“ทหารไทย” ปะทะเดือด“ทหารเขมร” ชายแดนสุรินทร์ เหิมตั้งหมู่บ้านรุกล้ำเขตแดนไทย


ทหารพราน

เกิดเหตุ “ทหารไทย” ปะทะเดือด “ทหารเขมร” เหิมรุกล้ำตั้งหมู่บ้านในเขตแดนไทย ระหว่างหลักเขตแดนที่ 13-14 อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เผยยิงถล่มกันด้วยอาวุธสงคราม เอเค 47 , เอ็ม 16 จรวดอาร์พีจี และเอ็ม 79 นานกว่า 30 นาที เบื้องต้นทหารพรานสูญหาย 1 นาย ส่วนเขมรบาดเจ็บอื้อ ขณะด่านช่องจอม จนท. – ปชช.ชาวไทยและกัมพูชาแตกตื่นได้ยินเสียงปืนสู้รบ ล่าสุดสถานการณ์ยังตึงเครียดเขมรไม่ยอมถอนกำลังจากหมู่บ้านรุกล้ำแผ่นดินไทย

วันนี้ (17 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 07.40 น.ได้เกิดเหตุการณ์ปะทะกันระหว่าง กำลังทหารพราน กองร้อยทหารพรานที่ 2608 ฐานปฎิบัติการช้างดำ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 26 กองกำลังสุรนารี ฝ่ายไทย นำโดย ร.อ.อุทิศ สุขมาก ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 2608 กับ กำลังทหารและตำรวจตระเวนชายแดนที่ 402 ประเทศกัมพูชา ที่บริเวณ หลักเขตแดนที่ 13-14 จุดผ่อนปรนช่องโชกและช่องปลิง ชายแดนไทย-กัมพูชา เขตพื้นที่ ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ อยู่ตรงข้ามกับ หมู่บ้าน จ็อมกาเจก ต.โอร์เสม็ด อ.กรุงสำโรง จ.อุดรมีชัย กัมพูชา

โดยทหารทั้ง 2 ฝ่าย ได้เปิดฉากปะทะยิงถล่มกันด้วยอาวุธสงคราม เอเค 47 , เอ็ม 16 ,จรวดอาร์พีจี และ เอ็ม 79 ปืน เป็นเวลา 15 นาที เสียงปืนต่อสู้จึงได้หยุดลงชั่วคราว ต่อมาในเวลา 09.10 น. ทหารไทย และทหารกัมพูชา ได้เปิดฉากยิงต่อสู้กันอีกครั้งเป็นเวลา อีก 15 นาที ก่อนยุติลง หลังมีการโทรศัพท์ประสานกันระหว่างทหารพรานไทย และทหารกัมพูชาเพื่อให้ยุติการยิงต่อสู้กัน

ส่วนสาเหตุการปะทะกันนั้นเบื้องต้นทราบว่า เจ้าหน้าที่ทหารพรานของไทย จำนวน 5 นาย ได้ออกปฏิบัติหน้าที่เดินเท้าลาดตระเวนเพื่อป้องกันอธิปไตยไทยตามแนวชายแดน ไทย ไปยังบริเวณหลักเขตแดนที่ 14 ช่องปลิง ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ได้พบกับกำลังทหารและ ตำรวจตระเวนชายแดนของกัมพูชา ปลุกสร้างที่พักเป็นหมู่บ้าน ชื่อว่า หมู่บ้านจ็องกาเจก รุกล้ำเข้ามาในเขตแดนไทย

ดังนั้นเจ้าหน้าที่ทหารพรานไทยจึงได้แจ้งให้ทราบถึงข้อตกลงร่วมกรณี ห้ามไม่ให้ทำการปลุกสร้างที่พักถาวรในพื้นที่ชายแดนที่ยังไม่มีการปักปันเขต แดนอย่างชัดเจน ทำให้ทหารกัมพูชาไม่พอใจ และทหารกัมพูชาได้ใช้ปืน เอเค 47 ยิงขึ้นท้องฟ้าหลายนัด ทหารพรานของไทยได้ใช้ปืน เอเค 47 ยิงตอบโต้กลับไป จึงทำให้เกิดการปะทะกันอย่างดุเดือด ทหารทั้ง 2 ฝ่าย ยิงถล่มกันด้วยอาวุธปืนสงคราม เอเค 47 , เอ็ม 16 จรวดอาร์พีจี และ เอ็ม 79 เป็นระยะๆ รวมเป็นเวลานานกว่า 30 นาที ดังกล่าว

ทั้งนี้เสียงปืนการยิงต่อสู้กันดังกล่าว ได้ยินไกลมาถึงบริเวณด่านผ่านแดนถาวรไทย-กัมพูชา ช่องจอม-โอร์เสม็ด ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ซึ่งอยู่ห่างจากจุดปะทะกันประมาณ 8 กิโลเมตร(กม.) ทำให้ เจ้าหน้าที่ไทยประจำด่านผ่านแดนถาวรช่องจอม-โอร์เสม็ด และประชาชนชาวไทย ชาวกัมพูชาต่างแตกตื่นกับเสียงปืนการสู้รบ ซึ่งด่านผ่านแดนถาวรช่องจอม-โอร์เสม็ด ยังเปิดให้บริการและมีพ่อค้าแม่ค้า ประชาชนชาวไทย และชาวกัมพูชา เดินทางผ่านแดนเข้า-ออก ซื้อขายสินค้ากันตามปกติ แต่บรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงาและเต็มไปด้วยความตึงเครียด

ขณะนี้ กำลังทหาร กองร้อยลาดตระเวนระยะไกล กองกำลังสุรนารี (กกล.สุรนารี) และทหารพราน จากฐานปฏิบัติการภูหลวง ทหารพรานที่ 26 ที่บริเวณทางเข้าด่านผ่านแดนถาวรช่องจอม-โอร์เสม็ด ได้เดินทางเข้าเคลียร์พื้นที่ในจุดเกิดเหตุปะทะระหว่างทหารกับทหารกัมพูชา ดังกล่าว เพื่อสำรวจความเสียหาย

ต่อมาในช่วงสายวันเดียวกันนี้ ( 17 เม.ย.) พ.อ.อดุล บุญธรรมเจริญ ผู้บังคับการกรมทหารพรานเฉพาะกิจที่ 26 (ผบ.ฉก.ทพ.26) กองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 ได้เดินทางข้ามแดนที่บริเวณด่านผ่านแดนถาวรช่องจอม-โอร์เสม็ด เข้าไปยังบ่อนกาสิโน รอยัลฮิลล์ รีสอร์ท เจรจากับ พ.อ.จุม สะไรย์ รองหัวหน้าสำนักงาน กิจการชายแดนภูมิภาคทหารที่ 4 กัมพูชา เพื่อให้ทหารทั้งสองฝ่ายยุติการยิงต่อสู้และถอนกำลังออกห่างจากจุดปะทะ ซึ่งการเจรจาเป็นไปอย่างตึงเครียด ก่อนได้ข้อยุติให้ทหารทั้ง 2 ฝ่ายหยุดยิงต่อสู้กัน

แต่อย่างไรก็ตาม ความตึงเครียดในพื้นที่จุดปะทะ ยังไม่คลี่คลาย เนื่องจากทหารกัมพูชา ไม่ยอมถอนกำลังออกจากพื้นที่หมู่บ้านจ็องกาเจก ซึ่งปลุกสร้างรุกล้ำเข้ามายังเขตแดนไทยในจุดที่ยังไม่มีการปักปันเขต แดนอย่างชัดเจน และกัมพูชายังคงเสริมกำลังทหารเข้ามากว่า 50 นาย ทำให้ กรมทหารราบเฉพาะกิจที่ 23 กองกำลังสุรนารี ได้ส่ง กำลังทหาร กองพันทหารราบที่ 23 เข้าตรึงพื้นที่ชายแดนใกล้จุดปะทะเช่นกัน

แหล่งข่าวระดับสูงทางทหาร แจ้งว่า ทหารกัมพูชาและตำรวจตระเวนชายแดนกัมพูชา จำนวนกว่า 20 นาย ได้นำกำลังพร้อมอาวุธหนัก เข้าประจำพื้นที่บ้านจ็อมกาเจก หลังทราบว่าทหารพรานกองร้อยทหารพราน ที่ 2608 จะส่งกำลังทหารพรานขึ้นมาลาดตระเวนพื้นที่บ้านจ็อกกาเจก อย่างแน่นอน และเตรียมพร้อมที่จะเปิดฉากยิงทหารพรานไทยทันทีที่เดินทางเข้ามายังหมู่บ้าน ซึ่งเมื่อทหารกัมพูชาเห็นทหารพรานไทย เดินลาดตระเวนเข้าไปยังหมู่บ้านจ็อมกาเจก จึงเปิดฉากก่อกวนและยิงปืนข่มขู่ทหารไทยจนเกิดการปะทะกันขึ้นดังกล่าว

นอกจากนี้เป็นที่แน่นอนแล้วว่า ทหารกัมพูชายืนยันไม่ถอนกำลังทหารออกจากหมู่บ้านจ็อกกาเจก ดังกล่าว เพราะอ้างว่าพื้นที่บริเวณนี้เป็นดินแดนของประเทศกัมพูชา และยังทำการส่งกำลังเพื่อโอบล้อมทหารไทย ซึ่งพร้อมจะจับกุมตัวหรือจับตาย ทหารไทย เพื่อหวังที่จะนำไปสู่การฟ้องศาลโลกกล่าวหาว่าทหารไทยรุกล้ำเขตแดนประเทศ กัมพูชา

ล่าสุดมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทหารพรานชุดปะทะกับทหารกัมพูชา จำนวน 5 นาย นั้น ปลอดภัยแล้ว 4 นาย ส่วนอีก 1 นาย ยังตามหาตัวไม่พบ คาดว่าอาจหลงทางหรืออาจได้รับอันตรายจากการปะทะ ซึ่งเจ้าหน้าที่ทหารพรานกองร้อยทหารพรานที่ 2608 และ กองพันทหารราบที่ 23 กองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 กำลังเร่งเข้าเคลียร์พื้นที่อยู่ในขณะนี้ ส่วนฝ่ายทหารกัมพูชาทราบว่า ได้รับบาดเจ็บจากปะทะในครั้งนี้จำนวนหลายนาย

ขณะที่บรรดาพ่อค้า แม่ค้าชาวกัมพูชา ที่บริเวณตลาดโอร์เสม็ดใหม่ ฝั่งประเทศกัมพูชา ซึ่งอยู่ใกล้จุดปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา เพียง 2 กิโลเมตร(กม.) ต่างวิตกกังวลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้ปิดร้านและเตรียมเก็บสินค้า เพื่ออพยพเข้าไปยังพื้นที่ชั้นในของ จ.อุดรมีชัยเพราะเกรงจะถูกปล้นสินค้าและทรัพย์สินสิ่งของมีค่าต่างๆ เช่นทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์สู้รบขึ้นตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทย

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์