แกะรอย “แกนนำแดง” สั่งเผา กทม.เป็นทะเลเพลิง!


“พี่น้องนัดกันคราวหน้า ถ้ารู้ว่าเขาจะปราบปราม ไม่ต้องเตรียมอะไรมาก มาด้วยกัน ขวดแก้วคนละใบ มาเติมน้ำมันเอาข้างหน้า บรรจุให้ได้ 75 ซีซี ถึง 1 ลิตร ถ้าเรามา 1 ล้านคนในกรุงเทพมหานคร มีน้ำมัน 1 ล้านลิตร รับรองว่า กทม.เป็นทะเลเพลิงอย่างแน่นอน … ”

ภาพอาคารสำคัญต่างๆ ย่านใจกลาง-ย่านธุรกิจของเมืองฟ้าอมรกลางกรุงเทพฯ ตกอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงตั้งแต่ช่วงบ่ายวานนี้ (19 พ.ค.) ต่อเนื่องจนถึงวันนี้ (20 พ.ค.) สร้างความตกตะลึงให้แก่ชาวกรุงเทพฯ คนต่างจังหวัด รวมถึงชาวต่างประเทศและนักการทูตที่เข้ามาอาศัยมหานครแห่งนี้หล่อเลี้ยงชีวิต

ความเสียหายจากการก่อการจลาจล ก่อวินาศกรรม วางเพลิง-เผาทรัพย์ ปล้นสะดม ในช่วงเช้าวันนี้ที่กรุงเทพมหานครสรุปออกมาระบุว่าเกิดเพลิงไหม้ทั้งหมด 31 จุด โดยจุดใหญ่ๆ เช่น สยามสแควร์ ห้างเซ็นทรัลเวิลด์ อาคารมาลีนนท์ที่ทำการของช่อง 3 สาขาของธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย รวมทั้งห้างเซ็นเตอร์วัน และบิ๊กซี สาขาราชดำริ ฯลฯ ซึ่งหากคิดแล้วมีมูลค่าความเสียหายมหาศาล

เช้าวันนี้ ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) โดยนายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีและ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ. ได้ออกมาย้ำว่าเหตุการณ์ “เผาบ้านเผาเมือง” ของกลุ่มคนเสื้อแดงที่เกิดขึ้นตั้งแต่วานนี้โดยเริ่มจากในย่านธุรกิจ ของกรุงเทพมหานครและลุกลามไปยังหลายจังหวัดทั่วประเทศนั้นมิได้เกิดจาก “ความ บังเอิญ” แต่เป็น “ความจงใจ” และ “การวางแผน” อย่างแยบยลของแกนนำคนเสื้อแดงและนายใหญ่ผู้อยู่เบื้องหลัง ที่มีการปลุกระดมเตรียมการทางด้านความคิด และตระเตรียมอุปกรณ์ อาวุธและเชื้อเพลิงเอาไว้พร้อมหมดแล้ว เพื่อดำเนินปฏิบัติการ “เผาบ้านเผาเมือง” หลังการประกาศยุติการชุมนุมของแกนนำ

ทั้งนี้ ศอฉ.ได้นำคลิปวิดีโอชิ้นหนึ่งที่ถูกส่งต่อกันอย่างแพร่หลายในอินเทอร์เน็ตมา เปิดเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ให้ประชาชนทั่วไปได้ชมด้วย โดยคลิปวิดีโอดังกล่าวเป็นตอนหนึ่งจากการปราศรัยของนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำคนเสื้อแดง ครั้งที่ยกพลบุกไปถึงสนามกอล์ฟสอยดาว ไฮแลนด์ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี เมื่อเดือนมกราคม 2553 ที่ผ่านมาตาม “ยุทธการเขาสอยดาว” เพื่อโจมตี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีว่ามีความเกี่ยวข้องกับการบุกรุกที่ดินของตระกูลโสภณพนิช

โดยครั้งนั้นนายณัฐวุฒิ การปราศรัย ณ เขาสอยดาว ปรากฏเป็นคำพูดชัดเจนดังนี้ “ถ้าพวกคุณยึดอำนาจ พวกผมเผาทั่วประเทศ (เสียงเฮ) เผาไปเลยพี่น้อง ผมรับผิดชอบเอง แล้วใครจะจับใครจะอะไร มาเอากับผมนี่ ถ้าคุณยึดอำนาจ … เผา”

แน่นอนว่าหากใครยังจำเหตุการณ์เผาบ้านเผาเมืองในการชุมนุมของคนเสื้อแดงในปี 2552 ได้ย่อมจะทราบดีว่า “คำสั่งเผาบ้านเผาเมือง” ของแกนนำคนเสื้อแดง นั้นมิได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2553 แต่มี “การซ้อมใหญ่” มาแล้วครั้งหนึ่งในเหตุการณ์เดือนเมษายน 2552 โดยครั้งนั้นหลังเจ้าหน้าที่ทหารทำการยึดคืนสามเหลี่ยมดินแดงคืนจากผู้ ชุมนุมในช่วงเช้ามืดของวันที่ 13 เม.ย. กลุ่มคนเสื้อแดงก็ได้นำรสบรรทุกแก๊สของบริษัทสยามแก๊ส ซึ่งมี พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีตผู้บัญชาการทหารบกเป็นผู้บริหารระดับสูงเข้าจอดบนถนนใกล้แฟลตดินแดง พร้อมกับเปิดวาล์วแก๊สไว้เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่ทหารเข้าใกล้ อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ใจไม่ถึง หรือ เตรียมไม่พร้อมจึงทำให้การระเบิดรสแก๊สไม่ประสบความสำเร็จ แต่การซักซ้อมเผายางรถยนต์ เผารถประจำทาง ทำลายทรัพย์สินสาธารณะ และปล้นสะดมของคนเสื้อแดงก็ดำเนินต่อไปจนกระทั่งการชุมนุมของคนเสื้อแดง ณ เวทีใหญ่ข้างทำเนียบรัฐบาลสลายตัวไปในที่สุด โดยครั้งนั้นความสูญเสียหนักที่สุดคือการเสียชีวิตของชาวนางเลิ้ง 2 รายที่ถูกคนเสื้อแดงใช้อาวุธปืนยิงปลิดชีพ

หลังจากการชุมนุมของคนเสื้อแดง ณ เขาสอยดาวได้ไม่นาน เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2553 ในการนัดชุมนุมหน้ากองบัญชาการกองทัพบก ถ.ราชดำเนิน ของกลุ่มคนเสื้อแดง นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง แกนนำคนเสื้อแดงสายฮาร์ดคอร์ ก็ได้ประกาศคำสั่งที่คราวนี้มิใช่เป็นเพียงการปลุกระดมเผาบ้านเผาเมือง แต่เป็นการให้รายละเอียดลงลึกถึงในขั้นตอนการปฏิบัติ …

“ผมได้เขียนสรุปง่ายๆ ว่า ต่อไปนี้การที่จะสู้กับอำมาตย์ จะสู้กับพวกกองทัพที่มันรับใช้อำมาตย์มาทำการปฏิวัติ เราต้องรวมใจกันเป็นหนึ่ง ด้วยสโลแกนออลฟอร์วัน รวมใจเป็นหนึ่งล้มอำมาตย์ครับ …

“พี่น้องนัดกันคราวหน้า ถ้ารู้ว่าเขาจะปราบปราม ไม่ต้องเตรียมอะไรมาก มาด้วยกัน ขวดแก้วคนละใบ มาเติมน้ำมันเอาข้างหน้า บรรจุให้ได้ 75 ซีซี ถึง 1 ลิตร ถ้าเรามา 1 ล้านคนในกรุงเทพมหานคร มีน้ำมัน 1 ล้านลิตร รับรองว่า กทม. เป็นทะเลเพลิงอย่างแน่นอน … การสู้ของคนเสื้อแดงแบบง่ายๆ อย่างนี้ บอกให้ทหารได้รับได้ทราบ บอกให้ทหารสุนัขรับใช้อำมาตย์ได้รู้ว่า ถ้าคุณทำร้ายคนเสื้อแดง แม้เลือดหยดแต่หยดเดียวนั่นหมายความว่า กรุงเทพจะเป็นทะเลเพลิงทันที ส่วนต่างจังหวัด จตุพร (พรหมพันธุ์)ได้บอกแล้ว ให้รอฟังข่าวว่า พี่น้องที่อยู่ในต่างจังหวัด ไม่ได้มาไม่เป็นไร ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นทันทีรวมตัวกันที่ศาลากลาง ไม่ต้องรอเงื่อนไข จัดการให้ราพณาสูรเหมือนกัน

“ส่วนในกรุงเทพนี้พี่น้องฟังให้ดีว่า ครั้งหนึ่งตอนที่พฤษภาทมิฬ มันมียุทธวิธีที่จะเอาทหารมาปราบพี่น้องประชาชน แต่ก็มีขบวนมอเตอร์ไซค์รักชาติ ได้จัดการไฟเขียวไฟแดงตามสี่แยกต่างๆ เกิดเหตุชุลมุนวุ่นวาย รถติดกันทั้งกรุงเทพ รถ … ทั้งรถยีเอ็มซี ไม่สามารถส่งทหารมาจัดการกับพี่น้องประชาชนได้ในครั้งนั้น ครั้งนี้ก็เหมือนกัน เราไม่ต้องปฏิบัติให้มันยุ่งยากจัดการสี่แยกไฟแดงให้เรียบ รถในกรุงเทพมหานครช่วยกันปล่อยลมยางทั้ง 4 ล้อให้มันติดทั้งกรุงเทพ อยากจะรู้ว่ารถทหาร มึงจะเข้ามายังไง แล้วถ้าทหารจะเข้ามาจริงๆ มันก็ต้องเดินเท้าเข้ามา ลองคิดดูว่า จะใช้ประชาชนใช้ทหารเท่าไหร่ คำนวณดูให้ดี พี่น้องไม่ต้องใช้อาวุธ พอเห็นทหารเดินเข้ามา เราเข้าไปใกล้ๆ 1 ต่อ 3 จัดการแล้วก็มัดทหารเอาไว้ ยึดปืนเอาไว้ ปฏิบัติตามนี้รับรองได้ว่า คนเสื้อแดงชนะพวกอำมาตย์อย่างแน่นอน …”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์