ขอนแก่นออกหมายจับ 8 ผู้ต้องหาคดี “ก่อการร้าย” เผาศาลากลาง


เผาศาลากลาง

ศาลขอนแก่นอนุมัติหมายจับ 8 ผู้ต้องหา เผาศาลากลาง-เอ็นบีที คดีความผิดฐาน “ก่อการร้าย” หลังหลักฐานชัดเชื่อมโยงเป็นกระบวนการ คาดสรุปสำนวนสอบสวนเสนออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้ภายในสิ้นเดือนนี้ รักษาการผู้ว่าฯยอมรับขอนแก่นไม่สามารถยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ได้ เนื่องจากยังมีรายงานความเคลื่อนไหวของแกนนำ นปช.ในหลายระดับภายในพื้นที่

บ่ายวันนี้ (22 ก.ค.) ที่ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น นายพยัต ชาญประเสริฐ รักษาการผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานการสรุปความคืบหน้าการสอบสวนคดีวางเพลิงศาลากลางและคดีวางเพลิง เผาสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (เอ็นบีที) จ.ขอนแก่น ซึ่งเหตุเกิดเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 ที่ผ่านมา

นายพยัต กล่าวว่า คดีวางเพลิงเผาศาลากลาง และคดีวางเพลิงเผาสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย หรือ เอ็นบีที นั้น นายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ พนักงานสอบสวนฝ่ายปกครอง พนักงานสอบสวนตำรวจ โดยมีพนักงานอัยการมาสอบสวนร่วมเพื่อการสอบสวนทุกคดี โดยพนักงานสอบสวนพิเศษเริ่มรับสำนวนการสอบสวนต่อจากพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น มาดำเนินคดีเป็นคดีพิเศษเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2553

ความคืบหน้าล่าสุดถึงวันนี้ สามารถสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดได้ 64 ราย สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 12 ราย แยกเป็นคดีวางเพลิงเผาศาลากลาง จำนวน 37 ราย จับกุมผู้ต้องหาได้ 7 ราย และคดีวางเพลิงเผาสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (เอ็นบีที) ได้ 27 ราย และจับกุมผู้ต้องหาได้ 5 ราย

นายพยัต กล่าวว่า ขณะนี้การดำเนินคดีใกล้จะสรุปสำนวนคดี เสร็จแล้ว โดยพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการสอบปากคำพยานไปแล้วประมาณ 90 ปาก จากพยานหลักฐานพบว่า มีกลุ่มก่อการร้ายแฝงตัวเข้ามากับผู้ชุมนุมเพื่อก่อเหตุ โดยพบว่า ผู้ต้องหาจำนวน 8 รายพร้อมพวกรวมจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 25-30 ราย ทางคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษตรวจสอบแล้วพบว่ากลุ่มดังกล่าวมีหมายจับข้อหา วางเพลิงและบุกรุกอยู่แล้วจำนวน 17 ราย ยังไม่มีหมายจับจำนวน 8 ราย

คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจึงขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 8 ราย ประกอบด้วย ชายจำนวน 5 ราย หญิง จำนวน 3 รายจากศาลจังหวัดขอนแก่นเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2553 ในความผิดฐานก่อการร้าย ร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่นหรือโรงเรือนอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน, มั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป โดยใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง

ก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง, ทำให้เสียหาย ทำลาย หรือทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์ของผู้อื่นหรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย บุกรุกสำนักงาน หรืออสังหาริมทรัพย์ในความครอบครองของผู้อื่นโดยมีอาวุธหรือกระทำความผิด ด้วยกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 215, 217, 218, 358, 364, 365 และ 135/1 ประกอบมาตรา 83

ศาลจังหวัดขอนแก่นได้อนุมัติให้ออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีก 8 ราย ในข้อหาวางเพลิงและก่อการร้ายด้วย รวมทั้งพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาก่อการร้ายกับผู้ต้องหาที่อยู่ระวห่างฝาก ขังอีก 4 รายด้วย

“ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการติดตามจับกุม คดีนี้คาดว่าจะสรุปสำนวนสอบสวนเสนออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนได้ภายในสิ้นเดือนนี้”นายพยัต กล่าว

สำหรับผู้ต้องหาที่กำลังขอหมายจับ 8 รายนั้น ทางเจ้าหน้าที่ไม่ขอเปิดเผยชื่อ-สกุล หรือภาพถ่ายผ่านสื่อมวลชน เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะรู้ตัวและหลบหนี โดยการออกหมายจับครั้งนี้ มีประจักษ์พยานหลักฐานภาพถ่าย และภาพวิดีโอชัดเจน โดยจากการสอบสวนและประจักษ์พยานหลักฐานนั้น ปรากฏชัดเจนว่า ผู้ต้องหาทั้ง 8 ราย เชื่อมโยงกันเป็นกระบวนการ ในการเข้าก่อการร้ายเผาศาลากลางจังหวัดขอนแก่นและสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที

นายพยัต กล่าวอีกว่า ได้เตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงาน ทั้งตำรวจ ทหาร หน่วยพยาบาล และทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องในจังหวัดขอนแก่น จะมีการฝึกซ้อมแผนป้องกันและปกป้องสถานที่ราชการแบบเต็มรูปแบบในวันพรุ่งนี้ (23 ก.ค.)

โดยยอมรับว่า จังหวัดขอนแก่น ไม่สามารถยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ได้ เนื่องจากยังมีรายงานความเคลื่อนไหวของแกนนำ นปช.ในหลายระดับภายในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ซึ่งการคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินไว้ ก็ไม่ได้กระทบกระเทือนประชาชนทั่วไปในจังหวัดแต่อย่างใด เพราะ พ.ร.ก.จะควบคุมเฉพาะการชุมนุมทางการเมืองเท่านั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ขอนแก่นต้องมี พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์