“ชวน” บี้บัวแก้วประท้วงเขมรมีสิ่งปลูกสร้างบนพื้นที่ทับซ้อนขัด MOU


“ชวน” เผยวัตถุประสงค์ในการทำเอ็มโอยู 43 เพื่อเป็นเครื่องมือในการปักปันเขตแดนให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีประโยชน์ส่วนตัวหรือแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ แนะบัวแก้วเร่งทักท้วงเขมรปลุกสร้างบ้านบนพื้นที่ทับซ้อนผิดเงื่อนไขเอ็มโอยู

วันนี้ (6 ส.ค.) นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าปัญหาปราสาทพระวิหารเกิดจากเอ็มโอยู 2543 ซึ่งทำในสมัยที่ตนเองเป็นนายกรัฐมนตรีว่า ในขณะนั้นสถานการณ์ของทั้ง 2 ประเทศเป็นไปด้วยดี โดยเฉพาะการปักปันเขตแดนระหว่างประเทศพม่า ลาว และมาเลเซีย ดังนั้น สิ่งที่จะต้องทำให้สำเร็จคือ การปักปันเขตแดนให้ชัดเจน เพราะตราบใดที่ยังปักปันเขตแดนไม่ได้ ปัญหาความขัดแย้งก็ไม่จบสิ้น

นายชวนกล่าวว่า การทำเอ็มโอยู ปี 2543 มีวัตถุประสงค์ไม่ใช่เพื่อให้ใครได้เปรียบหรือเสียเปรียบ แต่จะใช้เป็นเครื่องมือในการดำเนินการให้การปักปันเขตแดนเป็นไปด้วยความ เรียบร้อย ไม่กระทบต่อกัน ทั้งนี้ เข้าใจว่าความคิดเห็นของแต่ละคน ก็แล้วแต่จะคิด แต่ยืนยันว่ารัฐบาลในขณะนั้นไม่ได้มีประโยชน์ส่วนตัวที่ทับซ้อน หรือทำไปเพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์อะไร ขณะนี้ สิ่งที่กระทรวงการต่างประเทศต้องไปติดตาม คือ การมีสิ่งปลูกสร้างในบริเวณพื้นที่ทับซ้อนดังกล่าว ซึ่งในเอ็มโอยู 2543 ระบุไว้ชัดเจนว่า ห้ามมีสิ่งปลูกสร้างใดๆ ในบริเวณนั้นๆ เราจึงต้องไปดูว่าฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ไปทักท้วงหรือไม่ หากทำเกินกว่าข้อตกลงที่กำหนด ก็ต้องทักท้วงไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศระบุว่ามีการลงนามยกพื้นที่ใต้ปราสาทพระวิหารให้กัมพูชา นายชวนตอบว่า คงต้องไปถามนายนพดลเอง เพราะขณะนั้นที่ไปลงนามนั้น นายนพดลเป็น รมว.ต่างประเทศ ทั้งนี้ ตนก็เข้าใจคนที่คิด หากมองในแง่ดีคงจะเป็นห่วงบ้านเมือง ทั้งนี้ หนังสือชี้แจงของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ก็ได้ชี้แจงไว้ชัดเจนแล้ว

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์