Sony Vaio P ฉบับไมเนอร์เชนจ์


หลังจากโซนี เริ่มทำตลาดโน้ตบุ๊กขนาดเล็กในชื่อ พ็อกเกตสไตล์ จาก Vaio P รุ่นแรกในปีที่ผ่านมา ล่าสุดได้มีการต่อยอดจากหน่วยประมวลผลอะตอมรุ่นใหม่ นำเครื่องมาดีไซน์ใหม่ให้ดูสีสันสวยงามน่าใช้มากขึ้น เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า แต่ทั้งนี้อย่างที่รู้กันว่ากลุ่มเป้าหมายของโซนี คือผู้ใช้งานที่เน้นสไตล์การใช้งานเป็นหลัก

โดยการเปลี่ยนแปลงหลักๆนอกจากสีสัน และหน่วยประมวลผลแล้ว ยังมีในส่วนของการใส่ Accelerometer มาเพื่อจับการเคลื่อนไหว ในการหมุนจอตามมุมมองของการถือเครื่อง รวมไปถึงยังสามารถใช้การเอียงเครื่องในการสั่งงานรูปแบบต่างๆได้ ขึ้นอยู่กับการกำหนดค่า

นอกจากนียังมีปุ่มควบคุมเมาส์แบบออปติคัล มาอยู่ข้างๆ หน้าจอ ปุ่มลัดสำหรับปรับขนาดการแสดงผล เรียกใช้งานโหมดช่วยเหลือแทนปุ่มลัดเดิมที่ใช้ในการเรียกหน้าจอและโหมดมัลติ มีเดีย ที่สำคัญคือระยะเวลาการใช้งานที่เพิ่มขึ้นจากเดิม โดยโซนีเคลมว่าสามารถใช้ได้ถึง 4 ชั่วโมง

Design Of Sony Vaio P

ด้วยความที่ออกแบบมาให้เป็นเน็ตบุ๊กขนาดพกพา ที่สามารถใส่กระเป๋ากางเกงได้ ทำให้ดีไซน์เล็กของเครื่องถือเป็นจุดเด่น สำคัญของโซนีอยู่เช่นเดิม ขนาดรอบตัวอยู่ที่ 245 x 19.8 x 120 มิลลิเมตร น้ำหนักประมาณ 600 กรัม วัสดุที่ใช้ส่วนใหญ้เป็นพลาสติกผสม ทำให้ตัวเครื่องมีน้ำหนักเบาและค่อนข้างยืดหยุ่น

ภายนอกโดดเด่นจากสีส้มที่สะดุดตา ซึ่งถ้าหากใครคิดว่าสีนี้แรงไปก็ยังมีสีอื่นให้เลือกอีก 4 สี คือ เขียว ชมพู ขาว และดำ โดยตรงการเครื่องมีโลโก้ “Vaio” สีเงินขนาดใหญ่วางพาดอยู่ตรงกลาง ถัดขึ้นไปมีชื่อแบรนด์ “SONY” สีเงินอยู่ตรงกึ่งกลางเช่นกัน

เมื่อเปิดเข้ามาพบกับหน้าจอ LED Display ขนาด 8 นิ้ว ให้ความละเอียดสูงสุด 1600 x 768 พิกเซล ที่รองรับระบบ Accelerometer ช่วยให้ผู้ใช้สามารถกลับจอใช้ในแนวตั้งได้ด้วย ส่วนปุ่มควบคุมที่อยู่บริเวณด้านข้างของหน้าจอ เริ่มจากฝั่งซ้ายประกอบไปด้วยปุ่มคลิกเมาส์ซ้าย-ขวา

ขณะที่ทางฝั่งขวามีออปติคัลแพดให้ใช้แทน เหนือจากแพดขึ้นไปจะเป็นที่อยู่ของกล้องเว็บแคมความละเอียด 640 x 480 พิกเซล ซึ่งในการใช้งานจริงออปติคัลแพดดังกล่าว เรียกได้ว่ามีขนาดเล็กเกินไปทำให้ไม่สามารถควบคุมได้แม่นยำเท่าที่ควร แต่ถ้าคำนึงถึงกรณีที่ใช้ระหว่างเดินทาง หรือ ถืออ่านอีบุ๊ก ก็ต้องยอมรับว่าอยู่ในตำแหน่งที่ง่ายต่อการควบคุม

ถัดลงมาจากหน้าจอเป็นเช่นเดียวกันว่าต้องมีแบรนด์แปะอยู่ระหว่างหน้าจอและ คีย์บอร์ด นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สำหรับแสดงการกดใช้งาน NumLock CapsLock และ ScorllLock อยู่บริเวณเดียวกับปุ่มเปิดเครื่อง ย้อนกลับไปในส่วนของข้อต่อระหว่างหน้าจอ เป็นแบบคู่อยู่บริเวณซ้าย-ขวา มีความแน่นหนาดีตามสไตล์ของโซนี

ถัดมาในส่วนของคีย์บอร์ด ยังคงเอกลักษณ์เช่นเดียวกับรุ่น ก่อนหน้านี้คือใช้ปุ่มแบบ Chicklet แม้จะมีขนาดเล็กแต่ว่าด้วยความที่มีช่องไฟระหว่างปุ่ม ทำให้สามารถพิมพ์ได้ไม่ค่อยผิดพลาด แต่ทั้งนี้ผู้ใช้คงต้องทำใจนิดนึงจากขนาดที่จำกัดของตัวเครื่อง ทำให้ขนาดของคีย์บอร์ดเองต้องจำกัดตามลงไปด้วย

ส่วนของปุ่มควบคุมอย่างแทร็กแพดตรงกลาง ถ้าใครที่เคยใช้ปุ่มแดงของเครื่องในตระกูล ThinkPad ของ ไอบีเอ็ม หรือ เลอโนโว มาก่อน คงจะคุ้นเคยกับการใช้งานแทร็กแพดตรงกลางนี้ ส่วนปุ่มคลิกเมาส์ซ้าย-ขวา จะวางตำแหน่งอยู่บริเวณขอบด้านล่างของเครื่อง

การใช้งานในส่วนนี้ผู้ใช้คง ต้องมีปรับพฤติกรรมกันนิดหน่อย เพราะผู้ใช้โน้ตบุ๊กส่วนใหญ่จะชินกับการที่มีฐานของตัวเครื่องไว้รองมือขณะ พิมพ์ ทำให้สามารถใช้งานได้ในทุกสถานที่ แต่สำหรับ Vaio P จะไม่มีพื้นที่บริเวณดังกล่าวให้ใช้งาน ดังนั้นในการพิมพ์บริเวณข้อมือจะลอยขึ้นจากพื้นผิวทำให้เกิดอาการเมื่อยข้อ มือได้ถ้าใช้ในเวลานาน

บริเวณขวาล่างของตัวเครื่องเป็นที่อยู่ของไฟแสดงสถานะการใช้งานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เปิดเครื่อง ชาร์จ เตือนแบตฯ และเปิดใช้งานไวเลส นอกจากนี้ยังมีปุ่มลัดสำหรับเรียกใช้งานระบบช่วยเหลือ ปรับขนาดความละเอียดหน้าจอ และเรียกใช้งานอินเทอร์เน็ตเบราว์เซอร์ (ปกติจะเป็น IE แต่ถ้าผู้ใช้ตั้ง Default เป็นเบราว์เซอร์อื่นก็จะเรียกเบราว์เซอร์นั้นขึ้นมาใช้งาน)

พลิกกลับมาที่ด้านหลังของเครื่อง ถูกออกแบบมาให้เรียบง่าย มีเพียงพื้นที่ที่เป็นส่วนของแบตเตอรีเองก็กินไปครึ่งหนึ่งแล้ว โดยเมื่อถอดแบตเตอรีออก จะมีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดเป็นออปชันเสริม สำหรับผู้ที่ต้องการใช้งาน โดยแบตเตอรีที่ให้มาเป็นแบบ 4 เซลล์ ที่ทางโซนีเคลมว่าใช้งานได้ต่อเนื่อง 4 ชั่วโมง

อ่าน Sony Vaio P review ฉบับเต็ม