“มาร์ค” จ่อเชือดผู้ว่าฯ-ตร.เกียร์ว่างปล่อยม็อบปิดถนน


อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

“มาร์ค” เตรียมลงดาบ ผู้ว่าฯ-ตร.เกียร์ว่าง ปล่อยม็อบแดงปิดถนน เผยพบข้อมูลขบวนการล้มเจ้า สั่ง จนท.ติดตามใกล้ชิด ดักคอ ส.ส.หนุนม็อบ มีโทษทาง กม. ย้ำไม่เซ็นอนุมัติ 2 นายพล คดีสลาย 7 ต.ค. ให้กลับเข้ารับราชการ เปรยยกหูโทรหา “เติ้ง” แต่ติดออกกำลังกาย

วันนี้ (26 เม.ย.) เมื่อเวลา 20.20 น.ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11รอ.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ได้ปิดเส้นทางการจราจรตาม พื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศว่า ภาพรวมของสถานการณ์ทั้งหมดในหนึ่งถึงสองวันที่ผ่านมาได้เห็นการเคลื่อนไหว ของทางกลุ่ม นปช.ในหลายพื้นที่ เป็นผลโดยตรงมาจากการที่แกนนำและเวทีเน้นย้ำว่าจะมีการสลายการชุมนุม ซึ่งตนคิดว่าตรงนี้เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดความเคลื่อนไหวและเป็นสิ่งที่ตนและ คณะทำงานในขณะนี้ได้ย้ำมาโดยตลอดว่าเราต้องสามารถที่จะรองรับการเคลื่อนไหว ในลักษณะนี้ได้ วันนี้จึงได้มีการดำเนินการโดย ศอฉ.ให้เข้าไปจัดการโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของการตั้งด่าน อาทิ ที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ก็ได้มีการดำเนินการในช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา และหากยังมีจุดอื่นๆ เหลืออยู่ก็จะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องต่อไป

นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนย่านราชประสงค์ที่จะต้องสัญจรไปมา ผ่านบริเวณดังกล่าวค่อนข้างมาก และขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็ยืนยันว่าได้ส่งคนเข้าไปดูแล แต่ไม่ใช่ในลักษณะการไปตั้งด่านตรวจค้นหรือข่มขู่คุกคาม โดยตรงนี้ถือเป็นงานที่จะต้องทำอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งการประชุม ครม.เศรษฐกิจในวันนี้ มีแนวทางที่จะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม โดยจะดูแลทั้งราชประสงค์ และผ่านฟ้าลีลาศ โดยเฉพาะพื้นที่ราชประสงค์ที่ผู้ประกอบการปิดกิจการในช่วงของการชุมนุม

โดยมีมาตรการหลัก 3 ด้าน 1.การให้ความช่วยเหลือด้านการขาดสภาพคล่องที่จะมี เช่น การปล่อยสินเชื่อ การผ่อนปรน บวกกับการที่จะเลื่อนระยะเวลาในการชำระภาษีและค่าใช้จ่ายต่างๆ 2.เป็นการช่วยเหลือลูกจ้างที่จะเริ่มจากลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้าง หลังจากที่มีการชุมนุม โดยจะให้มีการสำรวจ เริ่มจากเจ้าของห้าง ผู้ประกอบการ และเปิดโอกาสให้คนได้รับผลกระทบมาขึ้นทะเบียนกับกระทรวงแรงงาน 3.การช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย จะเริ่มจากการสำรวจเรื่องของค่าเช่า ที่ต้องเสียเงินให้กับห้าง หรือที่สยามแสคว์ หรือบริเวณตามทางเท้า และเมื่อได้ตัวเลขมาก็จะได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ที่จะช่วยเหลือต่อไป ส่วนข้อเรียกร้องอื่นๆ นั้น อยู่ระหว่างการพูดคุยกันอยู่อย่างต่อเนื่อง ระหว่างผู้ประกอบการและผู้รับผิดชอบ

เมื่อถามว่าการควบคุมการกระจายตัวของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ไปเคลื่อนไหว ต่างๆ มีความมั่นใจมากน้อยแค่ไหนว่ารัฐบาลสามารถคุมสภาพได้ นายอภิสิทธิ กล่าวว่า ขณะนี้ต้องการให้ทุกฝ่ายมีความเข้มแข็ง อย่างน้อยที่สุดอย่างเช่นกรณีที่เกิดขึ้นที่จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเจ้าหน้าที่มีความมุ่งมั่นในการทำหน้าที่ของตัวเอง โดยในวันนี้ตนมีหน้าที่ประชุมร่วมกับปลัดของกระทรวงต่างๆ และเวลานี้ได้มีเน้นย้ำว่าทุกส่วนจะต้องช่วยกันทำงานอย่างเข้มแข็งเพราะไม่ ใช่สถานการณ์ปกติ และกำลังจะดูว่าแนวโน้มในวันนี้ดีขึ้น แต่ก็จะต้องทำให้เข็มแข็งมากขึ้นไปกว่านี้ เพื่อเตรียมความพร้อมในทุกๆ ด้าน

เมื่อถามว่าจังหวัดที่มีการเคลื่อนไหวมากๆ จำเป็นต้องประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่ นายกฯ ตอบว่า ยัง เพราะเรายังเชื่อว่าถ้าทุกฝ่ายร่วมมือกัน และไม่ควรจะปล่อยให้เป็นภาระของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เช่น ทหาร ตำรวจ หรือฝ่ายปกครอง ทุกส่วนจะต้องร่วมกัน เมื่อร่วมกันแล้วตนก็มั่นใจว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้

“แต่เราคิดว่าจังหวัดไหนที่มีปัญหาก็คงจะต้องมีการดำเนินการในส่วน ของฝ่ายบริหาร ใครที่มีหน้าที่รับผิดชอบแล้วไม่เข้มแข็ง ก็จะต้องมีการดำเนินการ จะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด หรือผู้บังคับการตำรวจจังหวัด หรือไม่นั้น ก็จะต้องดูในข้อเท็จจริง” นายอภิสิทธิ์กล่าว

เมื่อถามว่าขณะนี้การละเมิดสิทธิ์ของประชาชนเกิดขึ้นเกือบจะทุกพื้นที่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า “ก็ตรงนี้แหละ ก็ใช่ อย่างเช่นการตั้งด่านการตรวจค้น ซึ่งก็ได้บอกเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบไปแล้วว่าต้องหยุดพฤติกรรมของคนเหล่านั้นให้ได้ อีกทั้งต้องดำเนินคดี ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่ทำต่อไปก็จะโดนเรื่องของการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่”

เมื่อถามว่าบางพื้นที่มี ส.ส.เป็นผู้นำมวลชนมาจะจัดการอย่างไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ใครที่เกี่ยวข้องหรือสนับสนุนกระบวนการทั้งหมด ก็ได้มีการติดตามและจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

เมื่อถามว่าในวันนี้ ศอฉ.ได้มีการเปิดเผยโครงข่ายขบวนการล้มสถาบันจะดำเนินการขยายผลเพื่อจะสืบสานไปถึงต้นตออย่างไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า สิ่งที่จะต้องทำมีสองอย่างให้เกิดความเข้าใจในหมู่ประชาชนว่ากำลังมีปัญหาแบบนี้เกิดขึ้น และการทำงานในการที่จะดำเนินการตามกฎหมายก็จะต้องเดินหน้าต่อไป ซึ่งเมื่อมันมีโครงข่ายเชื่อมโยงก็จะต้องสามารถหาให้ครบถ้วน

เมื่อถามว่า ส.ส.ที่กระทำผิดนั้นจะเอาผิดได้หรือไม่ เพราะมีเอกสิทธิ์คุ้มครอง นายกฯ ตอบว่า การดำเนินคดีสามารถดำเนินการได้ เพียงแต่ในช่วงสมัยประชุมคงต้องรอ เมื่อถามย้ำว่าที่ผ่านมาตำรวจในบางพื้นที่ไม่ค่อยกล้า ทั้งที่มีผู้เห็นว่ามี ส.ส.เป็นคนนำมวลชนร่วมกระบวนการ แต่ตำรวจกลับบอกว่าไม่มีชื่อของ ส.ส.เหล่านั้น นายกฯ กล่าวว่า กำลังไล่ไปอยู่ในทุกพื้นที่ โดยพื้นที่ไหนไม่เข้มแข็งก็จะต้องมีการดำเนินการ ส่วนจะเป็นช่องโหว่หรือไม่นั้นก็เป็นสิ่งที่อยู่ในรัฐธรรมนูญในทุกฉบับ แทบจะเรียกได้ว่ามันเป็นแบบนั้น มันเป็นประเพณี เพราะเขาเกรงว่าสมัยก่อนฝ่ายบริหารอาจไปกลั่นแกล้งคนทำหน้าที่เป็นผู้แทนคนไทย แต่โดยข้อเท็จจริงแล้วในปัจจุบันถ้าเป็นเรื่องของการกระทำความผิดเช่นความผิดอาญา ก็ให้ศาลสามารถขอไปยังที่ประชุมสภาเพื่อจะอนุญาติ และแม้ว่าจะไม่อนุญาติ ตนก็คิดว่าหลายคนสามารถแสดงเจตจำนงค์ได้ ที่จะไม่ใช้เอกสิทธิ์

เมื่อถามว่าขบวนการของพรรคเพื่อไทยในวันนี้เหมือนมีการกระทำนอกรัฐธรรมนูญเพื่อโค่นล้มอำนาจรัฐแล้วหรือยัง เข้าข่ายแล้วหรือยัง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า กำลังติดตามอยู่ เพราะมีเรื่องของข้อกฎหมายทั้งในส่วนของตัวบุคคลที่อาจจะมีปัญหาเรื่องของ การถอดถอนได้ และอาจมีปัญหาในเรื่องของพรรคด้วย ถ้าหากเป็นปฏิปักษ์กับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ส่วนจะถึงขั้นยุบพรรคได้หรือไม่นั้น ต้องดูในข้อกฎหมาย

เมื่อถามว่าโครงข่ายที่ ศอฉ.นำมาแจกมีที่มาที่ไปอย่างไร นายกฯ บอกว่า ความจริงแล้วการเคลื่อนไหวมีมาโดยตลอดตามสื่อต่างๆ แต่ความเชื่อมโยงต่างๆ ในขณะนี้ทาง ศอฉ.ได้เห็นภาพที่เป็นเครือข่ายชัดเจนมากยิ่งขึ้น ก็ต้องดำเนินการต่อไป

เมื่อถามว่าวันนี้นายกฯ ได้โทรหานายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เพื่อสอบถามถึงกรณีเหตุการณ์ระเบิดบริเวณที่พำนักแล้วหรือยัง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เมื่อสักครู่ตนได้โทรไป แต่เผอิญท่านออกกำลังกายอยู่

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการอนุมัติให้ข้าราชการตำรวจที่ถูกไล่ออกกรณี สลายม็อบ 7 ต.ค.กลับเข้ารับราชการอีกนั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่มี เท่าที่สอบถามยังไม่มี

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

Advertisements