“ม.ล.วัลย์วิภา” สุดช็อก! คลื่นใต้น้ำ มธ.สั่งเก็บนิทรรศการพระวิหาร


นิทรรศการพระวิหาร

นิทรรศการพระวิหาร

ม.ล.วัลย์วิภา จรูญโรจน์ นักวิชาการไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่สังคมได้เห็นบทบาทกันมาระยะหนึ่งในฐานะหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญของเครือข่ายผู้ติดตามสถานการณ์ปราสาทเขาพระวิหาร เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้จัดทำนิทรรศการ “บันทึกภาคประชาชน เรื่องการพิทักษ์ดินแดนจากกรณีปราสาทพระวิหารโมเดล” ซึ่งเป็นการจัดนิทรรศการจากข้อมูลเชิงวิชาการที่ค้นคว้าและจากบทความเชิง วิชาการที่เขียนขึ้นซึ่งก็ได้ลงตามสื่อต่างๆ

“นิทรรศการชุดนี้จัดขึ้นที่หอประชุมปรีดี พนมยงค์ โดยจัดระหว่างวันที่ 1 ก.ค. – 30 ก.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่มีการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สำหรับการจัดนิทรรศการ ตามระเบียบมหาวิทยาลัยจะต้องขออนุมัติ ซึ่งก็ได้ทำเรื่องขออนุมัติไปตามปกติ ทางมหาวิทยาลัยก็อนุมัติเรียบร้อยแล้ว เราถึงได้จัด ตัวนิทรรศการจะมีทั้งข้อมูลวิชาการ บทความวิชาการที่เขียนเองและได้รับการตีพิมพ์ลงในสื่อต่างๆ มีจดหมายถึงนายกรัฐมนตรีในกรณีปราสาทพระวิหาร เอกสารวิชาการและข้อมูลสำคัญต่างๆ จุดประสงค์ก็คือเราต้องการจะให้ข้อมูลแก่ภาคประชาชน บอกเหตุผลว่าเหตุใดถึงมีการออกมาเรียกร้อง บอกความจริงที่เกิดขึ้นต่อประชาชน”

นักวิชาการรายนี้กล่าวต่ออีกว่า จัดนิทรรศการดังกล่าวมาได้เพียง 5 วัน ล่าสุดในเช้าวันนี้ก็มีคนมาแจ้งข่าวว่า ทางมหาวิทยาลัยมีคำสั่งให้ยกบอร์ดนิทรรศการบางบอร์ดออกจากอาคารหอสมุด บอร์ดที่มีคำสั่งให้ยกออก ได้แก่ บอร์ดที่มีเนื้อหาตั้งคำถามต่อสาธารณชนว่าประเทศไทยเสียดินแดนไปแล้วหรือยัง? บอร์ดตารางแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตน้ำมันได้เป็นอย่างดีและ บอร์ดรูปนายกรัฐมนตรีที่มีคำถามอยู่ใต้รูปว่า “คำตอบอยู่ที่ไหน?” และใต้คำถามนั้นมีคำตอบเขียนว่า “คำตอบอยู่ที่รัฐ”

“งานนี้ช็อกมากกว่าโกรธ คือมันเป็นการให้ข้อมูลแก่ประชาชน เป็นข้อเท็จจริงที่ประชาชนตั้งรู้ แต่โดนแบบนี้ถือว่าเป็นการคุกคามงานวิชาการ ข้อมูลที่เรานำมาจัดเป็นข้อมูลข้อเท็จจริงเชิงวิชาการ เราแปลกใจว่าก่อนหน้านี้เราได้รับอนุมัติให้จัด แต่ก็ไม่เชื่อว่าจู่ๆ อธิการจะสั่งให้ยก เชื่อว่าน่าจะมีการเรียกร้องจากภายนอกมากกว่า ที่ผ่านมาไม่เคยบอกว่าเราโดนอะไรบ้าง แต่ก็โดนเรื่อยมา มีคลื่นใต้น้ำมาตลอดตั้งแต่มาเรียกร้องกรณีปราสาทพระวิหาร กระทั่งเคยมีกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศส่งหนังสือมายังอธิการบดีขอให้ควบ คุมพฤติกรรมของนักวิจัย นักวิชาการอย่าให้ทำเกินบทบาท ก็มีการส่งต่อหนังสือฉบับนี้มาให้ และที่ผ่านมาในการเรียกร้อง เราก็ไม่เคยได้รับการสนับสนุนจากองค์กรของตัวเองเท่าที่ควรด้วย”

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังรายงานด้วยว่า แหล่งข่าวระดับสูงภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยังได้ให้ข้อมูลถึงการกลั่นแกล้ง ม.ล.วัลย์วิภา นับตั้งแต่เจ้าตัวลงมาเรียกร้องปราสาทพระวิหารเต็มตัวที่เกิดขึ้นหลายต่อ หลายครั้ง นับตั้งแต่การไม่ให้ใช้ชื่อสำนักไทยคดีศึกษาในการเรียกร้อง ไม่ให้ใช้สถานที่ในการลงชื่อคัดค้าน ส่งคนมาไล่นักศึกษาหลายสถาบันที่มายืนปราศรัยเรียกร้องให้ประชาชนลงชื่อต่อ ต้านการนำปราสาทพระวิหารขึ้นเป็นมรดกโลกที่ลานโพธิ์ ร่วมไปถึงการวิ่งเต้นล็อบบี้บล็อกโหวตการแต่งตั้งตำแหน่งระดับหัวหน้าที่มี ชื่อ ม.ล.วัลย์วิภาเป็นแคนดิเดตด้วย

อย่างไรก็ตาม สำหรับประเด็นที่ประเทศกัมพูชา เตรียมจัดงาน “วันแห่งความโกรธแค้น” ที่ทางรัฐบาลกัมพูชาจัดขึ้นเพื่อต่อต้านประเทศไทย โดยอ้างว่าประเทศไทยรุกรานประเทศกัมพูชาในกรณีปราสาทพระวิหาร ซึ่งในการณ์นี้มีการแจกดีวีดีเพื่อสร้างความแตกแยกเกลียดชังประเทศไทยด้วยนั้น

มล.วัลย์วิภากล่าวว่า อยากขอให้ประชาชนมองเหตุการณ์นี้ด้วยสายตาที่เป็นธรรม ระหว่างท่าทีของประเทศไทย โดยรัฐบาลไทยที่วางนโยบายกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชา ไม่ว่าไทยจะตกเป็นฝ่ายถูกกระทำข้างเดียวมาโดยตลอดอย่างไรก็ตาม แต่ฝั่งกัมพูชากลับแสดงออกเช่นนี้

“ถามว่าเจอขนาดนี้ ทำไมรัฐบาลยังนิ่งเฉยอยู่ได้ และเชื่อว่าการจัดงานความโกรธแค้นนี้จะมีวาระซ่อนเร้นที่เกี่ยวเนื่องกับช่วงการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกซึ่งเป็นช่วงเดียวกัน โดยการประชุมครั้งนี้เป็นครั้งที่ 24 และถือเป็นครั้งสุดท้ายของปราสาทพระวิหารที่จะเปิดเวทีคุยในประเด็นของการจัดการพื้นที่โดยรอบ ซึ่งก็เป็นพื้นที่ของไทยอีกนั่นแหละ”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์