“พ่อ” เผย “มาร์ค af7 – มาร์ค V11” เตรียมโกอินเตอร์ “เจวายพี” ทาบเข้าสังกัด


“พ่อ” เผย “มาร์ค” ส่งผลงานไปออดิชั่นกับเจวายพีและได้รับการติดต่อกลับมาเรียบร้อยแล้ว วอนอยากให้ทุกอย่างจบคนไทยกลับมาปรองดองกัน ส่วนเรื่องที่มาร์คจะเรียนเกี่ยวการเมืองเจ้าตัวไม่ห้าม ยกให้เป็นการตัดสินใจของลูก

ทำท่าจะไม่ให้สัมภาษณ์นักข่าวขณะมาร่วมชมคอนเสิร์ต AF ซีซั่น 7 แต่ในที่สุด “วทัญญู ท้าวคำลือ” พ่อของ “มาร์ค V11” วิทวัส ท้าวคำลือ ก็ยอมเปิดปากถึงอนาคตของลูกว่า หลังจากจบคอนเสิร์ตคงจะส่งมาร์คกลับไปอเมริกา และหากเจ้าตัวจะเรียนเกี่ยวกับการเมืองก็ยินดีสนับสนุน แถมยังเปิดเผยอีกว่า ขณะนี้ทางเจวายพีค่ายเพลงชื่อดังของเกาหลี ได้ติดต่อทาบทามมาร์ค เนื่องจากก่อนหน้านี้มาร์คได้ส่งผลงานไปออดิชั่นที่ค่ายดังกล่าว

“หลังจากที่แถลงข่าวไปแล้วก็มีหลายกระแส มีทั้งคนที่เสียใจและคนที่อยากให้น้องร้องเพลง แต่ก็มีบางคนอาจจะมองว่าเราสร้างภาพหรือเปล่า มองว่าครอบครัวเราเป็นคริสเตียนทำแบบนั้นไม่ใช่หลักของคริสเตียน แต่เราก็บอกว่า ทุกคนก็มีการเลี้ยงลูกไม่เหมือนกัน ครอบครัวผมก็มีแต่ลูกชายหมด เราไม่ใช่ครอบครัวที่ร่ำรวยมาก ขาดบ้างเกินบ้าง เขาก็ไม่ใช่เด็กที่ดีขาดตกบกพร่องบ้างเราก็เข้าใจ”

“วันนี้ก็ดีใจครับอย่างน้อยวันนี้เขาก็มีโอกาสได้ร้องหลังจากเสาร์ ที่แล้วเขาไม่มีโอกาสได้แสดง เขาจะได้บอกกับประชาชนว่าเขาทำได้ไหม ถ้าเขาร้องไม่ดีก็ไม่รู้ว่าประชาชนไทยจะให้โอกาสเขาร้องไหมถ้าเขาไม่มีเวที ที่ร้องก็ไม่เป็นไรก็กลับไปเรียน ตอนนี้ถ้าเขาออกมาแล้วในเบื้องต้นก็คิดไว้ว่า ให้อยู่กับครอบครัวก่อนและซักพักก็จะบินกลับอเมริกา”

ส่วนเรื่องที่ “มาร์ค” ประกาศว่าไม่อยากจะเข้าวงการบันเทิงนั้น “วิทวัส ท้าวคำลือ” ยกให้เป็นหน้าที่การตัดสินใจของลูก
“เราเคารพการตัดสินใจของลูก เราให้เกียรติลูก เราเลี้ยงลูกแบบประชาธิปไตยครับ เขาก็บอกแล้วว่าเขาไม่อยากเข้าสู่วงการ แต่ทางเจวายพีทางเกาหลีก็ติดต่อมา ทางไหนก็ติดต่อมาแต่ว่าเรายังไม่รู้ว่าจะยังไง คือทางมาร์คเขาส่งออดิชั่นไปที่เจวายพีก่อนที่จะกลับมาเมืองไทยและเข้าสู่ บ้านเอเอฟ ซึ่งทางนั้นเขาก็ติดต่อกลับมาแต่ว่าเรายังไม่อยากจะรับอะไรทั้งนั้น สิ่งที่เราต้องการวันนี้ก็คือบรรยากาศของครอบครัว พี่ๆ น้องๆ ก็อยากจะอยู่ด้วยกัน อีกอย่างหนึ่งเราร้องที่นี่ไม่ได้เราก็สามารถร้องที่โบสถ์ก็ได้ในวัน อาทิตย์”

“ที่เป็นห่วงตอนนี้ก็คือเรื่องคนต่อต้าน นี่คือสิ่งที่ผมห่วงเขาสูงสุด และที่น้องเขาตัดสินใจก็เป็นเพราะเรื่องนี้ เขาอยากจะให้สังคมกลับมาเหมือนเดิม ไม่ใช่แค่กรณีน้องมาร์คคนเดียว เขาอยากจะให้สังคมเราหันหน้าเข้าหากันรักกันปรองดองกัน”

“ผมอยากจะให้เรื่องนี้มันจบครับ เพราะทางทรูเขาก็ทำดีแล้ว ผมไม่อยากจะพูดอะไรตอนนี้ อยากจะให้สิทธิ์น้อง และก็ขอขอบคุณทางทรูที่ให้โอกาสน้องเขาได้แสดง ขอบคุณครูทุกคนที่สอนเขาสองอาทิตย์ อยากจะให้กรณีนี้เป็นอุทาหรณ์สอนใจพ่อแม่คนอื่นที่อยากจะส่งลูกเข้าวงการ บันเทิงต้องระวังหน่อย”

ส่วนกรณีที่ “มาร์ค” อยากจะเรียนเกี่ยวกับเรื่องการเมืองนั้น เจ้าตัวก็ยกให้เป็นหน้าที่การตัดสินใจของลูก ถึงแม้จะเกิดเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นก็ตาม
“เราประชาธิปไตยครับที่บ้านเราเป็นประชาธิปไตย ถ้าเขาจะเปลี่ยนใจเขาก็ต้องมีเหตุผลของเขาเอง การที่เขามาที่นี่ หรือไปเจวายพีที่เกาหลีเขาเป็นคนทำเองหมด”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์