กอฉ. เชือดแล้ว 190 เว็บฯปลุกระดม


กอฉ. เอาจริงสั่งกระทรวงไอซีทีปิดเว็บไซต์แล้วจำนวน 190 เว็บ ชี้เป็นเว็บปลุกระดมทางการเมืองกว่า 60% เผยหลังเกิดสถานการณ์ชุมนุมเสื้อแดง ไอซีทีโทรแจ้งให้ปิดเฉลี่ย 500 เว็บต่อวัน…

เมื่อวันที่ 16 เม.ย. แหล่งข่าวจากกองอำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (กอฉ.) เปิดเผยว่า หลังจากเกิดสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ แห่งชาติ ( นปช.) หรือกลุ่มเสื้อแดง ล่าสุด รัฐบาลโดยกองอำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (กอฉ.) ได้มีคำสั่งให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ปิดเว็บไซต์ที่เข้าข่ายปลุกระดมแล้วจำนวน 190 เว็บไซต์ โดยส่วนใหญ่เป็นลักษณะการถ่ายทอดสดการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง ที่เข้าข่ายยั่วยุ และปลุกระดมให้เกิดความแตกแยกทางการเมือง

แหล่งข่าวระบุว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่รับผิดชอบอยู่ระหว่างการเฝ้าจับตาอย่างใกล้ ชิด โดยเฉพาะ แคมฟรอก ที่ถ่ายทอดสดการชุมนุม ก่อให้เกิดความรุนแรง ยั่วยุ และปลุกระดมให้เกิดความแตกแยก โดยใช้ระยะเวลาดำเนินการไม่เกิน 10 นาที ก็สามารถสั่งปิด URL ได้แล้ว สำหรับ ISP รายเล็ก ยังเป็นอุปสรรคอยู่ เพราะช่วงเทศกาลสงกรานต์ไม่มีคนมอนิเตอร์ตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ เว็บไซต์ยูทูป ที่เปิดคลิปที่เข้าข่ายการปลุกระดม และก่อให้เกิดความรุนแรง ก็สั่งปิดไปแล้วกว่า 7-8 URL ทั้งนี้ เจ้าของเว็บไซต์บางรายก็มีการร้องเรียนมาถึงกรณีการปิดเว็บโดยเจ้าหน้าที่ ได้พยายามติดต่อกลับไปแต่ไม่สามารถติดต่อได้ และบางเว็บก็เปลี่ยนจากดอทคอม (.com) เป็นดอทเน็ต (.net) แทนเพื่อให้เปิดใช้งานได้ อย่างไรก็ตาม เว็บที่สั่งปิดจำนวน 190 เว็บนั้น เป็นเพียงการสั่งปิดชั่วคราว หลังจากสถานการณ์การชุมนุมคลี่คลาย และกลับเข้าสู่ภาวะปกติก็จะเปิดให้บริการตามเดิม โดยจะแจ้งผ่านอีเมล์อีกครั้ง

ทั้งนี้ ช่วงที่เกิดสถานการณ์การชุมนุมกระทรวงไอซีที ได้รับร้องเรียนให้ปิดเว็บไซต์เฉลี่ยวันละ 400-500 เว็บ คิดเป็นเว็บปลุกระดมทางการเมือง 60% และเว็บหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ เว็บลามก เว็บพนัน เว็บยาเสพติด 40% ส่วนกรณีที่นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่ากระทรวงไอซีที สามารถดำเนินการสั่งปิดเว็บไซต์ได้โดยตรงนั้น แหล่งข่าวชี้แจงว่า สามารถทำได้ เพราะในช่วงสถานการณ์การชุมนุมกฎหมายของไอซีทีได้อยู่ภายใต้ กอฉ.แล้ว ทั้งนี้ ผู้ที่พบเห็นเว็บไซต์ยั่วยุ ปลุกระดม และก่อให้เกิดความแตกแยกทางการเมือง สามารถแจ้งได้ที่ 1212 และศูนย์ประชาสัมพันธ์ กอฉ. 1555.

ที่มา ไทยรัฐออนไลน์

Advertisements