จำลอง เมิน มาร์ค ง้อ ยันภาคีชุมนุมพรุ่งนี้แน่!! “สนธิ” ซัด “สุวิทย์” พูดเท็จ


“พันธมิตรฯ” หนุนเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ ชี้เคลื่อนไหวส่วนตัวไม่เกี่ยวพันธมิตรฯ “สนธิ” โชว์แผนที่เขมรขอขึ้นทะเบียนพระวิหาร ชี้ “สุวิทย์” เซ็นรับทราบเท่ากับรับรองแผนเขมรทั้งหมด ฉะ “มาร์ค” ประท้วง 11 ครั้งแต่กลับเสียดินแดน แนะฟังคนอื่นบ้าง ติง “กษิต” ไม่พูดพบเขตสันปันน้ำ หวั่น ขรก.ซวย ปัดมีวาระซ่อนเร้น “ปานเทพ” โชว์ภาพเขมรตัดถนนรุกแดน “จำลอง” ลั่นพรุ่งนี้ชุมนุมร่วมภาคี 8 โมงเช้า หน้าทำเนียบ ไม่รอผลถก “มาร์ค” เย็นนี้ ลั่นใครจับผิด พ.ร.ก.ส่อกลั่นแกล้งกัน

วันนี้ (6 ส.ค.) ที่บ้านพระอาทิตย์ นายสนธิ ลิ้มทองกุล พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายศิริชัย ไม้งาม นายศรัณยู วงศ์กระจ่าง นางมาลีรัตน์ แก้วก่า แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกพันธมิตรฯ ได้แถลงข่าวถึงผลการประชุมแกนนำพันธมิตรฯ ต่อกรณีปราสาทพระวิหาร โดยนายสนธิกล่าวว่า ที่ประชุมมีมติสนับสนุนเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ เคลื่อนไหวในกรณีคัดค้านการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารของประเทศกัมพูชา ซึ่งถือเป็นเรื่องวิกฤตที่สุดในเวลานี้ ขณะที่ยืนยันว่าการชุมนุมดังกล่าวไม่ใช่ภายใต้การนำของพันธมิตรฯ ทั้งนี้ นายสนธิได้แสดงหลักฐานแผนที่การขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของ ประเทศกัมพูชาตั้งแต่การประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ครั้งที่ 32-34 และแผนที่ของกรมพัฒนาที่ดินในปี 2545 และปี 2552 เพื่อเปรียบเทียบพื้นที่บริเวณเขาพระวิหาร ที่ทางกัมพูชาได้ตัดถนนและนำประชาชนเข้ามาตั้งชุมชนในพื้นที่

นายสนธิกล่าวต่อว่า นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หัวหน้าคณะผู้แทนไทย พูดเท็จในกรณีการลงนามรับทราบเอกสารว่าจะไม่มีผล ซึ่งความจริงแล้ว เอกสารที่นายสุวิทย์ได้ลงนามรับทราบลงไป เป็นการรับรองแผนที่และเอกสารในการยื่นขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารของ กัมพูชาทั้งหมด ซึ่งจะไม่มีผลคงเป็นไปไม่ได้ นายสุวิทย์จะต้องปฏิเสธไม่ยอมลงนามในเอกสารดังกล่าว ส่วนกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี บอกว่าได้ประท้วงการสร้างถนนเข้ามาในพื้นที่เขตแดนไทยถึง 11 ครั้งนั้น แต่กลับเป็นผลให้มีการเสียดินแดนไปแล้ว เพราะกัมพูชาได้นำพลเมืองและมีการสร้างชุมชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งต่อไปจะเป็นผลให้กัมพูชาสามารถยึดแผนที่ 1:200,000 ใช้ในการยึดพื้นที่เสียดินแดนเพิ่มอีก 1.8 ล้านไร่

“ถ้านายอภิสิทธิ์ไม่ฟังพันธมิตรฯ ก็ขอให้ฟังผู้อาวุโสอย่างนายศรีศักร วัลลิโภดม และนายอดุลย์ วิเชียรเจริญ อดีตประธานคณะกรรมการมรดกโลกบ้าง ก็จะรู้ว่าอะไรคือข้อเท็จจริง” นายสนธิกล่าว

นายสนธิกล่าวอีกว่า ล่าสุดได้มีการค้นพบหลักเขตแดนบริเวณสันปันน้ำใต้ปราสาทพระวิหาร ซึ่งทำขึ้นระหว่างราชอาณาจักรสยามและประเทศฝรั่งเศสเมื่อปี 2447 แต่ต่อมากลับมีการใช้แผนที่อัตราส่วน 1:200,000 ที่ร่างในปี 2450 มาใช้ ซึ่งเรื่องนี้นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ไม่ได้พูด เพราะถ้าพูดออกมาข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศก็จะมีความผิด จึงต้องทำเพื่อปกป้อง ทั้งนี้ ตนยืนยันว่าการเรียกร้องดังกล่าวไม่มีวาระซ้อนเร้น ถ้าไทยได้ดินแดนกลับคืนตนก็ไม่ได้อะไร ได้แค่ความภูมิใจ เราสู้เพื่อความจริง ซึ่งการได้ความจริงมันเจ็บปวด ที่โดนกล่าวหาว่าคลั่งชาติ แต่เราก็ยังเชื่อมั่นในสิ่งที่พูด ซึ่งถ้าไทยจะเสียดินแดนก็คงจะเสียในยุคของนายอภิสิทธิ์ และนายสุวิทย์ ที่คบคิดกับกัมพูชาดันให้เป็นมรดกโลก

“นายอภิสิทธิ์พูดว่าอย่าผูกขาดรักชาติ คำถามของผมไม่ได้อยู่ตรงนี้ แต่อยู่ที่ว่านายอภิสิทธิ์ ได้ทำหน้าที่ดีแล้วหรือไม่ ต่อกรณีที่ไทยเสียดินแดนด้วยฝีมือของนักการเมือง” นายสนธิกล่าว

ขณะที่ นายปานเทพกล่าวถึงแผนที่บริเวณปราสาทพระวิหารของกัมพูชาว่า เมื่อสมัยที่นายอภิสิทธิ์ ยังเป็นผู้นำฝ่ายค้าน นายอภิสิทธิ์ก็เคยมาคัดค้านในแผนที่ดังกล่าว ซึ่งการที่นายสุวิทย์ ไปเซ็นรับทราบเอกสารนั้น ก็เหมือนกับสนับสนุนแผนการขึ้นทะเบียนของกัมพูชา ซึ่งมีแผนที่ที่กัมพูชาอ้างว่าไทยรุกล้ำอธิปไตยกัมพูชาด้วย พร้อมกับแสดงภาพถ่ายจากดาวเทียมถึงพื้นที่ดังกล่าว และระบุว่าขณะนี้ทางกัมพูชาได้สร้างถนนอ้อมผาเขาพระวิหารทางด้านชายแดน กัมพูชารุกพื้นที่เข้าสู่ตัวปราสาท มาสู่พิพิธภัณฑ์ที่ญี่ปุ่นสร้างให้ในเขตแดนกัมพูชา เพื่อเป็นการยึดพื้นที่ทั้งหมด ราวกับว่าการเซ็นเอ็มโอยู 43 ไม่ได้มีผลอะไรเลย ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการสูญเสียดินแดนเพิ่มขึ้น

ด้าน พล.ต.จำลอง กล่าวว่า การที่ตนไปร่วมชุมนุมกับเครือข่ายนั้น ตนไปในนามส่วนตัว ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (7 ส.ค.) ทางเครือข่ายจะไปชุมนุมที่บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาลในเวลา 08.00น. เพื่อไปติดตามข้อเสนอแนะว่าเป็นรูปธรรมแล้วบ้างหรือไม่ และถ้าทำได้แค่นี้ควรจะทำยังไงต่อไป ทั้งนี้ยืนยันตาม 4 ข้อเสนอเดิม คือ 1.รัฐบาลจะต้องยกเลิก บันทึกความเข้าใจข้อตกลงระหว่างไทยและกัมพูชา ปี 2543 หรือเอ็มโอยู 2.รัฐบาลจะต้องผลักดันชาวกัมพูชาออกจากพื้นที่ของไทย 3.เอาพื้นที่บริเวณปราสาทพระวิหารคืน 4.ไม่ยอมให้คณะกรรมการมรดกโลกตั้งคณะกรรมการประสานงานระหว่างประเทศ (ICC) 7 ประเทศ ทั้งนี้ ตนยืนยันว่าเราไม่ได้ไปทะเลาะกับรัฐบาล แต่เราทำกันในนามของคนไทยหวงแผ่นดินไทย ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรีติดต่อเพื่อให้ตัวแทนผู้ชุมนุมเข้าพบในเย็นวันนี้ นั้น ตนไม่ทราบว่าใครจะไป แต่ยืนยันว่าไม่ว่าผลจะออกมายังไงก็จะมีการชุมนุมในวันพรุ่งนี้ เพื่อรับทราบมติของประชาชน

พล.ต.จำลองกล่าวถึงกรณีที่หากนายกรัฐมนตรียังยืนยันที่จะไม่เลิกเอ็ม โอยู 43 ว่า แม้จะเห็นคนละอย่างแต่ก็ต้องทำให้ถูกต้อง ส่วนการชุมนุมในวันพรุ่งนี้นั้น จะมีที่ทำเนียบรัฐบาลที่เดียว ไม่ได้ไปในบริเวณพื้นที่ปราสาทพระวิหาร หรือ จ.ศรีสะเกษแต่อย่างใด เพราะยังเห็นว่ามีความอันตรายอยู่ ส่วนกรณีที่การชุมนุมจะเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น ตนเห็นว่าหากเจ้าหน้าที่จะจับใครก็ต้องพิจารณาด้วยกฏหมายและเจตนา ทั้งนี้เครือข่ายไปชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ และมีเจตนาที่บริสุทธิ์ ถ้าจะมีการจับกุมก็คงจะเป็นการกลั่นแกล้งกัน

รายละเอียดพันธมิตรฯ แถลงท่าทีจี้รัฐบาลยกเลิก MOU 2543

ปานเทพ – ประชาชนกลุ่มหนึ่งที่มีองค์ประกอบของภาคประชาชนไม่ต่ำกว่า 40 แห่ง ได้มารวมตัวกันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และได้ยื่นหนังสือให้กับ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพื่อทวงถามในมาตรการที่จะยกเลิกข้อตกลงทั้งปวงที่เกี่ยวข้องกับความผูกพัน แผนที่ 1:200,000 ระหว่างไทยกับกัมพูชา นอกจากนั้น เรียกร้องในเรื่องของการผลักดันชุมชนชาวกัมพูชาและทหารกัมพูชาให้ออกนอก พื้นที่อย่างไม่มีเงื่อนไขโดยทันที นอกจากนั้นยังได้มีการยื่นคำเรียกร้องในการทวงคืนแผ่นดินที่ถูกยึดครองไป การเรียกร้องดังกล่าวนั้นได้ครบ 7 วัน ตามที่กลุ่มประชาชนดังกล่าวได้ยื่นหนังสือไปแล้ว และจะจัดการชุมนุมเพื่อหาคำตอบในการยื่นหนังสือดังกล่าวในวันพรุ่งนี้ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจึงได้มาประชุมกันเพื่อกำหนดท่าทีต่อการ เคลื่อนไหวของภาคประชาชนกลุ่มดังกล่าว ดังต่อไปนี้ ขออนุญาตเชิญคุณสนธิครับ

สนธิ – เราได้มีการประชุมกันแล้ว เราเห็นด้วยและให้การสนับสนุนกับเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ ต้องเรียนพี่น้องที่ชมรายการนี้อยู่ และท่านบรรดาสื่อมวลชนทั้งหลาย งานนี้เป็นงานของเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ ไม่ใช่งานของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หากแต่ทว่า ประเด็นการชุมนุมและการต่อสู้เรียกร้องนั้น เป็นประเด็นซึ่งเราเห็นด้วย 100 เปอร์เซ็นต์ เราพร้อมที่จะให้การสนับสนุน อย่างน้อยที่สุดในเครือข่ายของ ASTV เราจะมีการถ่ายทอดสด เพื่อที่จะชี้แจงให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้น

รายละเอียดการชุมนุมนั้น ถ้าใครสงสัยอะไรเดี๋ยวคุยกับท่าน พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แต่ก่อนที่จะกล่าวต่อผมอยากขอแสดงหลักฐานบางอย่างเพื่อให้เห็นว่าทำไมเราถึง เห็นด้วย และเราคิดว่าในขณะนี้เป็นช่วงวิกฤตที่สุด

คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พูดออกมาบอกว่า อย่าให้เราผูกขาดการรักชาติ คำถามไม่ได้อยู่ที่ว่าเราผูกขาดหรือไม่ผูกขาดการรักชาติ คำถามที่คุณอภิสิทธิ์ และคุณสุวิทย์ คุณกิตติ ต้องถามว่า ได้ทำหน้าที่ตัวเองดีและถูกต้องแล้วหรือไม่ ต่อกรณีที่ไทยได้เสียพื้นที่ให้กับกัมพูชาไป โดยการกระทำของนักการเมือง และใช้วาทกรรมมาโกหกหลอกลวง

วันนี้ผมขอพูดก่อนที่จะต่อไปยังท่าน พล.ต.จำลอง ว่า ท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และคุณสุวิทย์ คุณกิตติ ได้กล่าวเท็จกับคนไทยมาตลอดในเรื่องนี้ แม้กระทั่งล่าสุดคุณสุวิทย์ คุณกิตติ ก็กล่าวเท็จ ว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรเลย การเซ็นรับรอง ไม่มีผลอะไร คุณอภิสิทธิ์ก็มาบอกว่าการเซ็นรับรองนั้นไม่มีผลอะไร เดี๋ยวผมจะชี้ให้ดูนะครับ

2551 ทางซ้ายมือของพวกท่าน นี่คือแผนที่ของแถลงการณ์ร่วมที่ยื่นต่อกรรมการมรดกโลกครั้งที่ 32 จะเห็นเส้นที่ลากออกมา ส่วนขยายพื้นที่แนบแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา 2551 ที่ยื่นไปด้วย ก็จะเห็น นี่คือตัวปราสาท และเส้นนี้คือเส้นที่ลากพื้นที่ แผนที่ที่กัมพูชายื่นให้ฝ่ายไทยเซ็นรับรอง พร้อมเอกสารการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ครั้งที่ 34 ที่ผ่านมานี้ ที่คุณสุวิทย์เซ็นรับรองไป สังเกตได้ชัดนะครับว่าทุกอย่าง เส้นนี้ด้วย เหมือนกับแผนที่แถลงการณ์ร่วม 2551 เหมือนกันเป๊ะ ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่นิดเดียว ส่วนขยายแผนที่ที่แนบเอกสารกัมพูชาไป ก็เช่นกัน จะเห็นได้ชัดเส้นนี้ก็ยังเส้นนี้อยู่ นี่คือถนนที่เขาตัดผ่านมา เพราะฉะนั้นแล้วสิ่งที่คุณสุวิทย์ได้เซ็นรับรองไป เซ็นรับรองอะไรรู้ไหม เซ็นรับรองเอกสารเก่าที่กัมพูชายื่น แล้วคุณสุวิทย์มาบอกว่าวันนี้ไม่มีผลอะไร เป็นไปไม่ได้ การที่คุณไม่ค้าน สิ่งที่คุณสุวิทย์ควรจะทำก็คือคุณสุวิทย์ต้องไม่เซ็นรับรอง เพราะว่าเอกสารทั้งชุดมันรวมเอกสารเก่าอันนี้ไปด้วย แต่คุณสุวิทย์ดันไปเซ็นรับรอง แล้วคุณสุวิทย์บอกว่าคุณสุวิทย์ไม่ได้เซ็นรับรองอะไรเลย แล้วไม่มีผล มันไม่มีผลได้ยังไง การรับรอง การไม่ค้าน คือการยอมรับ

สิ่งที่คุณสุวิทย์ต้องทำก็คือว่า เมื่อเอกสารทั้งหมดยื่นมา คุณสุวิทย์ต้องปฏิเสธตัวนี้ไป เอกสารแถลงการณ์ร่วม 2551 ถ้าปฏิเสธตัวนี้ก็เท่ากับว่า 2 ตัวนี้ไม่มีความหมาย แต่คุณสุวิทย์ไปรับรองหมดทุกแห่ง

อันนี้จะเห็นได้ชัด ภาพถ่ายทางอากาศเมื่อปี 2545 นี่คือตัวปราสาทเขาพระวิหาร นี่คือเส้นแนวสีชมพูซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตประเทศที่ประเทศกัมพูชาอ้างอิงว่า เป็นของเขา ส่วนเส้นสีแดงเป็นเส้นของไทย เป็นเส้นเขตสันปันน้ำ นี่คือตัวปราสาท เส้นสีเหลืองตรงนี้ เป็นที่แบ่งเขตประเทศ ประเทศไทยอ้างอิงตามแผนที่ภูมิประเทศมาตราส่วน 1:50,000 ซึ่งประเทศไทยได้ปรับแนวขึ้นใหม่ โดยกันพื้นที่บริเวณปราสาทเขาพระวิหารออกตามคำตัดสินโลก ตรงมุมนี้ เราเขียนขึ้นมาใหม่ตามมติของศาลโลก นี่คือเขาพระวิหาร และนี่คือเขตที่เรากัน

เส้นสีแดง เส้นสันปันน้ำตามธรรมชาติคือเส้นของเรา นี่คือภาพถ่ายทางอากาศสีของกรมพัฒนาที่ดิน 2545 เรามาดู ปี 2552

2552 เขมรก็ยังยืนยันเส้นสีชมพูอยู่เหมือนเดิม คือเส้นนี้ ว่าข้างหลังเส้นสีชมพูนี่ของเขาหมด ไทยเราก็ยังยืนยันเส้นสีแดง จะเห็นได้ชัดว่าแนวสีเหลืองเป็นแนวแบ่งเขตประเทศที่เราตั้งเอาไว้ว่าเขาพระ วิหารอยู่ที่นี่นะ เส้นสีแดงนี่ก็เป็นเส้นสันปันน้ำ ปรากฏว่าเกิดอะไรขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่าเขมรสร้างชุมชนขึ้นมแล้วตรงนี้ ที่ผมชี้ ชนกับสีชมพูตรงนี้เรียบร้อยแล้ว ในเขตไทย สร้างตลาด ที่สำคัญใครเป็นคนให้เงินสร้างตลาด ญี่ปุ่น ในนามยูเนสโก ให้เงินสร้างตลาด แล้วนี่คือเส้นสีขาวนี่คือเส้นถนนที่เขาตัดมา 2 เส้น นี่ผลจากการประท้วง 11 ครั้ง ของคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คุณอภิสิทธิ์ประท้วง 11 ครั้ง เขมรบอกว่าดี คุณประท้วงไปเรื่อยๆ ฉันก็เอาชุมชนมาตั้ง ฉันก็สร้างถนนเข้ามา สรุปง่ายๆ ว่า เสียดินแดนไปเรียบร้อยแล้ว แล้วคุณอภิสิทธิ์ก็บอกว่าจะประท้วงต่อ ประท้วงไปอีก 11 ครั้ง ก็จะมีชุมชนเกิดขึ้นมาเรื่อยๆ ประท้วงไปเรื่อยๆ พอปีหน้าถึงเวลาแล้ว ก็เราดันไปเซ็น คุณสุวิทย์ คุณกิตติ โกหกประชาชนทั้งประเทศ ดันไปเซ็นรับรองแผนที่ที่เมื่อกี้ผมแสดงให้เห็นครั้งแรก เขมรหลังจากได้ตรงนี้ไปแล้ว 4.6 ล้านไร่ ก็จะเรียกร้องต่อ ใช้แผนที่ 1:200,000 คือเส้นสีชมพู ไล่ไปเรื่อยๆ ไล่ไปจนถึงสระแก้ว ไล่ไปจนถึง จ.ตราด จะเป็นผลทำให้เราเสียพื้นที่อีก 1.8 ล้านไร่ แน่นอนที่สุด เพราะฉะนั้นใคร่เรียนให้พี่น้องสื่อมวลชนทราบ ฝากไปถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุวิทย์ คุณกิตติ นี่ไม่ใช่เรื่องการรักชาติแบบบ้าคลั่ง ไม่ได้ผูกขาด ถ้าไม่เชื่อพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ไม่เชื่อผม ไม่เชื่อคุณปานเทพ ไม่เชื่อ อ.เทพมนตรี ก็ฟังผู้รู้ 2 ท่านที่เป็นผู้ใหญ่ในแผ่นดิน คนหนึ่งคือ อ.ศรีศักดิ์ วัลลิโภดม

อ.ศรีศักร คือปรมาจารย์ทางโบราณคดี ท่านไม่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องอะไร ท่านไม่ได้เป็นพันธมิตรฯ ทั้งสิ้น ท่านบอกว่าดินแดนที่อยู่สันปันน้ำเป็นของไทย หลักฐานทางโบราณคดีก็มี หลักฐานทางประวัติศาสตร์ก็มี อ.อดุลย์ วิเชียรเจริญ ท่านสื่อมวลชนทราบไหมคือใคร คืออดีตประธานกรรมการคณะกรรมการมรดกโลกของไทย ท่านก็บอกว่าเราเสียดินแดนไปเรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องฟังผม ฟังผู้ใหญ่ 2 คน ก็จะรู้ว่านี่คือข้อเท็จจริงนะครับ

แล้วข้อมูลใหม่เกิดขึ้นมา ไม่มีใครพูดถึง กระทรวงการต่างประเทศไม่กล้าพูดถึง คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่มีการพูดถึง ได้มีการค้นพบหลักเขตแดนซึ่งปักเอาไว้แล้ว ริมฝั่งสันปันน้ำตรงนี้ ใครปักรู้ไหม ฝรั่งเศสและไทยปักไว้เมื่อปี ค.ศ.1904 / 2447 ฝรั่งเศสกับไทยได้ปักกันเรียบร้อยแล้ว ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว ว่าเขตแดนไทยกับกัมพูชานั้นแบ่งกันเรียบร้อยแล้ว คือตรงสันปันน้ำ เพราะปักพร้อมกัน หลักฐานมีอยู่แล้ว แต่ปรากฏว่าดันไปทะลึ่งเอาแผนที่ที่ฝรั่งเศสวาดขึ้นเอง ปี พ.ศ.2450 เอามาทับตรงนี้ไป กระทรวงการต่างประเทศก็ไม่พูด คุณกษิต ภิรมย์ ในขณะนี้น้ำท่วมปาก ที่ท่วมปากก็เพราะว่าตัวเองรู้ว่าถ้าดำเนินการต่อไป ข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศต้องผิด ก็เลยออกมาทำทุกอย่างเพื่อปกป้องข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ

พี่น้องสื่อมวลชนครับ ผมไม่ได้มีวาระซ่อนเร้นอะไรเลย ถ้าไทยได้ดินแดนคืน และสามารถปกป้องดินแดนไทยได้ ผมคิดว่าพันธมิตรฯ ก็ไม่ได้ส่วนแบ่งของดินแดนเข้ามาเป็นที่ตั้งสำนักงานพันธมิตรฯ ผมก็ไม่สามารถที่จะไปจัดทัวร์ที่จะให้ขายทัวร์แล้วเอาเงินมาสนับสนุน ASTV ไม่มี ได้อยู่อย่างเดียว คือความภูมิใจ

พี่น้องสื่อมวลชนครับ เราสู้เรื่องนี้มาบนพื้นฐานของความจริงในการพูดความจริงนั้นมันเจ็บปวด กระบวนการก่อนที่ความจริงจะถูกพิสูจน์ออกมานั้น เราจะต้องผ่านอุปสรรคต่างๆ นานา ผ่านการถูกกล่าวหาว่าคลั่งชาติ สมัยก่อนว่าเราคลั่งชาติ แสดงว่าวันนี้คนไทยทั่วประเทศก็คลั่งชาติสิ ถูกดูถูกเหยียดหยาม แต่เราไม่เคยถอย เพราะว่าเราเชื่อมั่นในความจริงที่เราพูด เพราะฉะนั้นอีก 10 ปีต่อไปในอนาคตข้างหน้า เราก็ยังเชื่อมั่นว่าสิ่งที่เราพูดนั้นถูกต้อง แต่อีก 10 ปี คุณอภิสิทธิ์อยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ คุณสุวิทย์ คุณกิตติ อยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ หากไทยต้องเสียดินแดนไปด้วยเหตุนี้ ผมขอยืนยันว่า จะเป็นเหตุที่เสีย เสียในยุคที่คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี และคุณสุวิทย์ คุณกิตติ ไปสมรู้ร่วมคิดกับฝ่ายเขมรในการเซ็นรับรองแผนที่มรดกโลก

จำลอง – ที่ผมไปร่วมกับเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาตินั้น ไปโดยส่วนตัวนะครับ ไม่ได้ไปในนามของพันธมิตรฯ เพราะพันธมิตรฯ เพิ่งมีการประชุมวันนี้เอง ผมไปเพราะว่าเห็นตรงกับเขา แต่เนื่องจากผมเป็นคนที่อายุมากกว่าเขา เขาเลยให้ผมทำหน้าที่ในการช่วยแถลงว่าเป็นยังไงมายังไง เครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาตินั้น ประกอบไปด้วยเครือข่ายมากมาย นับจำนวนได้ถึง 45 เครือข่าย เขาได้ประชุมกันก่อน เขาได้ทำกิจกรรมกันก่อน ผมไปร่วมกับเขาทีหลัง แล้วก็กำหนดกันว่าพรุ่งนี้จะไปที่หน้าทำเนียบฯ 08.00 น. ท่านผู้สื่อข่าวมีอะไรจะซักไซร้ไล่เลียงไหมครับ เขาไปด้วยวัตถุประสงค์ 2 ประการนะครับ ประการแรกก็คือ ไปติดตามดูว่าข้อเสนอที่ยื่นไปเมื่อ 7 วันก่อน 4 ข้อ รัฐบาลได้ทำอะไรเป็นรูปธรรมแล้วบ้าง อะไรที่ยังค้างอยู่ และข้อที 2 ก็คือ เรื่องที่ว่า เมื่อสถานการณ์เป็นอย่างนี้ รัฐบาลทำได้เฉพาะแค่นั้น ยังเหลือแค่นี้ แล้วประชาชนคนไทยที่หวงแหนแผ่นดินไทย ควรจะทำอะไรต่อ หรือจะเสนอให้รัฐบาลทำอะไร

ข้อเสนอ 4 ข้อที่เขายื่นไปเมื่อ 7 วันก่อน ผมขอเรียนซ้ำอีกทีนะครับ ข้อแรกก็คือ ขอให้รัฐบาลยกเลิก MOU 43 ข้อ 2 ขอให้ผลักดันเขมรออกไปจากดินแดนไทย ข้อ 3 ลองทบทวนดูว่ามีทางใดไหมที่จะเอาปราสาทพระวิหารคืน เพราะว่าปราสาทพระวิหารตั้งแต่ศาลโลกตัดสินนั้น เราก็ยังถือว่าเป็นของเรา และข้อที่ 4 ก็คือ อย่าตั้งผู้แทนไทยไปร่วมในการพัฒนาพื้นที่ ที่เขาเรียกว่าบริหารจัดการพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 2,800 ไร่ เพราะตรงนั้นไม่ใช่พื้นที่ทับซ้อน ตรงนั้นไม่ใช่พื้นที่พิพาท ตรงนั้นเป็นดินแดนของไทย นี่คือ 4 ข้อ ซึ่งพรุ่งนี้ก็จะไปถามทางรัฐบาล แล้วก็จะหารือกันต่อว่าเราจะทำอย่างไรต่อไปแค่นี้ครับ ไม่ได้ไปเพื่อจะทะเลาะกับรัฐบาลนะครับ เพราะเราสู้กับเขมร เราก็ต้องรักใคร่กลมเกลียวกัน แต่เราทำในนามของประชาชนคนไทยที่หวงแหนดินแดนไทย ก็มีแค่นี้ล่ะครับ ไม่มีอะไรมาก มีใครจะซักไซร้ไล่เลียงเชิญเลยครับ

ถาม-ตอบ

ถาม – ท่านนายกฯ จะขอคุยเย็นนี้ ได้มีการติดต่อหรือยัง

จำลอง – มีการติดต่อแล้วครับ

ถาม – แล้วจะไปทำเนียบฯ ไหมคะเย็นนี้

จำลอง – จะมีผู้แทนของเราไปนะครับ แล้วก่อนหน้านี้ก็มีการติดต่อกันอยู่นะ

ปานเทพ – ขออนุญาตซ้ำอีกครั้งนะครับว่า การชุมนุมครั้งนี้ไม่ใช่ในนามพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แต่เป็นเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ ซึ่งเป็นประชาชนอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเขาต้องไปมีความเห็นหรือมติของเขาเอง พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเราไม่ได้มีแกนนำเข้าไปเป็นแกนนำครั้งนี้นะ ครับ ขอทำความเข้าใจก่อน แล้วเราอยู่ในฐานะให้กำลังใจและให้การสนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการถ่ายทอดสดผ่านทาง ASTV

ถาม – ถ้าเย็นนี้ได้ข้อยุติแล้ว พรุ่งนี้จะมีการชุมนุมไหม

จำลอง – ทั้งหมดนี้เขาจะไปฟังว่าผู้ที่มาร่วมชุมนุมมีความเห็นอย่างไร แล้วส่วนใหญ่เห็นอย่างไรเขาก็จะประกาศออกมา ซึ่งการไปคราวนี้ก็เหมือนกับการไปยูเนสโกเมื่อวันที่ 27 ไปชุมนุมอย่างสันติ อหิงสา ซื่อสัตย์ บริสุทธิ์ ไม่มีวาระซ่อนเร้นนะครับ

ถาม – ใครเป็นตัวแทนของเครือข่ายไปคุยกับท่านนายกฯ

จำลอง – เรากำลังติดต่อกันอยู่นะครับ

ถาม – จะเป็นตัวแทนชุดเดิมไหม

จำลอง – กำลังถามครับว่าจะเหมาะสมประการใด ควรจะส่งใครไป แต่ใครไปก็ไปในนามของเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ ก็มีการติดต่อกันอยู่

ถาม – เรียนถามนิดหนึ่งค่ะเรื่องของการยกเลิก MOU 43 ซึ่งนายกฯ ก็ออกมาย้ำอยู่ตลอดว่ามันยกเลิกไม่ได้ ตรงนี้ก่อนหน้านี้ที่เคยได้พบกันกับท่านนายกฯ ได้เคยทำความเข้าใจเรื่องนี้กันไหม

จำลอง – ผมไม่ได้ไปนะครับ แต่ผมทราบจากผู้ที่ไปว่า ได้มีการพูดคุยกัน ถึงแม้เห็นคนละอย่างก็ตาม ก็อยากจะให้ทำให้ถูกต้องโดยที่ไทยไม่เสียดินแดน เครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติมีหลายคนที่มาร่วมประชุมนะครับ แล้วเขาก็ไม่มีแกนนำ ไม่มีใครเป็นแกนนำ ช่วยกันทำคนละไม้คนละมือ ผมจะเรียนอย่างนี้นะครับ เดี๋ยวท่านจะไม่รู้ นึกว่าไม่มีตัวไม่มีตน เท่าที่ผมจำได้ เพราะเยอะไปหมดนะครับ เช่น คุณอธิวัฒน์ ซึ่งเป็นกลุ่มอีสานกู้ชาติ คุณศรีเมือง เป็นตัวแทนของเครือข่ายทวงคืนแผ่นดินแม่ แล้วก็มีคุณทศพล เครือข่ายประชาชนผู้รักชาติ และยังมีอีกหลายคนที่ผมไม่ได้ไปถามว่าเครือข่ายไหน ใครบ้าง เพราะเยอะไปหมด อย่างเช่นมีคุณการุณ ใสงาม มีคุณสุนทร จากปักษ์ใต้ มีคุณแก่นฟ้า จากภาคอีสาน มีคุณไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ มีคุณวีระ สมความคิด ซึ่งคุณวีระเขาทำมาก่อน เขาพาประชาชนไปที่เขาพระวิหารอย่างที่พวกเราทราบแล้ว รวมทั้งหมดที่ผมนึกชื่อออกก็ 10 กว่าคนแล้ว

ถาม – อย่างพรุ่งนี้จะมีเฉพาะที่ทำเนียบฯ หรือว่าที่ศรีสะเกษจะมีด้วยไหม

จำลอง – ไม่มีครับ คือเครือข่ายบางเครือข่ายของเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติเขาเคยนัดกันว่าจะไป ที่เขาพระวิหารด้วย แต่แล้วตอนหลังเขาก็ประกาศให้เครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติทราบว่า ไม่ไป มาที่ทำเนียบฯ แห่งเดียว เพราะไปที่โน่นอันตรายครับ

ถาม – แต่การที่นัดเคลื่อนไหวในวันพรุ่งนี้ มันยังอยู่ในช่วงประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อยู่

จำลอง – ใช่ครับ เราก็คำนึงถึงเรื่องนี้ด้วย เพราะฉะนั้นที่บอกว่าเขาจะจับผู้ที่ไปชุมนุมพรุ่งนี้ การจะจับใครก็ต้องพิจารณา 2 อย่างนะครับ 1. กฎหมาย 2. เจตนา ที่เราไปเราไปตามกฎหมายนะครับ เป็นกฎหมายสูงสุดของบ้านเมืองด้วย คือรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 70 บอกไว้ชัดนะครับว่าบุคคลมีหน้าที่พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มาตรา 71 ก็ตรงอีกล่ะครับ บุคคลมีหน้าที่ป้องกันประเทศชาติ รักษาผลประโยชน์ของชาติ และปฏิบัติตามกฎหมาย ผู้สื่อข่าวจะเห็นนะครับ เราทำตามรัฐธรรมนูญเปี๊ยบเลย แล้วอีกอย่างหนึ่ง เจตนาก็เห็นแล้วนะครับว่า เครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาตินั้นเขาชุมนุมเมื่อวันที่ 27 เขาไม่ได้ชุมนุมเพื่อก่อการร้าย เพื่อก่อความไม่สงบ คราวนี้ก็อีกเช่นกัน ในวันพรุ่งนี้ เพราะฉะนั้นเจตนานี้ก็เป็นเจตนาบริสุทธิ์ที่ไม่ได้ผิดกฎหมายเลย เมื่อพิจารณา 2 หลักนี้แล้ว ถ้าจะจับก็คงเป็นการแกล้งจับเท่านั้นเอง

ปานเทพ – ขออนุญาตเสริมเพิ่มเติมนะครับ เอกสารที่คุณสนธิได้นำเสนอ ซึ่งเป็นเอกสารล่าสุดที่คุณสุวิทย์ คุณกิตติ ได้ไปเซ็นรับมอบ ไม่ใช่การเซ็นยอมรับนะครับ เซ็นรับมอบเอกสาร ปรากฏว่ามีเอกสาร 1 ชิ้น ทางขวามือ ซึ่งคุณสนธิได้เทียบให้ฟังว่า มันไม่ต่างกัน นี่คือตัวปราสาทพระวิหาร เขตไทยอยู่หลังสันปันน้ำขึ้นไป พื้นที่นี้ก็เป็นพื้นที่ที่ใต้ภูผา หรือใต้หน้าผา จะเห็นได้ว่าในสมัยที่คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นผู้นำฝ่ายค้าน คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ค้านทุกจุด ไม่ว่าหมายเลข 1 ซึ่งเป็นตัวปราสาท พื้นที่รอบๆ ก็ไม่ได้ อันที่ 2 คือพื้นที่กันชน พื้นที่ที่ 3 ก็ยอมรับไม่ได้ เพราะเป็นพื้นที่ดินแดนไทย ดินแดนนี้เขาบอกว่าเป็นพื้นที่พัฒนา ซึ่งพื้นที่พัฒนาตรงนี้ทางคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เคยตั้งคำถามกับคุณสมัคร สุนทรเวช ว่า ทางกัมพูชาได้พูดว่าจะยังไม่พิจารณาเนื่องจากเห็นสัมพันธไมตรีระหว่าง ไทย-กัมพูชา คำถามก็คือ พูดเช่นนี้เหมือนกับว่าเป็นดินแดนของทางกัมพูชา บัดนี้ทุกอย่างเหมือนเดิมครับ เมื่อเราส่วนขยายมา เราพบว่าเลข 1 อยู่ที่เดิม คือตัวปราสาท เลขที่ 2 อยู่ที่เดิม ไม่ขยับ เลขที่ 3 คือเขตพัฒนา ก็ยังอยู่ที่เดิม ไม่เปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราเป็นห่วงก็คือการเซ็นรับมอบอย่างนี้ เท่ากับว่ามีความสุ่มเสี่ยง เสมือนว่าเราไม่ปฏิเสธกับแผนที่ในแถลงการณ์ร่วมตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา

ทีนี้ มีความเป็นไปอย่างหนึ่ง จุดเดียวที่ท่านจะเห็น คือมีเส้นดำๆ ตรงนี้อยู่ 1 เส้น นี่คือความเปลี่ยนแปลง แล้วเส้นนี้คืออะไร ผมก็เลยขออนุญาตดูเส้นนี้ครับ เหมือนกันเลยครับ เมื่อเทียบกันแล้ว มันคือเส้นถนนครับ เส้นตามขอบสันปันน้ำตรงถนนเส้นที่ 2 ที่ถูกตัดขึ้น ถนนเส้นแรกคือตัวปราสาทพระวิหาร นี่คือเส้นแรกคือวัดแก้วสิกขคีรีฯ สามารถอ้อมผ่านกลับมาจากบ้านโกมุย (***) ของฝั่งกัมพูชา ไต่ขึ้นมาแล้วก็ขึ้นตัวปราสาทพระวิหารโดยไม่ขึ้นฝั่งไทยได้ ส่วนเส้นนี้เสร็จปี 2552 ต่อมาปี 2553 ถนนเส้นนี้เสร็จอีก 1 เส้น ทำให้เป็นที่มาของการลากเส้นตามไต่สันปันน้ำ แล้วขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโล แสดงว่าเงื่อนไขตาม MOU ข้อ 5 ที่ถูกละเมิด ได้แค่การประท้วง แต่ไม่สามารถยับยั้งการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกได้ ท่านเห็นบริเวณนี้ไหมครับ ตรงนี้คือพิพิธภัณฑ์ญี่ปุ่นที่สร้างเสร็จ เมื่อสร้างเสร็จแล้วก็จะมีแผนบริหารจัดการตัวปราสาทโดยที่ไม่ต้องอาศัยขึ้น ฝ่ายไทย โดยเฉพาะบริเวณนี้เป็นต้นมา ไม่มีคนไทยอาศัยอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าเขาจะไต่เส้นสันปันน้ำก็ตาม แต่ในข้อเท็จจริงเขาได้ยึดพื้นที่ทั้งหมดไปโดยปริยาย เพราะฉะนั้นเอกสารกับข้อเท็จจริงต่างกันมากในเวลาตอนนี้ นั่นหมายถึงว่าปัจจุบันเราถูกรุกล้ำอธิปไตยจริงๆ และเท่ากับว่า เงื่อนไขตาม MOU 2543 ที่ใช้การประท้วงอย่างเดียว ไม่ได้ผล แล้วที่สำคัญก็คือว่า เอกสารหลายชิ้นระบุว่า การประชุมคณะกรรมการมรดกโลกครั้งที่ 33 ได้ระบุว่าประเทศไทยเป็นฝ่ายรุกล้ำอธิปไตยกัมพูชา โดยอาศัยแผนที่มาตราส่วน 1:200,000 เพราะฉะนั้นการที่คุณสุวิทย์ไปลงนามอ้างอิงเอกสารมติคณะกรรมการมรดกโลกย้อนหลัง มันย่อมเท่ากับว่าไม่ปฏิเสธในเงื่อนไขเหล่านั้น ยิ่งตอกย้ำทำให้เกิดความสุ่มเสี่ยงที่จะนำไปสู่การสูญเสียดินแดนเพิ่มเติมในอนาคต

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์