“กษิต” กดดันนานาชาติร่วม จัดการ “ทักษิณ” ระบุเป็นผู้ก่อการร้ายกระหายเลือด


“กษิต” ใช้โอกาสไปร่วมประชุมนิวเคลียร์โลกที่กรุงวอชิงตัน จวกนานาชาติที่เพิกเฉยต่อไม่ดำเนินการกับ “ทักษิณ” ปล่อยอดีตนายกรัฐมนตรีหลบหนีโทษจำคุกผู้นี้ใช้เป็นฐานปลุกปั่นยั่วยุ จนเกิดเหตุนองเลือดในไทย เปรียบพฤติกรรมแม้ว ไม่ต่างจากผู้ก่อการร้ายกระหายเลือด และฮิตเลอร์

“ทุกๆ คนต่างแสดงท่าทีไม่อยากยุ่งเกี่ยว แต่เขาคือ ผู้ก่อการร้าย ที่กระหายเลือด” นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีต่างประเทศของไทยบอก พร้อมกับยกตัวอย่างหลายชาติเฉกเช่นรัสเซีย และเยอรมนี ที่เอาหูไปนาเอาตาไปไร่และยอมให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรเข้าประเทศ โดยไม่ยอมรับรู้ว่า เขาถูกศาลไทยตัดสินว่ามีความผิดฐานทุจริตคอร์รัปชั่น

เขายังยกตัวอย่างของดูไบ ซึ่งมีรายงานระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้ใช้เอาเป็นฐานอยู่เป็นเวลานาน ตลอดจนนิการากัว และมอนเตเนโกร ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณเพิ่งไปเยือนเมื่อไม่นานมานี้

“นี่คือพฤติกรรมการแทรกแซงจากประเทศที่ 3 รัสเซียอนุญาตให้เขาอยู่ในประเทศได้อย่างไรถึง 2 วัน รวมไปถึงเยอรมนีก่อนหน้านั้นด้วย” นายกษิตตั้งปุจฉา “ทุกๆ คนกำลังเล่นบทไร้เดียงสา ปิดหูปิดตาตัวเอง เพียงเพราะครั้งหนึ่งเขาเป็นผู้นำที่มาจากการเลือกตั้งงั้นหรือ”

นายกษิตยังเชื่อมโยงทักษิณกับผู้ก่อการร้ายอัลกออิดะห์ และบรรดาผู้นำจอมเผด็จการที่มาจากการเลือกตั้งคนอื่นๆ อาทิ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ โจเซฟ สตาลิน และ เบนิโต มุสโสลินี

“ฮิตเลอร์ เป็นผู้ที่ได้รับเลือกตั้ง มุสโสลินี ก็มาจากการเลือกตั้ง หรือแม้แต่ สตาลิน ก็อาจพูดได้ว่าเขามาจากการเลือกตั้ง แต่พวกเขาทำอะไรกับสังคมของพวกเขากันบ้างล่ะ นี่คือคำถาม” รัฐมนตรีต่างประเทศของไทยกล่าว ระหว่างพบปะพูดคุยกับผู้สื่อข่าวและนักวิชาการกลุ่มเล็กๆ ที่กรุงวอชิงตันเมื่อวันจันทร์(12)

นายกษิตซึ่งเดินทางมากรุงวอชิงตันคราวนี้ เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดว่าด้วยนิวเคลียร์ ซึ่งจัดขึ้นโดยประธานาธิบดีบารัค โอบามา ได้กล่าวหา พ.ต.ท.ทักษิณว่า เป็นผู้บงการจัดการชุมนุมเดินขบวนของกลุ่ม “เสื้อแดง” จนนำไปสู่การปะทะนองเลือดที่มีผู้เสียชีวิตไปถึง 21 คน

พ.ต.ท.ทักษิณได้หลบหนีออกมาอยู่ต่างประเทศ เพื่อไม่ให้ต้องติดคุกตามคำพิพากษาของศาลในความผิดทุจริตคอร์รัปชั่นเมื่อปี 2008 แต่เขาก็ติดต่อทางวิดีโอลิงก์เพื่อกล่าวคำปราศรัยในการชุมนุมของงกลุ่มคนเสื้อแดงอยู่บ่อยครั้ง

ในเรื่องนี้ นายกษิตแสดงความเสียใจที่ไทย “ไม่ได้รับความร่วมมือจากนานาชาติเลย” โดยแม้กระทั่งตำรวจสากล (อินเตอร์โปล) “ก็ปฏิเสธไม่ยอมทำงานร่วมกับเรา”

เขากล่าวประณาม พ.ต.ท.ทักษิณว่ากำลังใช้วิธีการนอกกฎหมายเพื่อโค่นล้มรัฐบาลประชาธิปไตยในประเทศไทย “ขณะที่โลกเรียกร้องให้ไทยมีประชาธิปไตยมากขึ้น แต่พวกเขากลับปล่อยให้ ทักษิณ สามารถผ่านเข้าออกประเทศเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น”

นอกจากนี้ นายกษิตยังเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ กระตุ้นให้คนเสื้อแดงกลับสู่โต๊ะเจรจา เพื่อคลี่คลายปัญหานี้โดยไม่ใช้ความรุนแรง

ทางด้านนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรีซึ่งเข้าร่วมการพบปะพูดคุยคราวนี้ด้วย เตือนว่าหากวิกฤตในเวลานี้เกิดบานปลายจนอยู่เหนือการควบคุม ทหารก็อาจก่อการปฏิวัติรัฐประหารเพื่อฟื้นฟูความสงบเรียบร้อยในสังคม

ฝ่ายทหารมีหน้าที่ต้อง “ดูแลประเทศชาติและฟื้นฟูความสงบเรียบร้อย” นายไตรรงค์กล่าว พร้อมกับชี้ว่า การที่ทหารทำรัฐประหารยึดอำนาจ ต้องถือว่า “ภาพสมมุติคาดคะเนสถานการณ์ชนิดที่เลวร้ายที่สุด” ที่อาจจะเกิดขึ้นได้

ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน รัฐมนตรีต่างประเทศของไทยได้ไปพูดในรายการสนทนาของ วิทยาลัยการระหว่างประเทศศึกษาชั้นสูง แห่งมหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์ ในกรุงวอชิงตัน ซึ่งเขาระบุว่า ยังเชื่อว่าการเจรจาจะสามารถคลี่คลายวิกฤตในประเทศไทยได้

เขาบอกว่าหนทางแก้ปัญหาใดๆ ที่จะสามารถแก้ไขความปั่นป่วนวุ่นวายคราวนี้ได้ คงจะต้องประกอบด้วยการเปลี่ยนแปลงบทบาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวซึ่ง เป็นที่รักสักการะของปวงชนชาวไทย และการที่ประชาชนคนยากจนในชนบทจะต้องเข้ามีส่วนร่วมเพิ่มขึ้นมากในกระบวนการทางการเมือง

นายกษิตกล่าวว่า การปะทะกันที่เกิดขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการประชาธิปไตยอันเจ็บปวดและ ยุ่งเหยิงวุ่นวาย ในการให้สิทธิเสียงแก่เกษตรกรและคนงานคนสามัญ ภายหลังการปกครองมานานปีของชนชั้นนำ

เขายอมรับว่าประเทศไทย “ยังไม่ได้พบสูตรที่ถูกต้อง เรายังไม่พบวิธีที่จะประนีประนอมกัน”

“ประเทศไทยไม่สามารถที่จะประพฤติตนเหมือนกับเป็นหนึ่งในสาธารณรัฐ กล้วยหอม (ประเทศที่ไร้เสถียรภาพทางการเมือง) ต่อไปเรื่อยๆ … และกลายเป็นเด็กมีปัญหา” เขากล่าว “นี่เป็นบทเพลงซิมโฟนีที่ยังแต่งไม่จบ”

อย่างไรก็ตาม นายกษิตยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะต้องรับโทษจำคุกเสียก่อน จึงจะสามารถเข้าร่วมในความพยายามเพื่อเปิดการเจรจาหารือกันได้

โดย ASTVผู้จัดการรายวัน

Advertisements