เขมร สั่งตรึงทหาร หันปืนใหญ่จ่อ ไทย


“ผบ.สส.กัมพูชา” รุดตรวจชายแดนเรียกนายทหารประชุมยุทธการที่ “อุดรมีชัย”ตรงข้าม “สุรินทร์” สั่งตรึงกำลังพลพร้อมอาวุธหนักรับมือทหารไทยเต็มที่ และหันปากกระบอกปืนใหญ่จ่อ“ด่านช่องจอม” มทภ.2ชี้ชายแดน ยังเดาลำบาก หลังมรดกโลกเลื่อนย้ำรักษาอธิปไตยเต็มที่

วานนี้ (30 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้ประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ครั้งที่ 34 ที่กรุงบราซิเลีย ประเทศบราซิล มีมติให้เลื่อนการพิจารณาแผนบริหารจัดการพื้นที่รอบปราสาทพระวิหารตามที่ ประเทศกัมพูชาเสนอออกไปเป็น ปี 2554 ที่ประเทศบาห์เรน ซึ่งสร้างความผิดหวังให้กับฝ่ายกัมพูชานั้น ได้ส่งผลกระทบทำให้บรรยากาศการค้าและการท่องเที่ยวที่บริเวณด่านผ่านแดนถาวร ไทย-กัมพูชา ช่องจอม-โอร์เสม็ด ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ วันนี้ค่อนข้างเงียบเหงากว่าทุกวันที่ผ่านมา

โดยมีบรรดาพ่อค้า แม่ค้า และประชาชนชาวกัมพูชาเดินทางผ่านแดนเข้ามายังฝั่งไทย เพื่อซื้อขายสินค้าที่ตลาดช่องจอมใหม่ บ้านด่าน ต.ด่าน อ.กาบเชิง ซึ่งอยู่ลึกเข้ามายังประเทศไทยราว 2 กิโลเมตร (กม.) ค่อนข้างบางตา เนื่องจากความไม่มั่นใจในความปลอดภัย เกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงตามแนวชายแดนขึ้น

ส่วนทหารของกัมพูชา ล่าสุด ที่ชุมชนโอร์เสม็ด ต.โอร์เสม็ด อ.สำโรง จ.อุดรมีชัย ตรงข้ามกับด่านผ่านแดนถาวรช่องจอมของไทย พล.อ.ซอ สะเรือน ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ประเทศกัมพูชาได้เดินทางมาประชุมยุทธการร่วมกับนายทหารระดับสูงที่รับผิดชอบ ควบคุมพื้นที่ชายแดนติดต่อกับประเทศไทยด้านตรงข้ามกับ จ.สุรินทร์และ จ.บุรีรัมย์ ที่กองบัญชาการสมรภูมิที่ 3 จ.อุดรมีชัย โดยได้สั่งการให้ตรึงกำลังทหารและอาวุธหนักในขั้นเตรียมพร้อมเต็มที่เพื่อ รับมือกับสถานการณ์หากถูกทหารไทยโจมตี

รวมทั้งได้ตรวจเยี่ยมหน่วยทหารปืนใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่ที่เขาแหลม ต.โอร์เสม็ด อ.สำโรง และหันปากกระบอกปืนมายังด่านผ่านแดนถาวรช่องจอม ฝั่งไทย และตรวจเส้นทางการก่อสร้างถนนเข้า มายังหมู่บ้านติดชายแดนไทย ที่บ้านจะกาเจ๊ก ต.โอร์เสม็ด เชื่อมต่อกับ เส้นทาง อ.สำโรง จ.อุดรมีชัย เป็นพื้นที่ตรงข้ามกับ ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เพื่อใช้เป็นเส้นทางในการลำเลียงกำลังพล เข้ายังพื้นที่ชายแดน

จากนั้น พล.อ.ซอ สะเรือน และคณะ ได้เข้าพักค้างคืนที่บ่อนกาสิโน “โอร์เสม็ด รีสอร์ท” ซึ่งตั้งอยู่ติดกับด่านช่องจอม ชายแดนไทย โดย มี นายลี ยง พัด หรือ นายพัด สุพาภา เจ้าของบ่อนกาสิโน โอร์เสม็ด รีสอร์ท ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นนักธุรกิจใหญ่ผู้ใกล้ชิด สมเด็จฯ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ให้การต้อนรับ

ทั้งนี้ การก่อสร้างถนนดังกล่าวรัฐบาลกัมพูชาได้รับการสนับสนุนเงินจากสาธารณรัฐ ประชาธิปไตยประชาชนจีน กว่า 1,000 ล้านบาท ในการนำมาลงทุนสร้างเส้นทางตามแนวตะเข็บชายแดนพื้นที่ติดต่อกับประเทศไทยทุก ด้านตั้งแต่รอยต่อตรงข้ามกับ จ. อุบลราชธานี, ศรีสะเกษ, สุรินทร์ และ จ.บุรีรัมย์ พร้อมทั้งส่งกำลังทหารและอาวุธหนัก เข้าประจำพื้นที่ชายแดน เผชิญหน้ากับทหารไทยที่วางกำลังตามแนวชายแดนทุกจุด

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ชายแดน ไทย-กัมพูชา ด้าน จ.สุรินทร์ ในขณะนี้ ยังเป็นปกติทั้ง การค้าขาย การท่องเที่ยวและการผ่านแดนของประชาชนทั้ง 2 ประเทศ ขณะที่ทหารไทย ยังมีการวางกำลังพร้อมอาวุธ ประจำพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในสภาพมีความพร้อมทุกพื้นที่เช่นกัน
ด้าน พล.ท.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2 (มทภ.2) กล่าวภายหลังร่วมประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 2 ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกประกาศเลื่อนการพิจารณาแผนบริหารจัดการ พื้นที่รอบปราสาทพระวิหารออกไปเป็นปี 2554 ที่ประเทศบาห์เรนว่า สถานการณ์ความตึงเครียดตามแนวชายแดนน่าจะดีขึ้น แต่ยอมรับว่ายังมีความเป็นห่วงเกี่ยวกับกระแสความเห็นของประชาชนทั้งสอง ประเทศ โดยเฉพาะประชาชนชาวกัมพูชาซึ่งอาจมีความเห็นในเรื่องนี้แตกต่างออกไป และอาจมีการสร้างกระแสต่อต้านกดดันเกี่ยวกับมติการเลื่อนพิจารณาของคณะ กรรมการมรดกโลกดังกล่าว ซึ่งอาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชา

ส่วนแนวโน้มสถานการณ์ตามแนวชายแดนหลังจากนี้เป็นสิ่งที่คาดการณ์ได้ ลำบาก แต่ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร ทางกองทัพภาคที่ 2 ยืนยันจะปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาอธิปไตยของชาติอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อรักษาดินแดนของไทยเอาไว้ให้ได้ โดยจะใช้มาตรการที่เคยกำหนดไว้ก่อนหน้านี้ คือ การสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์กระทบกระทั่งกันขึ้น และหลีกเลี่ยงที่จะใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหาทุกอย่าง
“ขณะนี้กำลังทหารของทั้ง 2 ประเทศก็ประจำอยู่ในพื้นที่ของตนเองไม่มีการรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ของอีก ฝ่ายแต่อย่างใด ส่วนการเจรจาตกลงในเรื่องของเขตแดนนั้นให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลทั้ง 2 ประเทศที่จะตกลงกัน เพราะหากสามารถตกลงเรื่องของเส้นเขตแดนได้ปัญหาทุกอย่างก็จะคลี่คลายลง” พล.ท.วีร์วลิต กล่าว

พล.ท.วีรฺวลิต กล่าวอีกว่า สำหรับความสัมพันธ์ของประชาชนตามแนวชายแดนของ 2 ประเทศนั้น ส่วนใหญ่ยังคงเป็นปกติ ตามจุดผ่านแดนถาวร รวมถึงจุดผ่อนปรนต่างๆ ประชาชนทั้ง 2 ประเทศยังคงไปมาหาสู่กันได้ตามปกติ แต่ยอมรับว่าอาจมีบางจุดที่ทางกองทัพต้องขอร้องไม่ให้ประชาชนเข้าไปใกล้ พื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณชายแดนฝั่ง อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ เนื่องจากเป็นพื้นที่เสี่ยง และพื้นที่ดังกล่าวยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องของเส้นเขตแดน

ผู้ว่าฯบุรีรัมย์กำชับ 3 อำเภอ

นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการ จ.บุรีรัมย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้อำเภอที่มีพื้นที่ติดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้ง 3 อำเภอ คือ อ.บ้านกรวด อ. ละหานทราย และ อ.โนนดินแดง ได้ดูแลด้านความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเข้มงวดอย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ระดับท้องถิ่น หมู่บ้าน ชุมชนที่อยู่ตามแนวชายแดนยังใช้ชีวิตตามปกติ ไม่มีผลกระทบแต่อย่างใด ในส่วนของทหารก็ยังไม่มีการเสริมกำลัง เพราะยังไม่มีสัญญาณความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น แต่ก็ไม่ประมาทได้กำชับให้ทุกอำเภอมีการเตรียมพร้อมตลอดเวลา

โดย ASTVผู้จัดการรายวัน