เมธี อมรวุฒิกุล นู้ดเสื้อแดง ยอมเปิดปากร่วม 10 เมษาเลือด พรรคพวกยิงถล่มทหารจริง!


นายเมธี อมรวุฒิกุล

อธิบดี ดีเอสไอ ระบุชัดเจน “เมธี ดารานู้ดเสื้อแดง” รับสารภาพแล้ว พร้อมยอมเปิดคลังที่ซุกซ่อนอาวุธของกลุ่มเสื้อแดงที่ปล้นไปจากทหารเมื่อคืน เหตุการณ์ 10 เม.ย.ระบุ ดาราเลือดร้อนอยู่ในที่ปลอดภัย และให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี

วันนี้ (23 เม.ย.) ที่ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ให้สัมภาษณ์ถึงการสอบสวนคดี ที่ได้รับมอบหมายให้สางคดี การก่อเหตุความไม่สงบในบ้านเมืองที่ถูกโอนเป็นคดีพิเศษทั้งหมดว่า ขณะนี้ได้แยกออกเป็น 4 เรื่องหลักๆ คือ ก่อการร้าย การขู่เข็ญรัฐบาล การคุกคามประชนชน และทางด้านกระทำผิดต่ออาวุธยุทธภัณฑ์ทางทหาร แนวทางคดีนั้น ขณะนี้ก็ได้แบ่งชุดทำงานออกสอบสวนในหลายส่วน และในทุกคดีก็มีความคืบหน้า

นายธาริต กล่าวต่อว่า ส่วนคดีไหนจะมีการสอบสวนพิเศษหรือไม่นั้น ขอยืนยันว่า ทุกคดีมีความสำคัญหมด แต่คดีที่จะต้องดูแลอย่างใกล้ชิด และพิเศษ คือ คดีการก่อการร้าย ไม่ว่าจะเป็นการก่อวินาศกรรมในรูปแบบต่างๆ เช่น วางระเบิดเสาส่งไฟฟ้าแรงสูง หลายจุด การลอบยิงถังน้ำมันใน จ.ปทุมธานี รวมไปถึงกลุ่มคนที่ยิงเจ้าหน้าที่ทหาร ในวันที่ 10 เมษายน ที่ผ่านมา และการยิงอาวุธสงคราม และปาระเบิดหลายๆ คดี รวมไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อคืนที่ผ่านมา ก็ถือว่าเป็นการก่อการร้ายด้วยเช่นกัน

อธิบดีดีเอสไอ กล่าวอีกว่า สำหรับคดีของ นายเมธี อมรวุฒิกุล ดาราเสื้อแดง ที่ถูกจับกุมในข้อหามีอาวุธสงครามของทางราชการ ซึ่งขณะนี้ทางผู้ต้องหาได้สารภาพบ้างแล้ว โดยเฉพาะเรื่องอาวุธปืนของทหาร ที่หายไปในวันที่ 10 เมษายน ถือว่า เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีอย่างมาก โดยขณะนี้ ถูกควบคุมตัวภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยจะถูกคุมตัวในสถานที่ปลอดภัย ไม่สามารถระบุได้ มีระยะเวลาควบคุมตัวต่อครั้ง คือ 7 วัน หลังจากนั้น จะขอศาลคุมตัวต่อ จนกว่าจะหมดสถานการณ์ และหลังจากนั้นก็จะถูกดำเนินคดีในสถานการณ์ปกติต่อไป

ต่อมาเมื่อเวลา 11.30 น นายธาริต ได้ออกแถลงผ่านสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ที่ ศอฉ.ว่า นายเมธี ยอมรับว่า เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เมื่อคืนวันที่ 10 เม.ย.จริง โดยร่วมเป็นแนวหน้า มีการปะทะกับทหาร ที่บริเวณหน้าโรงเรียนสตรีวิทย์ โดยผลการปะทะมีการยึดเอาอาวุธของทหารไว้จำนวนหนึ่ง บางส่วนเก็บไว้และนำไปแจกจ่ายให้บุคคลอื่น ซึ่งจากการตรวจค้นรถยนต์ของนายเมธีก็พบอาวุธของทหารที่ถูกยึดไป

“อีกส่วนหนึ่ง นายเมธี ยอมรับในข้อเท็จจริงว่า ได้มีการใช้อาวุธร้ายแรงที่ยึดมาได้จากทหาร ยิงเข้าใส่ทหารที่ขอคืนพื้นที่ในคืนวันที่ 10 เม.ย.ด้วย และหลังเสร็จสิ้นการปะทะยังยอมรับว่า มีการประชุมหารือร่วมกับแกนนำในเวทีราชประสงค์ด้วย” นายธาริต กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ มีการเผยแพร่ภาพส่งต่อไปยังอีเมล์ของบุคคลต่างๆจำนวนมาก ให้ช่วยกันสังเกตว่า ชายชุดดำคลุมหมวกไหมพรม (หมวกไอ้โม่ง) ในมือถืออาวุธปืนอาก้า ที่ถูกระบุว่า บันทึกภาพได้เมื่อคืนวันที่ 10 เม.ย. ในเหตุปะทะระหว่างผู้ก่อการร้ายมราแฝงตัวเข้าไปอยู่ในม็อบเสื้อแดง กับทหาร ว่าเป็นคนเดียวกันกับนายเมธี หรือไม่ โดยให้สังเกตที่ตา และคิ้ว ของคนชุดดำสวมหมวกไอ้โม่งดังกล่าว แต่ก็ยังไม่เป็นที่ยืนยันว่า ใช่นายเมธี หรือไม่ หรืออาจจะเป็นแค่คนหน้าเหมือน เช่นเดียวกับเมื่อครั้งพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ที่ถูกนำภาพเจ้าตัวไปโพสต์ตามเว็บไซต์ต่างๆว่า เดินทางไปกัมพูชาและถ่ายรูปร่วมกับ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ พล.ต.ขัตติยะ ออกมาแก้ต่างในภายหลังว่า แค่เป็นภาพคนหน้าเหมือนเท่านั้น

คำต่อคำ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ แถลงข่าวที่ศอฉ.

สวัสดีครับ ท่านผู้ชมที่เคารพ จากเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นขณะนี้ ในนามของกรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม ในฐานะกระผมทำหน้าที่เป็น เลขานุการคณะกรรมการคดีพิเศษ ใคร่ขอถือโอกาสนี้ กราบเรียนข้อเท็จจริงบางประการ

คณะกรรมการคดีพิเศษ มีมติให้การกระทำความผิด ซึ่งเกี่ยวข้องกับกรณี 4 กรณี ดังต่อไปนี้ เป็นคดีพิเศษที่ต้องทำการสอบสวนตามกฎหมาย ว่าด้วยการสอบสวนคดีพิเศษ คือ 1.การกระทำเกี่ยวกับการก่อการร้าย 2.การกระทำที่เกี่ยวกับการขู่บังคับรัฐบาล 3.การกระทำที่เป็นการประทุษร้ายต่อประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐ และประการที่ 4.การกระทำต่ออาวุธยุทธภัณฑ์ของทางราชการ เมื่อคณะกรรมการคดีพิเศษมีมติให้เป็นคดีพิเศษแล้ว คดีทั้งหมดเหล่านี้ ก็โอนไปอยู่ความรับผิดชอบของการสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งมีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นหน่วยงานกลางที่รับผิดชอบ และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานข่าวกรอง สำนักงานสภาความมั่นคง และหน่วยงานอื่นๆ อีก รวม 12 หน่วยงาน เข้ามาร่วมกันรับผิดชอบในคดีนี้ แม้จะได้มีมติเป็นคดีพิเศษแล้ว เหตุการณ์ความไม่สงบก็ยังมีต่อเนื่อง ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้มีการวางระเบิดในสถานที่ต่างๆ ถึง 45 ครั้ง และยังมีเหตุการณ์ต่อเนื่องมาอีก ไม่ว่าจะเป็นการวางระเบิดเสาไฟฟ้าส่งสัญญาณแรงสูง ดังที่ทราบกันครับ และก็ต่อเนื่องมาจนการยิงจรวดอาร์พีจีเข้าใส่คลังเก็บน้ำมัน และต่อมาเมื่อคืนที่ผ่านมา มีเหตุการณ์รุนแรงด้วยการใช้ระเบิดทำลายสถานที่ และก็มีประชาชนได้รับอันตรายจำนวนมาก ในบริเวณถนนสีลมดังที่ทราบกัน

เหตุการณ์ที่ต่อเนื่องมาตลอด เข้าลักษณะของการกระทำความผิดที่เป็นการก่อการร้ายในบ้านเมืองขณะนี้ ในนามของกรมสอบสวนคดีพิเศษ และหน่วยงานที่ร่วมบูรณาการทำงาน ขอประณามการกระทำของผู้ที่อยู่เบื้องหลังและมีส่วนเกี่ยวข้องการก่อการร้าย ครั้งนี้ และขอเตือนว่า การกระทำดังกล่าว มีโทษตามกฎหมายอย่างรุนแรงถึงขั้นประหารชีวิต ขอให้ยุติการกระทำรุนแรงดังกล่าวต่อผู้บริสุทธิ์ และถือโอกาสนี้ขอเรียนว่า ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับบริเวณที่เกิดเหตุต่างๆ ควรจะหลีกเลี่ยงไม่เข้าไปเกี่ยวข้องโดยเฉพาะการชุมนุมขณะนี้ ซึ่งตามกฎหมายของบ้านเมืองขณะนี้ถือเป็นการชุมนุมที่ผิดกฎหมายครับ

อีกส่วนหนึ่งที่กรมสอบสวนคดีพิเศษขอเรียนเพิ่มเติมคือ เมื่อวานนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้จับกุมผู้ที่ศาลได้ออกหมายจับไว้ เป็น 1 ใน 24 คน ของเหตุการณ์การชุมนุมครั้งนี้ คือ นายเมธีดังที่เป็นข่าว เนื่องจากความผิดของนายเมธี เกี่ยวข้องกับความผิดหลายเรื่อง และเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการใช้อาวุธยุทธภัณฑ์ของทางราชการ ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษมีความจำเป็นต้องเข้าทำหน้าที่ ในฐานะที่เป็นคดีพิเศษดังกล่าวมาแล้วด้วย กระผมเองได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทำการซักถามปากคำของนายเมธีด้วยตนเอง นายเมธีได้ให้การในส่วนที่เป็นสาระสำคัญหลายประการ

ประการแรกได้ยอมรับว่า เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความไม่สงบ ในวันที่ 10 โดยร่วมเป็นแนวหน้าของการเรียกร้องประชาธิปไตยในครั้งนี้ และมีการปะทะกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐ ที่จะขอคืนพื้นที่ บริเวณหน้าโรงเรียนสตรีวิทยานะครับ ผลจากการปะทะ ทางกลุ่มของนายเมธีได้ยึดเอาอาวุธยุทธภัณฑ์ ของทางราชการไปจำนวนหนึ่ง และตัวนายเมธีนำเอาอาวุธร้ายแรงจำนวนหนึ่งไปด้วย เป็นปืนกลมือของทางราชการ และนำไปแจกจ่ายให้กับบุคคลอื่นหลายคน ตัวเองได้เก็บไว้ด้วย ซึ่งต่อมาปฏิเสธว่า ให้คนอื่นไปหมด แต่ในความเป็นจริงจากการตรวจค้นรถยนต์ ซึ่งนายเมธีขับอยู่เมื่อวานนี้ตอนเช้า และค้นพบอาวุธปืนกลมือร้ายแรงของทางราชการดังกล่าวด้วย เป็นส่วนสำคัญที่ได้ยอมรับว่า อาวุธร้ายแรงของทางราชการนั้น มีการยึดไปจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร และนำไปไว้เพื่อใช้ต่อสู้ในโอกาสต่อไป อีกส่วนหนึ่ง ได้ยอมรับในข้อเท็จจริงว่า ในการที่มีการปะทะกันยังที่เกิดเหตุนั้น มีการใช้อาวุธร้ายแรงจากฝ่ายนายเมธี ในการยิงเข้าใส่กลุ่มทหารที่เข้าขอคืนพื้นที่ด้วย

นอกจากนั้น ยังยอมรับข้อเท็จจริงว่า เมื่อย้ายการชุมนุมมาที่สี่แยกราชประสงค์ ก็มีการประชุมปรึกษาหารือเพื่อวางแนวทางทุกวัน ณ สถานที่ซึ่งยังไม่ขอเปิดเผย อันนี้ เป็นส่วนข้อเท็จจริงที่นายเมธีให้ปากคำกับตัวกระผมเอง ซึ่งเป็นประโยชน์กับรูปคดี และทางกรมสอบสวนคดีพิเศษกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้ดำเนินการในการสืบสวน สอบสวนคดีนี้ต่อไป โดยเน้นให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย และดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา

ขอขอบคุณ ท่านผู้ชมครับ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

Advertisements