตังวัฒนา รับหน้าที่เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

ซึ่งบรรยากาศในการประกวดเต็มไปด้วยความคึกคัก นอกจากความตื่นตาตื่นใจจากการโชว์โฉมในชุดว่ายน้ำของเหล่า 30 สาวงามผู้เข้าประกวด ที่ดูแล้วเอ็กซ์-เซ็กส์-วาบหวิวสุดๆ แล้ว บนเวทียังมีการแสดงของนักร้องชื่อดังอาทิ แก้ม เดอะสตาร์, โดม ปกรณ์ ลัม ที่โชว์สปิริตป่วยเป็นไข้หวัดอยู่ แต่ยังฝืนมาร้องเพลงให้เหล่าสาวงาม และนักร้องดูโอสุดฮอต “กอล์ฟ-ไมค์” จากนั้นเป็นการอำลาตำแหน่งของ “วิว พงศ์ชนก กันกลับ” มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2009 พร้อมมอบรางวัลพิเศษ 5 รางวัล โดยสาวงามที่ได้รับรางวัลต่างๆ มีดังต่อไปนี้

รางวัลขวัญใจช่างภาพสื่อมวลชน ได้แก่หมายเลข 8 หนูสิ สิริรัตน์ เรืองศรี โดยบริษัทเมืองไทยประกันชีวิต จำกัด ได้รับสายสะพาย พร้อมเงินสด 1 แสนบาท

รางวัลนางงามผิวสวย ได้แก่หมายเลข 1 ศริญญา สุขประเสริฐ โดย สก็อต คอลลาเจน-อี ได้รับสายสะพาย เงินสด 1 แสนบาท พร้อมเครื่องดื่มสก็อต คอลลาเจน-อี ดื่มฟรีตลอดปี

รางวัลนางงามสุขภาพสายตาดี ได้แก่หมายเลข 4 แคซแซนดรา สาริกานนท์ โดยบีอิ้ง อายแคร์ ได้รับสายสะพาย พร้อมเงินสด 1 แสนบาท

รางวัลนางงามรูปร่างดี ได้แก่หมายเลข8 สิริรัตน์ เรืองศรี โดยสปาช่า สลิมมิ่ง เซ็นเตอร์ ได้รับสายสะพาย พร้อมเงินสด 5 หมื่นบาท

รางวัลนางงามมิตรภาพ ได้แก่หมายเลข 13 จารินีย์ ไคเซอร์ โดยเอเจ ดีวีดี ได้รับสายสะพาย เงินสด 5 หมื่นบาท พร้อมเครื่องเล่นเอเจดีวีดี

จากนั้นเป็นการประกาศผู้ที่คว้ามงกุฎมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2010 และก็เป็นไปตามคาดสาวงามหมายเลข 8 “หนูสิ สิริรัตน์ เรืองศรี” ซึ่งเป็นหลานของนักร้องชื่อดัง “หนู มิเตอร์” และ เป็นผู้ที่เคยเข้ารอบ 25 คนจากการประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2009 แต่เป็นตัวเก็งสำหรับปีนี้และตอบคำถามเรียกเสียงกรี๊ดจากผู้ชมได้มากสุด เป็นผู้คว้ามงกุฎไปครอง ได้รับรางวัลรวมมูลค่ากว่า 5 ล้าน 7 แสนบาท

ส่วนรองมิสไทยแลนด์เวิลด์อันดับ 1 ได้แก่ หมายเลข 4 “น้องดิววี่” หรือ “น.ส.แคซแซนดรา สาริกานนท์” อายุ 20 ปี อดีต Miss Gear 2009 (สาววิศวะทั่วประเทศ) และนักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะวิศวกรรมศาสตร์ (อินเตอร์) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, รองอันดับ 2 ได้แก่ หมายเลข 18 “น้องกุ๊กเก้” หรือ “น.ส.ปาณิกา วรบุญศิริ” อายุ 23 ปี จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศิลปากร, รองอันดับ 3 ได้แก่ หมายเลข 1 “น้องลูกตาล” หรือ “น.ส.ศริญญา สุขประเสริฐ” นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ. ขอนแก่น และรองอันดับ 4 ได้แก่ หมายเลข 19 “น้องแก้ว” หรือ “น.ส.คัทรินทร์ สิทเสรี” นักศึกษาคณะFine Arts มหาวิยาลัยCalifornia State University of Los Angeles

ภายหลังเสร็จสิ้นการประกวด “หนูสิ” มิสไทย แลนด์เวิลด์คนปัจจุบัน ได้เปิดใจให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยเจ้าตัวยิ้มทั้งน้ำตาที่วันนี้ทำความฝันสำเร็จ หลังจากที่พลาดเมื่อปีที่แล้ว

“สิบอกแล้วว่าการประกวดก็เหมือนการปีนเขา ครั้งที่แล้วสิพลาดทำไม่สำเร็จ แต่สิกลับมาครั้งนี้ถึงยอดแล้วค่ะ (สะอึกสะอื้น) ที่พลาดปีที่แล้วเพราะสิยังไม่เข้าใจว่าการเป็นนางงามจะต้องเป็นแบบไหนบ้าง สิก็กลับมาพร้อมกับพัฒนาบุคลิกภาพให้ดีขึ้น รู้จักพูดจาฉะฉานมากขึ้น เพราะปกติเป็นคนที่ไม่ค่อยพูด พอครั้งนี้ได้รางวัลก็รู้สึกปลื้มมากเลยค่ะ เป็นสิ่งที่สิภาคภูมิใจที่สุดในชีวิต สิจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อเอาธงไทยไปปักเวทีมิสเวิลด์”

“สิ่งที่สิอยากจะทำหลังจากได้ตำแหน่งแล้ว คือสิอยากเป็นเหมือนกระบอกเสียงให้กับเด็กๆ ที่ขาดโอกาส อย่างที่ไปเจอมาที่ภูเก็ต แล้วสิมาประกวดแล้ว 2 ครั้ง และปีนี้เป็นเรื่องของการศึกษา เราจะไม่รู้เลยว่าเด็กไทยมีศักยภาพขนาดไหน เขาอาจจะเก่งมาก โตมาช่วยประเทศได้ เพียงแต่ขาดโอกาสเท่านั้นเอง ถ้าสิอยู่ตรงนี้แล้วทำให้เสียงของเขาดังขึ้น สิก็จะช่วยเหลือเขาเพื่อประเทศของเรา นั่นคือสิ่งที่สิอยากจะทำ”

“และที่จะทำอีกอย่างคือสิจะไปแก้บนค่ะ (ยิ้ม) เพราะสิไปบนมาเยอะมาก ทุกศาลทุกวัดในประเทศไทย ที่สิบนไว้คือจะไม่ทานเนื้อสัตว์เลยตลอดชีวิต คือสิเคยบนไว้ก่อนหน้านี้ไม่กิน 1 ปี พอมาคราวนี้ก็ทำสำเร็จ สิอยากช่วยรณรงค์ให้คนทั่วไปได้คำนึงถึงการไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต สิถึงอยากทำอย่างนี้”

ส่วนการประกวดมิสเวิลด์ 2010 ที่จะมีขึ้นราวเดือนต.ค.นี้ที่ประเทศจีน เจ้าตัวเผยถึงการเตรียมตัวว่า

“การเตรียมตัวเรื่องภาษาจีน ตอนนี้สิพูดได้หนึ่งคำค่ะ อย่างน้อยก็สวัสดีค่ะเป็นและก็ขอบคุณค่ะ หลังจากนี้สิก็จะเตรียมตัวทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องล่าม มิตรภาพ ความสวยงาม ที่สำคัญเลยคือสติปัญญาและภาษา สิคิดว่าแต่ละเวทีจะเลือกคนสวยที่สุด แต่งามอย่างมีคุณค่าจะเป็นเอกลักษณ์ของคนไทย เราต้องมีองค์ประกอบหลายๆ อย่างทั้งภายนอกและภายใน”

“เรื่องความคาดหวังสิจะพยายามทำให้ดีที่สุด สิได้รับความช่วยเหลือจากทุกคน แต่สิ่งที่สิมีอยู่แล้วคือใจ สิใจเกินร้อย สิจะไม่ยอมให้ประเทศไหนไม่รู้จักประเทศของเรา ทุกคนจะรู้จักว่าประเทศไทยเป็นยังไงค่ะ”

ถามถึงอนาคตเรื่องงานในวงการบันเทิงและการเรียน มิสไทยแลนด์เวิลด์คนล่าเปิดใจว่า

“สิเรียนจบจากคณะนิติศาสตร์ ม.รามฯค่ะ พี่ชายและคุณพ่อก็เป็นทนายความ คุณพ่อเป็นนักกฎหมาย ที่สิเรียนสาขานี้เพราะมีความเคารพในตัวคุณพ่อมากๆ คิดว่าคนเราเกิดขึ้นมาได้ หรือทัศนคติในการดำเนินชีวิตเกิดจากการที่เราเรียนรู้ สิอยากรู้ว่าทำไมคุณพ่อถึงเป็นคนอย่างในปัจจุบันนี้ สิเลยเรียนตามที่ท่านเรียน อนาคตจะเป็นนักกฎหมายที่สวยที่สุดในประเทศไทยค่ะ (ยิ้ม)”

“ส่วนเรื่องงานในวงการสิยังไม่แน่ใจ เพราะยังไม่เคยลองงานไหนมาก่อน ไม่เคยเล่นละครหรือโฆษณา ส่วนใหญ่สิถนัดอาชีพนางแบบ แต่จริงๆ แล้วอยากลองทุกรูปแบบค่ะ ถ้าเกิดผู้ใหญ่ให้โอกาส”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์