อนุพงษ์ เผ่าจินดา เพิ่งตื่น!! จ้อสื่อนอก มีขบวนการล้มเจ้า ขู่ม็อบเสื้อแดงไม่ถอย จ่อสลาย 1-2 วันนี้


อนุพงษ์ เผ่าจินดา

“บิ๊กป๊อก” เพิ่งตื่น!! จ้อสื่อนอก รับพบข้อมูลขบวนการมุ่งโจมตีสถาบัน ปูดเตรียมนำข้อมูลแพร่สาธารณชนเร็วๆ นี้ ชี้ มีพวกหวังผลการเมืองโยงความขัดแย้งคน 2 กลุ่ม ขึ้นมาจาบจ้วงเบื้องสูง ขู่สลายม็อบแดง 1-2 วันนี้ หากยังดื้อไม่พ้นพื้นที่ชุมนุม โบ้ยตอบ จ.จ.ต่อสายบีบสลายม็อบ บอกใครอ้างไงก็ได้ แต่เป็นเรื่องมิบังควร

วานนี้(22 เม.ย.) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอเอฟพี ถึงสถานการณ์ขณะนี้ ว่า ปัญหาขณะนี้คือความขัดแย้งของคนมีความคิดเห็นไม่ตรงกัน ต้องยอมรับว่ามีการปลุกระดมมวลชนโดยใช้สื่อปลุกปั่นให้คนเข้าใจผิดในหลาย เรื่อง ซึ่งเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา มีกลุ่มไม่ทราบฝ่ายแฝงตัวอยู่และใช้อาวุธสงครามปฏิบัติการกับเจ้าหน้าที่ ทหาร ซึ่งฝ่ายเราก็ไม่คาดคิดว่าจะมีการใช้อาวุธร้ายแรงมากขนาดนั้น

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวต่อว่า ทางเจ้าหน้าที่เองได้มีการปฏิบัติตามกรอบของกฎหมาย นอกจากนั้น ความขัดแย้งของคนก็ได้มีการปฏิบัติการในลักษณะที่เกี่ยวโยงต่อเนื่อง พร้อมกับการปราศรัยโดยใช้คำว่า “อยากเห็นมิกสัญญีหรือ” และจากนั้นก็มีเหตุการณ์เกิดขึ้นจริง และมีการใช้กองกำลังจริง พร้อมกับมีการใช้อาวุธสงครามขนาดหนักในขณะที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถใช้อาวุธได้เลย

“ผมขอยืนยันว่าในเร็วๆ นี้ ผมจะได้นำเอาข้อมูลมาให้สาธารณชนได้รับทราบเกี่ยวกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ การโจมตีสถาบันซึ่งมีเครือข่ายอย่างแน่นอน และออกมาในรูปของเวบไซต์กลุ่มคน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้น สรุปแล้วนอกจากจะดึงเอาความขัดแย้งของคน 2 กลุ่มมาใช้ประโยชน์และมีการมุ่งโจมตีสถาบันแล้ว ก็ยังมุ่งหวังเพื่อให้เกิดผลทางด้านการเมือง เพื่อประโยชน์กับใครกลุ่มใดก็ต้องพิจารณากันเอง” ผบ.ทบ.กล่าว

เมื่อถามว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดการโจมตีสถาบันอย่างไรและเมื่อไหร่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ถ้าเรื่องใดที่สามารถดำเนินการได้จึงจะเปิดเผย ซึ่งจะเป็นไปตามกฎหมายและเปิดเผยเท่าที่ทำได้เพื่อให้คนรู้และเห็นว่ามีการดำเนินการในเรื่องดังกล่าวอยู่

เมื่อถามว่า จ.จ. เข้ามาเกี่ยวข้องและสั่งการ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ใครจะไปอ้างหรือกล่าวอะไรก็แล้วแต่ เป็นเรื่องมิบังควรอย่างยิ่งที่ใครจะไปกล่าวอ้าง โดยเฉพาะการกล่าวอ้างที่ว่านี้เป็นการกล่าวเท็จ การที่ ศอฉ.จะดำเนินการเรื่องใดก็ตาม ศอฉ.จะต้องรับผิดชอบ เพราะเมื่อมีความผิดก็ต้องขึ้นศาล และเราฝ่ายผู้ปฏิบัติก็ต้องดำเนินการตามนโยบายที่คนของรัฐบาลให้มาว่าจะทำ อะไรอย่างไร คือถ้าทำแล้วเกิดความเสียหายต่อประเทศ มีคนบาดเจ็บล้มตายมากเราก็จะชี้แจงให้รัฐบาลทราบว่าทำได้หรือไม่ได้ เพราะอะไร และทำแล้วไม่เกิดผลดีเพราะไม่ว่าสีใด ถ้าต้องปฏิบัติกับประชาชนที่เขาไม่รู้เรื่องในเปอร์เซนต์ที่เป็นผู้หญิงเยอะ กว่าครึ่ง บางทีก็ทำอะไรลำบาก ก็ต้องใช้มาตรการอย่างอื่นประกอบกันไป พร้อมกับการสร้างความเข้าใจ ค่อยๆสร้างการรับรู้ในสิ่งที่ถูกต้อง บวกกับการมาตรการด้านกฎหมายที่เหมาะสมเพื่อทำให้สถานการร์ค่อยๆคลี่คลายไป

ผบ.ทบ. กล่าวอีกว่า หากเหลือผู้ชุมนุมเป็นเฉพาะฮาร์ดคอร์ ก็ไม่ยากต่อการดำเนินการ ซึ่งในส่วนการตัดสินใจนี้ขอยืนยันว่า รัฐบาล คือ นายกรัฐมนตรี รองสุเทพ และคณะทำงานของ ศอฉ.เท่านั้นที่จะเป็นผู้พิจารณาเรื่องนี้ คนอื่นเราไม่เคยไปเกี่ยวข้องด้วย และไม่เคยจะต้องไปติดต่อกับใครที่เขาไปกล่าวอ้าง โดยเฉพาะคนที่ตกเป็นข่าวอย่างไม่ยุติธรรม ท่านไม่เคยติดต่อกับเราในเรื่องต่างๆเหล่านี้ และไม่ใช่หน้าที่ที่ผมจะไปนั่งถาม”

เมื่อถามว่ามีข่าวว่า ผบ.ทบ. อึดอัดในการทำหน้าที่ขณะนี้ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวปฏิเสธว่า ไม่อึดอัด คนไปตีความเอาเอง ถ้าสมมติว่ารัฐบาลอยากให้ทำเรื่องผิดกฎหมายเราก็จะบอกว่าทำได้หรือไม่ได้ แบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องอึดอัดหรือต้องเครียดอะไร ก็เป็นเรื่องที่ต้องปรึกษาหารือกัน และจะทำให้ผลออกมาดีที่สุด จะเห้นได้มามาถึงขณะนี้เรื่องต่างๆบางทีทำได้ยากกับที่จะทำให้กฎหมายเป็น กฎหมายมันไม่ง่าย คนที่เรามีปัญหากันอยู่ก็เป็นพี่น้องคนไทยด้วยกัน ความเข้าใจหรือความเห็นที่แตกต่างกันเท่านั้น ไม่ถึงกับจะเป็นผู้ร้าย แต่ส่วนคนผิดที่มีหมายจับ พวกซ่องสุ่มปลุกปั่นมีอาวุธสงครามก็เป็นคนละเรื่อง คนเหล่านี้ต้องดำเนินการตามกฎหมาย แต่คนมาชุมนุมเขาคงรู้ดีว่าเราไม่สามารถใช้อาวุธกับเขาได้ เขาถึงอยู่ได้

เมื่อถามว่า จะให้ความมั่นใจกับประชาชนว่าจะแก้ปัญหาได้สำเร็จหรือไม่ ผบ.ทบ. กล่าวว่า ผมเชื่อมั่นว่าสังคมไทยจะต้องเป็นตัวตัดสินในเรื่องนี้ ทหารจะทำโดยกลไกสังคมและกลไกทางกฎหมาย คนไทยทั้งหมดต้องเชื่อมั่นว่าปัยหาทั้งหมดจะหมดไปภายใต้บริบทของกฎหมาย และความเข้าใจก็ต้องค่อยๆทำไป เราไม่สามารถกำหนดเวลาได้ และไม่สามารถกำหนดมาตรการได้ว่าสลายแล้วจะจบ ถ้าสลายแล้วความคิดยังอยู่ก็หมายคงว่ายังไม่จบ เพราะฉะนั้นเราก็จะค่อยๆ ทำไป ขณะนี้เราเห็นแล้วว่าคนส่วนใหญ่เขารับรู้ ขณะที่คนบางคนไม่รับรู้ว่าเขากำลังถูกครอบงำ

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวยืนยันว่า ขณะนี้จากการตรวจสอบด้านการข่าวพบว่ากลุ่มผู้ชุมนุมอยากออกจากพื้นที่หลายคน แต่ถูกให้อยู่ในที่ชุมนุมด้วยวิธียึดบัตรประชาชนไว้ และหว่านล้อมจนไม่รู้ว่าจะออกมาอย่างไร เพราะมาจากต่างจังหวัด เพราะฉะนั้รนต้องค่อยๆดึงคนเหล่านี้ออกมา เพราะไม่ใช่ผู้ร้ายฆ่าคนตาย หรืออาญชกร เขาเป็นคนไทยด้วยกันที่อาจเห็นต่างกัน แต่การไปก่อหวอดรวมกันแล้วกระทำความผิดอย่างที่เป้นอยู่ อันนี้ก็ถือเป็นสิ่งที่ต้องรับรู้ถึงผลที่จะตามว่า ว่าหากมีเหตุการณ์เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่ก็สามารถจับกุมได้ เพราะกฏหม่ฃายกำหนดไว้ ศอฉ.จึงได้ออกคำเตือนตลอด เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาประเ?ศไม่ใช่ไปปิดที่สี่แยกแล้วจะเอาให้ได้อย่างที่ ตัวเองต้องการคงไม่ได้ ซึ่งรัฐบาลที่ผ่านมาตนก็เคยเจอปัญหาเรื่องนี้มาก่อน จึงใช้วิธีการนี้

เมื่อถามว่าข่าวที่จะมีการสลายการชุมนุมใน 1-2 วันนี้จะมีหรือไม่ ผบ.ทบ.กล่าวว่า อย่าให้ตนบอกว่าสลายหรือไม่สลายเลยตนจะทำทุกอย่างตามสถานการณ์และผลที่ได้มา จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ถ้ารักษากฏหมายไว้ได้ไม่มีคนบาดเจ็บและตายและเป็นที่ยอมรับว่าทำตามกฏหมาย และสมควรแก่เหตุมันเหมาะสมที่จะทำตอนไหนอย่างไรตนก็คงทำ เว้นแต่เขาจะออกไปก่อนก็ไม่ต้องทำ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์