ขบวนการอุ้ม ‘มาร์ค af7 – มาร์ค V11’


มาร์ค af7 - มาร์ค V11

มาร์ค af7 - มาร์ค V11

ทำงานกันเป็นแก๊ง ร่วมมือกันเป็นทีมเบี่ยงประเด็น “เฟซบุ๊ก – ปลดรูป” ให้เป็นเรื่องความเห็นต่างทางการเมือง เป็นที่แน่นอนแล้วว่า ครอบครัวท้าวคำลือ สีแดงจัดชัดเจนตั้งแต่หัวจดปลายเท้า โดย “มาร์ค V 11” วิทวัส ท้าวคำลือ ยืนยันความสนใจที่จะเล่นการเมืองในอนาคต โดยมี “ทักษิณ ชินวัตร” เป็นไอดอลคนสำคัญในชีวิต ตั้งขบวนการฟอก ขัด ล้าง และอุ้มเต็มตัว หลังออกจากบ้าน AF ไล่เรียงตั้งแต่ ทรู คอร์ปอเรชั่น , การส่งเสริมให้ท้าย “ลูกเทวดา” ของพ่อแม่ ตลอดจนสื่อแดง ซึ่งนำทีมโดย มติชน – ข่าวสด ขาประจำเจ้าเก่า ส่วนไทยรัฐ ให้คอลัมนิสต์ “แจ๋วริมจอ” จับมือกับทีมข่าวหน้า 1 งานนี้ “พรรคเพื่อไทย” ลงสยายปีกทำหน้าที่โอบอุ้มดูแลทุนการศึกษาจนจบ

ทันทีที่ออกจากบ้าน “แก๊งรักเด็ก (นรก)” ก็เริ่มขบวนการช่วยกันอุ้มในทันที โดยมีผู้ใหญ่ในแต่ละองค์กร หน่วยงาน และสถาบัน เริ่มต้นทำงานกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ผลัดกันออกมาแสดงบท “เมตตา – เอื้ออาทร” ที่แตกต่างกันไป ณ วันนี้ ทุกคน ทุกฝ่ายจงใจที่จะเบี่ยงประเด็นเรื่องเฟซบุ๊กที่มีข้อความจาบจ้วงหมิ่นเบื้อง สูง “ เบื่อๆ (ข้อความเซ็นเซอร์) เมื่อไหร่จะปลดรูปไปให้หมดทุกบ้านวะ” ซึ่งมีความผิดเกี่ยวกับการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ให้กลายเป็นเรื่องความ เห็นต่างทางการเมือง และให้ “ค..” มาร์ค ราบ 11 เท่านั้น และเรื่องจาบจ้วงดังกล่าว อ้างว่า เกิดจากการ “ตัดต่อเฟซบุ๊ก” !!

ปิดเฟซบุ๊กเบี่ยงประเด็น
วันแถลงข่าว มาร์คบอกว่ามีคน “ปิดเฟซบุ๊ก” ของเขาระหว่างที่เขาอยู่ในบ้าน AF เป็นไปได้อย่างไรกัน !?

คนที่จะดำเนินการปิด Facebook, Yahoo, Hotmail ฯลฯ ต้องเป็นคนที่รู้ “พาสเวิร์ด” เพื่อเป็นรหัสผ่าน พาสเวิร์ดเป็นความลับเฉพาะบุคคล มีผู้รู้เพียงคนเดียว แต่การอ้างว่าคนอื่นปิดเฟซบุ๊ก ทำให้น้ำหนักของเรื่องนี้ขาดความน่าเชื่อถือและมีคำถามต่อทันที

เรื่องที่พ่อวทัญญู และทนายความยืนยันว่ามีการตัดต่อเฟซบุ๊ก น่าจะหมายถึงข้อความที่คัดลอกมาเฉพาะส่วนที่บอกว่า “ เบื่อๆ (ข้อความเซ็นเซอร์) เมื่อไหร่จะปลดรูปไปให้หมดทุกบ้านวะ” มากกว่า ซึ่งเรื่องนี้เด็กรุ่นใหม่ที่เชี่ยวชาญในการท่องโลกไซเบอร์ย่อมรู้ว่า เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ถ้าทำได้ก็ยังต้องอาศัยพาสเวิร์ดเป็นรหัสผ่านอยู่ดี แต่เมื่อมีผู้ปรารถนาดี คัดลอกมาเฉพาะข้อความหมิ่นออกมาแสดง !! โดยไม่แสดงข้อความสนทนาก่อนหน้าและหลังนั้น ทำให้ครอบครัวท้าวคำลือหยิบเรื่องนี้มาสมอ้างว่า “โดนตัดต่อ” !! เพื่อหาทางออกให้กับมาร์ค V 11เรื่องดังกล่าวนี้ แตกต่างชัดเจนกับกรณีที่มาร์ค V11 ยอมรับว่าด่านายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะจริง ด้วยความเห็นต่างทางการเมือง ที่เราได้เห็นความทั้งก่อนหน้า และหลังการให้ “ค..” ดังกล่าว

ถ้ามีคนปิดเฟซบุ๊กในช่วงที่มาร์คยังอยู่ในบ้าน AF ย่อมหมายความว่า ระหว่างที่มาร์คอยู่ในบ้าน คงจะต้องรู้สถานการณ์ภายนอก โดยเฉพาะในเรื่องกระแสต้าน !! ที่เริ่มมีมาตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม เป็นวันแรก โดยมีการพูดถึง “เซน เดอะสตาร์ และมาร์ค ราบ 11” ก่อน มีการคัดลอก “ข้อความหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” ที่โพสต์โดยมาร์ค V 11 ส่งกันเป็นลูกโซ่ทางอีเมล กระแสที่รุนแรงและทำท่าจะขยายวง น่าจะทำให้วทัญญู และเร็จวรรณา ท้าวคำลือ และทรู อะคาเดมี แฟนเทเชีย ซีซั่น 7 ได้ประเมินสถานการณ์ร่วมกัน และดำเนินการชิงปิดเฟซบุ๊กเป็นลำดับแรกเพื่อทำลายหลักฐาน แต่ช้าไปเสียแล้ว !!

“ไทยรัฐ” กระเตงออกนอกหน้า
ทุกปี … ถ้าย้อนกลับไปดูหนังสือพิมพ์ปีเก่าๆ จะพบว่า นสพ.ไทยรัฐ ไม่เคยยินดี – ยินร้ายกับรายการทรู อะคาเดมี แฟนเทเชีย เท่าไหร่นัก ทุกปีจะคอยกระแหนะกระแหนใส่อยู่เป็นประจำ โดยผ่านคอลัมนิสต์อย่าง “แจ๋วริมจอ” !! เคยกระทั่งเขียนด่าโปรดิวเซอร์รายการอย่าง “บอย อรรถพล” มาแล้วด้วยซ้ำ แต่ปีนี้ … แจ๋วริมจอ กลับลำมาม่วนซื่นกับมาร์ค V11 จนอารมณ์ “แจ๋น” จนออกนอกหน้าถึง 2 บทความในเวลาไล่เลี่ยกันเลยทีเดียว

แจ๋วริมจอ ยุคแรกมีตัวตนและจุดยืนในงานเขียนที่เป็นเอกลักษณ์ชัดเจน ต่อมาเมื่อผู้สื่อข่าวบันเทิงท่านนั้น ผันตัวเองเป็นบรรณาธิการดูแลให้กับหนังสือพิมพ์บันเทิงต่างค่ายอีกฉบับหนึ่ง “แจ๋วริมจอ” ในยุคต่อมาจึงกลายเป็นนามปากการวม เปิดโอกาสให้ผู้สื่อข่าวหน้าอื่นๆ ที่นอกเหนือจากหน้าบันเทิงได้ร่วมกันบรรเลงวิจารณ์งานบันเทิง และการที่ไม่ได้ระบุคอนเซ็ปต์ของคอลัมน์ชัดเจน ทำให้ในแต่ละสัปดาห์ “หัวไปทาง – หางไปทาง” แม้จะจับต้นชนปลายก็ยากที่จะหลอมให้เป็นเรื่องเดียวกัน นโยบายเดียวที่ใช้สำหรับคอลัมน์คือ “อยากเขียน อยากด่า อยากวิจารณ์ เชิญ … ทุกสถานี ทุกรายการ ทุกละคร ได้หมด ยกเว้นค่ายโพลีพลัสเพียงค่ายเดียวเท่านั้น” ด่าตรงๆ ไม่ได้ก็เมกจดหมายจากทางบ้านขึ้นมาบอกว่ามีคนเขียนมาถึง ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเขียนจริงสักกี่เปอร์เซ็นต์หรือโมเมชันขึ้นมาเพื่อด่าเองก็ พิจารณากันเอาเอง

แจ๋วริมจอ สับ AF มาตลอด 6 ปีที่ผ่านมา มีเพียงปีนี้ที่เขียนอวย “มาร์ค V11 และทรู” อย่างชัดเจน สับรางร่วมกันบิดประเด็นดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ให้เป็นเรื่องความคิด ต่างทางการเมือง โดยนำ 2 มาร์ค มาชนกัน !!

บทความแรก เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม – “ผิดตรงไหน” (หน้า 37)
“ผมถึงบอกว่า …คนบางกลุ่มในประเทศนี้ “เพี้ยน” ไปจนกู่ไม่กลับแล้วหรือ ??? การแสดงออกทางการเมืองของประชาชนคือรากฐานอย่างหนึ่งของระบอบประชาธิปไตย จะรักใคร ชังใคร ก็เป็นสิทธิส่วนบุคคล จะไปห้ามปรามได้อย่างไร ถ้าการวิพากษ์วิจารณ์นั้นยังอยู่ในขอบเขตของกฎหมาย หากเด็กคนนี้กล่าวล้ำเส้น หรือพาดพิงให้นายกฯ เสียหาย ก็ผิดกฎหมาย หรือถูกผู้เสียหายฟ้องร้องได้ แต่ไม่ใช่เหล่าบรรดาองครักษ์จะออกมาเล่นบทถนัดตามไล่ล่า จะเอาเด็กคนนี้ถึงเสียอนาคต หรือไปเล่นงานผู้จัด AF”

บทความที่ 2 วันที่ 20 กรกฎาคม – “ มาร์ค V11” (หน้า 31)
“ดูเอาเถิดว่า ฝั่งฝันบนจอทีวีแท้ๆ มันยังไล่ล่าร่วมกันทำลายถึงขั้นทำร้ายเด็กๆ แล้วเราจะพึ่งพิงใครได้อีกต่อไป ??? ขอชม “มาร์ค วี 11” ว่า นายแกร่งมาก ครั้งหนึ่งทำผิด แต่กล้าเอ่ยปากขอโทษ ขอกลับใจ เป็นสปิริตอันงดงามยิ่ง ขนาดหัวหงอกหัวดำยังไม่กล้าสำนึกเท่านี้ โหวตให้นายชนะพวกไร้สติชนิดขาดลอย !!!”

วันเดียวกันนี้ ข่าวหน้า 1 ของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐได้เข้ามาสมทบ พาดหัวข่าวรอง ‘มาร์ค วี 11’ เปิดใจ ฝันอยากเล่นการเมือง ต้องการขอโทษนายกฯ รับชอบทักษิณ-คนเก่ง ซึ่งถือเป็นการเปิดใจครั้งแรกของวิทวัส ท้าวคำลือ หลังออกจากบ้าน AF

“ผู้สื่อข่าวถามว่า ในเมื่อฝันอยากเล่นการเมือง ส่วนตัวแล้วมีความชื่นชอบใครเป็นพิเศษ มาร์คตอบว่า โดยส่วนตัวรู้สึกชื่นชอบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ชอบท่านเป็นคนเก่ง คิดการณ์ไกล สามารถพัฒนาประเทศ ชาติได้ดี ใช้หนี้ได้รวดเร็ว ส่วนที่คนมองว่าท่านไม่ดีมีเรื่องผลประโยชน์นั้น ตนแยกมองไปที่ความเป็นคนเก่ง และมีศักยภาพด้านเทคโนโลยี มองเอามาในส่วนดีเท่านั้น ส่วนที่มีข่าวว่าพรรคเพื่อไทยจะช่วยเหลือด้านการเรียน ต้องขอขอบคุณถ้าจะช่วยจริง.”

ย้อนหลังกลับไป 5 วัน นสพ.ไทยรัฐมีพาดหัวข่าวที่เกี่ยวข้องกับมาร์ค V11 ดังนี้

15 – 7 – 2553 มาร์ค วี 11 ขมานายกฯ กรณีโพสต์ด่า สำนึก “ลาออก” พ้นบ้านเอเอฟ
16 – 7 – 2553 มาร์คปัด มาร์ค วี 11 ไม่จำเป็นจะต้องมาขอขมา
17 – 7 – 2553 แฟนคลับแห่เชียร์ มาร์ค วี 11เล่นคอนเสิร์ตอำลา
18 – 7 – 2553 เพลงลามาร์ค วี 11 ร้อง “เก็บตะวัน” ท่ามกลางแฟนมาเชียร์กันตรึมแล้วขอถอนตัว
19 – 7 – 2553 AF โต้ไม่หากินกับ V11 ยันมีทุกอย่างพร้อมอยู่แล้ว มาร์คกลับ ชม. เก็บตัวเงียบ !

ข่าวสดอุ้มก่อน
เมื่อไทยรัฐแจ้งชัดว่าครอบครัวท้าวคำลือเป็นพลพรรคเสื้อแดง ผู้เทิดทูน ทักษิณ ชินวัตรยิ่งชีพเท่านั้นแหละ ก็วิ่งควายกันเข้ามาอุ้มวิทวัส ท้าวคำลือในทันที ทั้งที่ก่อนหน้านี้มี นสพ.มติชน เป็นสื่อแรกที่สัมภาษณ์ วทัญญู ท้าวคำลือมาก่อน ตามติดด้วย นสพ.ข่าวสด ที่เคยเสนอข่าว “ คุกคามถึง ‘เอเอฟ’ มาร์ค-วี 11 เหตุโพสต์ไล่มาร์ค” และ “อจ. ชี้แก๊งล่าแม่มด หลงยุค ! คุกคาม ‘มาร์ค – วี 11’ มาก่อน” และในช่วงเดียวกับที่มาร์คกำลังจะออกจากบ้าน AF ข่าวสดก็ได้พาดหัวข่าวในแต่ละวัน ดังนี้
15 – 7 – 2553 มาร์ค วี 11 ถอนตัว ขมานายกฯ พ่ายแรงกดดันออกจาก “เอเอฟ” แจ้งจับคนป้ายสีว่าหมิ่นเบื้องสูง

16 – 7 – 2553 มาร์คไม่ติดใจ-แต่ติงมาร์ค วี 11 พูดไม่ดี
17 – 7 – 2553 ฉะรังแกมาร์ค วี 11-กมธ.บี้มาร์คชี้แจง
18 – 7 – 2553 “มาร์ค วี 11” หลั่งน้ำตา นัดสั่งลา เปิดใจถอนตัว “เอเอฟ”
ช่วยกันขานรับในเรื่องเห็นต่างทางการเมือง เพื่อกลบเรื่องที่เด็กนรกคนนี้เคยโพสต์ข้อความหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ทรูอุ้มแบบมีลีลา
ทรูเริ่มต้นโยนเรื่องล่อแหลมและเสี่ยงภัยที่จะถึงตัว กลับไปให้ครอบครัวท้าวคำลือที่มีอำนาจเต็มในการดำเนินการ

หลังจบคอนเสิร์ตเมื่อเสาร์ที่แล้ว “บอย” อรรถพล ณ บางช้าง โปรดิวเซอร์ใหญ่ของรายการทรู อะคาเดมี แฟนเทเชีย ก็ให้สัมภาษณ์สื่อทันที หลังจากที่ปล่อยให้ครอบครัวละเลงเรื่องราวต่างๆ มาเกือบหนึ่งสัปดาห์ แม้จะยืนยันว่าทรูไม่ได้นำเรื่องการเมืองเข้ามาแทรกในงานบันเทิง แต่ใครจะเชื่อ !!

“บอย” อรรถพล ต้องมีโอกาสได้เห็นเฟซบุ๊กตัวจริงของ “มาร์ค” วิทวัส ท้าวคำลือ !! ถึงกล้าพูดว่ามาร์คได้ใส่เรื่องตลกและคึกคะนองอย่างวัยรุ่น แต่จะดูช่วงก่อน – หลังเข้าบ้าน AF ค่าเท่ากัน !! แต่ที่แน่ๆ เขายอมรับในความสามารถทั้งลีลาและการร้องเพลง

เรื่องนี้ … ถ้าวัดกันที่เสียงร้องและฝีมือล้วนๆ มาร์คคนนี้ในคืนนั้น กินขาด เรียกเสียงปรบมือได้สนั่นฮอลล์ แม้จะเดินทางไม่ถึงฝั่งฝัน เพราะมีทัศนคติในการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นพฤติกรรมของคนเสื้อแดง , เคยด่าแม่ , ด่านายกรัฐมนตรี และด่านักร้องต่างค่าย เรียกว่าแบบอย่างที่ดีของเยาวชนไม่มีเลย

ลองมาดูข้อความสัมภาษณ์ในช่วงนี้ของบอย อย่างนี้จะเรียกว่า “อุ้ม” หรือเปล่า !?

“อีกอย่างเขาเป็นคนที่ยังเด็กมาก ซึ่งถ้าคุณไปดูวิธีการที่เขาเล่น เวลาที่เขาเล่นเฟซบุ๊กอะไรนี่ จะเห็นว่าเขาใส่เป็นเรื่องตลกซึ่งมันเป็นการคึกคะนองของวัยรุ่น แต่เรื่องนี้มันก็เป็นเรื่องดีเพราะมันเป็นบทเรียน ผมเชื่อว่ามันเป็นบทเรียนที่วัยรุ่นต้องจดจำไว้นะ เพราะบางทีการที่เราไปเล่นอะไรแผลงๆ ก็อาจจะเกิดผลร้ายในที่สุด แต่ที่ผมดีใจ เพราะวันนั้นเป็นเรื่องของพ่อแม่ คือน้องเขาก็พูดชัดเจนว่า สิ่งที่เขาทำผิดไป เขาก็ยอมรับ ซึ่งมันก็เหมือนกับบทเรียนและตัวอย่าง คือถ้าเขาผิด เขาก็ขอโทษ ประเด็นอื่นๆ ที่ยังไม่มีความชัดเจน เขาก็ไปแจ้งความอะไรต่างๆ ซึ่งทุกอย่างก็น่าจะเรียบร้อย จากความรู้สึกของผมนะ ผมเสียดาย ผมเสียใจ ตรงที่เขาน่าจะเป็นศิลปินที่ดี เพราะเรามองว่าเขามีพรสวรรค์ในเรื่องการร้องเพลง การแสดง สำหรับผม ผมเสียดายแน่ๆ กรรมการก็ต้องเสียดาย เพราะเวลาที่เราคัดคนเข้ามา เราก็ต้องมองที่ความสามารถในการเป็นศิลปิน”

การสร้างศิลปินคนหนึ่ง ไม่ควรมองแค่ความสามารถ แต่ต้องมองถึงองค์รวมที่จะเป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคมในฐานะสาธารณชนด้วย

ข้างฝ่าย ศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหารบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า

“เบื้องต้นทรูได้ปรึกษากับคุณพ่อคุณแม่ของมาร์คแล้ว ผมได้ยืนยันว่าจะช่วยเหลือด้านทุนการศึกษาให้น้องเขา เพื่อชดเชยสิ่งที่เราไม่สามารถสานฝันให้เขาได้ ส่วนกระแสตอนนี้ยังดีอยู่ แม้ว่าก่อนหน้านี้เคยมีกระแสข่าวว่ามีแฟนหลายกลุ่มบอยคอต และแอนตี้ทางทรูวิชั่นส์ ซึ่งตอนนี้กระแสนั้นได้หายไป เพราะเราพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด”

ถึงขนาดจะเลี้ยงดูปูเสื่อกันเลยทีเดียว !! คิดอย่างเดียวเหมือนจะขานรับกระแสส่งเสียเล่าเรียนเช่นเดียวกับพรรคเพื่อไทย หรือจะส่งเงินผ่านมาทางบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น

เกรฟอุ้มพี่มาร์ค ทัศนคติอันตราย
แม้จะเชื่อมั่นในเรื่องของมิตรภาพที่ผูกพันกันมาตั้งแต่อยู่ในบ้าน ณ วันนี้ ในสายตาของเพื่อนๆ ร่วมบ้าน AF มาร์คคือ ฮีโร่ ของเพื่อนๆ หลังเสร็จสิ้นงานคอนเสิร์ตที่ธันเดอร์โดมแล้ว บรรดาเด็กๆ ก็ยังมานั่งสะอึกสะอื้นกันต่อในบ้าน จนเมื่อเกรฟ V2 กล่าวเชิดชูพี่มาร์คและด่าทรู เนื่องจากไปรู้บางเรื่องราวมาจากนอกบ้าน และได้รับบทเรียนลงโทษกันไปแล้วนั้น แสดงว่ามาร์คต้องมีบทบาทต่อเพื่อนๆ ในกลุ่มนี้มาก ดังนั้น จึงควรระวังในเรื่องการส่งต่อแนวความคิดในวาระที่เด็กยังอยู่ในวัยที่ยังไม่ รู้จักผิดชอบชั่วดี และติดเพื่อน

ดูเหมือนว่าเกมทั้งหมดซึ่งดำเนินมาตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม ได้ดำเนินไปจนบรรลุเป้าหมายของทรูในชั้นแรก เมื่อนำพามาร์คมาสร้างกระแสจนอิ่มตัวแล้วผลักออกจากบ้าน AF จากนั้นก็นำ “ผู้แข่งขันสำรอง” อย่าง “ต้น” ณัฐวัตร ดีวงกิจ เข้ามาในบ้าน ซึ่งความลับนี้มีผู้สื่อข่าวรับทราบกันมาก่อนที่มาร์คจะออกจากบ้านด้วยซ้ำไป ลือกันสนั่น !! จนบรรดาแม่ยก แฟนคลับ ทั้งหน้าแก่ หน้าอ่อน โกงอายุ หลอกเด็ก ทำตัวแอ๊บแบ๊ว วิ่งกันจนเนื้อเต้นสนั่นที่จะได้เห็นผู้ชายหน้าบ้านๆ ในวัยเจริญพันธุ์เข้ามาในบ้านเพื่อเรียกกระแสอีกรอบ … เห็นการทำงานอย่างเป็นขั้น เป็นตอน และลัดวงจรของทรูแล้ว ต้องยอมรับว่าเพื่อความสำเร็จของรายการ ทรู อะคาเดมี สามารถทำได้ทุกสิ่งที่คุณมองไม่เห็นจริงๆ

พ่อ- แม่อุ้มลูก
ครอบครัวท้าวคำลือ นั้นแม้จะไม่ได้ร่ำเรียนมาทางด้านการละคร แต่สังคมรับรู้แล้วว่าเก่งแอ็กติ้ง มากชนิดที่ไม่ต้องหนักใจผู้กำกับอย่างทรูเลย แค่นับถอยหลัง … ก็สามารถเล่นได้เป็นวรรคเป็นเวรมาตั้งแต่วันแถลงข่าวแล้ว เริ่มตั้งแต่บรรยายความตามไท้ …นางเร็จวรรณา รำพึงรำพันแสดงความจงรักภักดีที่ได้รับใช้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารีเมื่อ13 ปีที่แล้ว อีกทั้งทันทีที่ผู้เป็นพ่อนั่งโต๊ะแถลงข่าวก็กางหนังสือ ชวนชี้ให้ผู้สื่อข่าวถ่ายรูปในหนังสือโดยที่ยังไม่ได้เอื้อนเอ่ยวาจาด้วยซ้ำ จนเจ้าหน้าที่ทรูต้องมาสะกิดเตือนเหมือนจะบอกว่า “อย่าเยอะพ่อ !? เดี๋ยวจะฉิบหายกว่านี้ ” …

อีกประเด็นหนึ่ง กรณีสารภาพบาปในบ้าน AF เรื่องมาร์คเคยด่าแม่ ที่ยังเป็นปมในใจ ฝ่ายพ่อก็ลุกขึ้นมาอวยว่าไม่ได้ติดใจ กลับสรรเสริญเยินยอลูกอีกต่างหาก รวมถึงงานคอนเสิร์ตที่ธันเดอร์โดม ผู้เป็นพ่อแสดงอาการมากจนล้น ประหนึ่งเห็นลูกดั่งเทวดามาจุติ !! ยิ่งเวลาที่กล้องแพนเข้าหาเพื่อถ่ายอิริยาบถของพ่อนั้น ทำท่าทางอย่างกับลูกข้าโดนรังแก !! … จนคนที่นั่งชมผ่านจอ …. ส่ายหน้าด้วยความไม่เข้าใจ พ่อมาร์คจะเวอร์ไปไหนวะ !! ไม่นับรวมการเขียนบทให้ข่าวเองว่า JYPทาบลูกไปเป็นนักร้องเกาหลี โดยไทยรัฐเป็นเจ้าของ SMS แท้ๆ กลับหลงลืมและตกประเด็นนี้ในการเสนอข่าว ทำให้หลายคนเริ่มมองเห็นความโอเวอร์ของวทัญญูและเร็จวรรณา
คืนนั้นหลังคอนเสิร์ต มาร์ค V11 งงเป็นไก่ตาแตกเมื่อเจอซักถามเรื่องค่ายเพลงเกาหลีติดต่อ !? ต่อมาข่าวนี้ได้รับการยืนยันจาก JYP โดยค่ายเพลงดังกล่าวได้ตอบกลับมายังผู้ที่ใช้ชื่อว่า “Nuchanath Roed” ที่แสดงความสนใจอยากรับทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องของหนุ่มมาร์คออกมา เผยแพร่ ทั้งนี้ รายละเอียดของข้อความดังกล่าวมีใจความเป็นภาษาอังกฤษซึ่งถอดออกมาเป็นภาษา ไทยได้ว่า…

“เหนือสิ่งใดทั้งหมด เราขอขอบคุณในความห่วงใยของคุณที่มีให้แก่บริษัทของเรา เราได้ทำการตรวจสอบเกี่ยวกับเด็กคนนี้ ที่คุณได้สอบถามเข้ามา อย่างไรก็ตาม เขาได้ร่วมเข้าการทดสอบทางอินเทอร์เน็ต (ซึ่งมีคนเป็นจำนวนมากเข้าร่วมการทดสอบของเรา) แต่ไม่ได้รับเลือกให้เป็นผู้ฝึกหัด เขาไม่ได้มีอะไรข้องเกี่ยวกับทางเรา”

เชื่อหรือไม่ว่า ความโอเวอร์ของวทัญญูและเร็จวรรณาอาจจะทำให้คนไม่ชอบมาร์คมากขึ้น ชัดเจนว่าฝ่ายพ่อและแม่กำลังขายชะตากรรมของลูกให้ทักษิณ ชินวัตร !! เพื่อเหตุผลทางการเงินของครอบครัว
ใครจะไปรู้ บางทีวันเกิดนักโทษชายทักษิณ 26 กรกฎาคมนี้ พ่อวทัญญูอาจจะส่งลูกชาย “มาร์ค V11” ผู้ระเห็จจากบ้าน AF ไปร้องเพลงบนเวทีที่ไหนสักแห่งเพื่อแสดงความขอบคุณพิเศษก็เป็นได้

เพื่อไทยสยายปีกอุ้ม
ก่อนหน้านี้ กลุ่มเยาวชนที่สนับสนุนแนวความคิดของคนเสื้อแดง และมีปัญหาในเรื่องระเบียบสถาบันการศึกษาก็มักจะถูกพรรคเพื่อไทยลากจูงไป อุปถัมภ์ค้ำชูเพื่อเป็นสาวก ดังกรณีของ “ก้านธูป” ณัฐกานต์ สกุลดาราชาติ วันนี้กรณีของมาร์คก็เช่นเดียวกัน

ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกพรรคเพื่อไทย และอดีต ส.ส. มหาสารคามเป็นผู้เดินเรื่องที่จะให้พรรคเพื่อไทยสนับสนุนด้านการเงินและแนะ นำในการไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ ทั้งนี้เพราะพื้นเพของเร็จวรรณา ท้าวคำลือเป็นคนมหาสารคาม บ้านเดียวกับตน อีกทั้งเด็จพี่ พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย อ้างว่านายอภิสิทธิ์ได้กำจัดและดับฝันอนาคตเด็ก ขณะที่เทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่าพรรคเพื่อไทยได้ฉวยโอกาสเอาอนาคตเด็กมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง

เรื่องของเด็กนรกคนหนึ่งในสังคมไทยที่ถูกพ่อแม่อุ้มจนเกือบจะเสียคน เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีขบวนการต่างๆร่วมกันอุ้มเพื่อย้ำให้เห็นว่าสิ่งที่เขาทำไว้นั้นถูกต้อง เขาถูกรังแกจากกลุ่มคนที่คิดต่าง แทนที่จะช่วยกันว่ากล่าวตักเตือนให้รู้ผิดชอบชั่วดี และมีทัศนคติที่ถูกต้องต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นที่รักและเทิดทูนของปวงชนชาวไทย…

นิทานจากเรื่องจริงนี้สอนให้รู้ว่า คบกับใคร คิดอย่างไร ผลมันก็ต้องเป็นอย่างนั้นแหละ อ้ายมาร์ค V11

เทียบกรณี อ๊อฟป้อง “พ่อ” ไม่มีใครอุ้ม
ถึงแม้ว่าจะมีใครต่อใครเข้ามาแสดงท่าทาง “ขออุ้ม (มาร์ค) หน่อย” โดยเฉพาะเต็มใจที่จะอุ้มคนซึ่งไม่มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ไว้ในอ้อมกอด ในมุมกลับกัน !! บุคคลที่แสดงความจงรักภักดีอย่างชัดเจนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์กลับไม่มีใคร หน้าไหนออกมาอุ้ม นอกจากปรากฏเป็นความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์ต่างๆ โดยเฉพาะแมเนเจอร์ออนไลน์ ที่มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็น และสนับสนุนพงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง เป็นจำนวนมาก

ความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้แทนพระองค์ !! ต้องดูกันที่เจตนาของพงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง และวิทวัส ท้าวคำลือ ย่อมเห็นความต่างกันชัดเจน

พงษ์พัฒน์กล่าวถึงพ่อในงานประกาศผลรางวัลนาฏราชว่า “ พ่อเป็นเสาหลักของบ้านนะครับ บ้านของพ่อหลังใหญ่ หลังใหญ่มาก เราอยู่กันหลายคน ผมเกิดมาในบ้านหลังนี้ก็สวยงามมากเลย สวยงามและอบอุ่น แต่กว่าจะเป็นแบบนี้ได้ บรรพบุรุษของพ่อ เสียเหงื่อ เสียเลือด เอาชีวิตเข้าแลก กว่าจะได้บ้านหลังนี้ขึ้นมา

พ่อคนนี้ก็ยังเหนื่อยที่จะดูแลบ้าน และดูแลความสุขของทุกๆ คนในบ้าน ถ้ามีใครสักคน โกรธใครมาก็ไม่รู้ ไม่ได้ดั่งใจเรื่องอะไรมาก็ไม่รู้ และก็พานมาลงที่พ่อ เกลียดพ่อ ด่าพ่อ คิดจะไล่พ่อออกจากบ้าน ผมจะเดินไปบอกคนคน นั้นว่า

ถ้าเกลียดพ่อ ไม่รักพ่อแล้ว จงออกไปจากที่นี่ซะ เพราะที่นี่คือบ้านของพ่อ (ทุกคนเริ่มปรบมือ) เพราะที่นี่คือแผ่นดินของพ่อ ผมรักในหลวงครับ และผมก็เชื่อว่าทุกคนที่อยู่ในที่นี้รักในหลวงเหมือนกัน พวกเราสีเดียวกันครับ ศีรษะนี้มอบให้พระเจ้าแผ่นดิน ขอบคุณครับ”

ในขณะที่วิทวัส ท้าวคำลือ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า “เบื่อๆ (ข้อความเซ็นเซอร์) เมื่อไหร่จะปลดรูปไปให้หมดทุกบ้านวะ”

ใครที่ควรถูกสอบสวน หาความผิดตามข้อกล่าวหา !! ถ้าตำรวจปัญญานิ่มไม่รู้ เดี๋ยวจะให้คนไทยช่วยกันไปบอกให้ถึงที่

…………

ที่มา – นิตยสาร ASTV สุดสัปดาห์ ฉบับที่ 42 วันที่ 24-30 กรกฎาคม 2553