ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เชลซี ถล่ม วีแกน 8-0 แชมป์พรีเมียร์ลีก


แข้งสิงห์บลูส์บอมบ์แหลกได้ฉลองแชมป์

“สิงห์บลูส์” เชลซี เปิดรังซัลโว วีแกน แอธเลติก ที่เหลือผู้เล่นแค่ 10 คน 8-0 ผงาดคว้าแชมป์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ขณะที่ “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แชมป์เก่าทิ้งทวนฤดูกาล 2009/10 ไล่อัด สโต๊ก ซิตี 4-0 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม 2553

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

เชลซี 8-0 วีแกน แอธเลติก

คาร์โล อันเชล็อตติ นำพลพรรค “สิงห์บลูส์” เชลซี เปิดสแตมฟอร์ด บริดจ์ ลุ้นเชือด “เดอะ ลาติกส์” วีแกน แอธเลติก เพื่อขึ้นไปคว้าตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกตั้งแต่ปี 2006 โดยนัดนี้เจ้าถิ่นใส่ผู้เล่นชุดใหญ่เต็มสูบ นำโดย แฟรงค์ แลมพาร์ด, ฟลอรองต์ มาลูดา คอยปั้นเกมรุกให้ ดิดิเยร์ ดร็อกบา กับ นิโกลาส์ อเนลกา ลุ้นสกอร์ ด้าน โรเบร์โต มาร์ติเนซ จัดทีมชุดดีที่สุดมาเยือนกรุงลอนดอนตามที่เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่าไม่มีอ่อนข้อ นัดนี้ได้ ชาร์ลส เอ็นซ็อคเบีย กลับมาป่วนทางริมเส้น ฮูโก โรดาเยกา ยืนเป็นหน้าเป้า แนวรับอัด เอเมอร์สัน บอยซ์ เป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟรายที่ 3

เริ่มเกมการแข่งขันไป 6 นาที เชลซี ออกนำ 1-0 อย่างรวดเร็ว เมื่อ ดิดิเยร์ ดร็อกบา ตะบันฟรีคิกไปติดกำแพง แฟรงค์ แลมพาร์ด โหม่งตั้งเข้ากรอบโทษให้ ฟลอรองต์ มาลูดา แตะต่อให้ นิโกลาส์ อเนลกา ยิงจ่อๆ ไม่เหลือ พอเริ่มตั้งตัวติดบ้าง วีแกน ทำเกมรุกใส่เจ้าถิ่นเหมือนกัน ชาร์ลส เอ็นซ็อคเบีย ได้ยิงด้วยซ้ายข้างถนัดบอลหลุดกรอบไป จากนั้น “สิงห์บลูส์” ลุยขึ้นมาต่อ จอห์น เทอร์รี โขกตั้งให้ บรานิสลาฟ อิวาโนวิช พักด้วยหน้าขาก่อนยิงติดเซฟ ไมค์ พอลลิตต์ แต่ผู้ตัดสินเป่าฟาล์วจังหวะ เทอร์รี ค้ำกองหลัง “เดอะ ลาติกส์” เสียก่อน

ผ่านครึ่งทางครึ่งแรกเจ้าถิ่นไม่โหมเกมเหมือนกับช่วงต้นเกมทำให้ทีมเยือนได้ หายใจหายคอเหมือนกัน แต่ถึงนาทีที่ 32 เชลซี มาได้ลูกที่จุดโทษเมื่อ แกรี คัลด์เวลล์ ไปเหนี่ยวเสื้อ แฟรงค์ แลมพาร์ด ในจังหวะหลุดเข้ากรอบโทษ ผู้ตัดสิน มาร์ติน แอ็ตกินสัน ให้ใบแดงกองหลังทีมเยือน ก่อนที่ แลมพาร์ด จะรับหน้าที่สังหารไม่พลาดซัดเสียบหน้าต่าง ทีมดังแห่งลอนดอนหนีห่าง 2-0 ท้ายครึ่งแรก โมฮาเหม็ด ดิยาเม ฉกบอลจากความผิดพลาดของแผงรับ “สิงห์บลูส์” เลี้ยงเข้าไปในกรอบโทษแต่ชักช้าทำให้โดน แอชลีย์ โคล มาฉกก่อนเคลียร์ทิ้ง จบ 45 นาทีแรก เชลซี นับถอยหลังสู่ตำแหน่งแชมป์

ลงมาลุยต่อครึ่งหลังแข้ง “สิงห์บลูส์” เดินหน้าทำเกมรุกต่อและก็เกือบบวกเพิ่มได้ แลมพาร์ด แหย่เท้ายิงบอลพุ่งไปกระแทกคานออกมาเต็มๆ แต่ผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงล้ำหน้า อเนลกา ที่เหลื่อมไปข้างหน้าเล็กน้อยก่อนแล้ว ทว่านาทีที่ 54 เจ้าบ้านก็หนีห่างเป็น 3-0 ได้จริงๆ ซาโลมอน คาลู ทำชิ่งให้ แลมพาร์ด ก่อนที่มิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษจะปาดเข้าในให้ คาลู แปไม่เหลือ สามนาทีถัดมา เชลซี ได้สกอร์นำ 4-0 เมื่อ อเนลกา วอลเลย์ด้วยขวาส่งลูกหนังผ่านมือ พอลลิตต์ อย่างสวยงาม พอเกมขาดลอยหนึ่งชั่วโมงผ่านไป คาร์โล อันเชล็อตติ ถอดเอา คาลู กับ อิวาโนวิช ออกมาพร้อมกับให้ โจ โคล และ ชูเลียโน เบลเล็ตติ ลงมายืดเส้นยืดสายบ้าง

ซึ่งทาง โคล ก็จ่ายบอลสวยๆ ให้ ดร็อกบา ตวัดยิงด้วยขวาบอลผ่านเสาไกลแบบได้ลุ้น แต่นาทีที่ 63 เชลซี ก็ถล่มไป 5-0 จากจังหวะแรก ดร็อกบา จักรยานอากาศยิงไปติดเซฟ พอลลิตต์ ไปเข้าทาง แลมพาร์ด ตักเข้าไปให้ ดร็อกบา เทคตัวขึ้นโหม่งเสียบตาข่าย ทำให้ดาวยิงทีมชาติไอวอรี โคสต์ ยิงเพิ่มเป็น 27 ประตูฉีก เวย์น รูนีย์ สตาร์แมนฯ ยูไนเต็ด ขึ้นมานำดาวซัลโวเดี่ยว พร้อมกันนี้ “สิงห์บลูส์” ก็เป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ที่ยิงในพรีเมียร์ลีกได้ถึงหลัก 100 ประตู ถัดมาอีก 5 นาที แอชลีย์ โคล เติมขึ้นมาก่อนโดนดึงล้มในกรอบโทษ เชิ้ตดำเป่านกหวีดยาวทันที คราวนี้ ดร็อกบา ถือบอลเข้ามายิงจุดโทษก่อนซัดชนเสาในเข้าประตูไป สกอร์ไหลไปถึง 6-0 ถึงนาทีที่ 79 ดร็อกบา ทำแฮตทริกให้ทีมนำ 7-0 แถมช่วงทดเจ็บ อ.โคล ซัลโวสุดสวยให้ต้นสังกัดเก็บชัยสบายเกือก 8-0 มีเพิ่มเป็น 86 คะแนนจาก 38 นัด ผงาดแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี

รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม
เชลซี : ปีเตอร์ เช็ก , บรานิสลาฟ อิวาโนวิช , จอห์น เทอร์รี , อเล็กซ์ , แอชลีย์ โคล , มิชาเอล บัลลัค , แฟรงค์ แลมพาร์ด , ฟลอรองต์ มาลูดา , ซาโลมอน คาลู , ดิดิเยร์ ดร็อกบา , นิโกลาส์ อเนลกา

วีแกน : ไมค์ พอลลิตต์ , มาริโอ เมลคิออต์ , แกรี คัลด์เวลล์ , สตีฟ โกฮูรี , เอเมอร์สัน บอยซ์ , มายเนอร์ ฟิเกรัว , ชาร์ลส เอ็นซ็อคเบีย , โมฮาเหม็ด ดิยาเม , เบน วัตสัน , เจมส์ แม็คคาร์ธีย์ , ฮูโก โรดาเยกา

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก นัดส่งท้ายฤดูกาล 2009/10

อาร์เซนอล 4-0 ฟูแลม

[1-0 : อังเดร อาร์ชาวิน (น.21) , 2-0 : โรบิน ฟาน เพอร์ซี (น.26) , 3-0 : คริส แบร์ด (ทำเข้าประตูตัวเอง น.37) , 4-0 : คาร์ลอส เวลา (น.84)]

แอสตัน วิลลา 0-1 แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส

[0-1 : ริชาร์ด ดันน์ (ทำเข้าประตูตัวเอง น.84)]

โบลตัน วันเดอเรอร์ส 2-1 เบอร์มิงแฮม ซิตี

[1-0 : เควิน เดวีส์ (น.33) , 2-0 : อีวาน คลาสนิช (น.58) , 2-1 : เจมส์ แม็คฟาดเดน (น.76)]

เบิร์นลีย์ 4-2 ท็อตแนม ฮอตสเปอร์

[0-1 : แกเร็ธ เบล (น.3) , 0-2 : ลูกา โมดริช (น.32) , 1-2 : เหว็ด เอลเลียตต์ (น.42) , 2-2 : แจ็ค ค็อก (น.54) , 3-2 : มาร์ติน พาร์เตอร์สัน (น.71) , 4-2 : สตีเวน ธอมป์สัน (น.88)]

เชลซี 8-0 วีแกน แอธเลติก

[1-0 : นิโกลาส์ อเนลกา (น.6) , 2-0 : แฟรงค์ แลมพาร์ด (จุดโทษ น.32) , 3-0 : ซาโลมอน คาลู (น.54) , 4-0 : นิโกลาส์ อเนลกา (น.57) , 5-0 : ดิดิเยร์ ดร็อกบา (น.63) , 6-0 : ดิดิเยร์ ดร็อกบา (จุดโทษ น.68) , 7-0 : ดิดิเยร์ ดร็อกบา (น.79) , 8-0 : แอชลีย์ โคล (น.90)]

เอฟเวอร์ตัน 1-0 ปอร์ทสมัธ

[1-0 : ดินิยาร์ บิลยาเล็ตดินอฟ (น.90)]

ฮัลล์ ซิตี 0-0 ลิเวอร์พูล

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4-0 สโต๊ก ซิตี

[1-0 : ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ (น.31) , 2-0 : ไรอัน กิกส์ (น.38) , 3-0 : แดนนี ฮิกกิตบ็อตแธม (ทำเข้าประตูตัวเอง น.54) , 4-0 : ปาร์ค จี ซอง (น.84)]

เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1-1 แมนเชสเตอร์ ซิตี

[1-0 : หลุยส์ บัวมอร์ต (น.17) , 1-1 : ฌอน ไรท์-ฟิลลิปส์ (น.21)]

วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 2-1 ซันเดอร์แลนด์

[0-1 : เคนวิน โจนส์ (น.8) , 1-1 : เควิน ดอย์ล (จุดโทษ น.10) , 2-1 : กูดิอัวลา (น.78)]

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

Advertisements