สื่อนอกชี้ “เสื้อแดง”ใช้ปืน ระเบิดสู้ทหาร สหรัฐฯ ร้องทั้ง 2 ฝ่ายหันหน้าเจรจา


รอยเตอร์สระบุ ทหารใช้กระสุนยางและแก๊สน้ำตา พยายามสลายชุมนุมคนเสื้อแดง แต่ถูกยิงตอบโต้ด้วยอาวุธปืน ระเบิด กลายเป็นความรุนแรงทางการเมืองครั้งเลวร้ายที่สุดใน 18 ปีของไทย พร้อมแสดงความเสียใจช่างภาพรอยเตอร์สเสียชีวิตในเหตุการณ์ด้วย ขณะรัฐบาลสหรัฐฯ เรียกร้องทั้ง 2 ฝ่ายเจรจากันหาทางออกด้วยสันติวิธี

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานเมื่อเวลาประมาณเที่ยงคืน ถึงเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างทหารและคนเสื้อแดง เมื่อช่วงเย็นวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา ว่า ทำให้มีผู้เสียชีวิต 12 คน รวมทั้งช่างภาพของรอยเตอร์สด้วย ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่แน่นอนและไร้ทางออกของการเมืองไทย

รอยเตอร์สรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทหารได้ใช้กระสุนยางและแก๊สน้ำตาพยายามสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดง แต่ถูกคนเสื้อแดงยิงต่อสู้ด้วยอาวุธปืน ระเบิดมือและระเบิดเพลิง ทำให้เกิดการจลาจลและนำมาซึ่งการสูญเสียและความรุนแรงทางการเมืองครั้งเลวร้ายที่สุดของประเทศไทยในรอบ 18 ปี

ส่วนผู้บาดเจ็บมีทั้งหมด 521 คน เป็นทหารและตำรวจ 64 คน ที่ได้รับบาดเจ็บในการปะทะกันบริเวณใกล้สะพานผ่านฟ้า และถนนราชดำเนิน รวมถึงบริเวณใกล้ทำเนียบรัฐบาล และหน้าตึกองค์การสหประชาชาติ ส่วนผู้เสียชีวิตเป็นทหารจำนวน 3 นาย

ในจำนวนผู้เสียชีวิตนั้น มีนายฮิโร มูราโมโต ชาวญี่ปุ่น อายุ 43 ปี ที่ทำงานให้กับทอมสัน รอยเตอร์ส กรุงโตเกียวมากว่า 15 ปี และเดินทางมาถึงกรุงเทพฯ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเพื่อรายงานข่าวการประท้วงของคนเสื้อแดง ขณะที่รอยเตอร์สเปิดเผยเพิ่มเติมว่าปัจจุบันนายมูราโมโตมีภรรยาและบุตร 2 คน

นายเดวิด ชเลซิงเกอร์ บรรณาธิการบริหารของรอยเตอร์ส กล่าวว่า รู้สึกเศร้าใจเป็นอย่างยิ่งที่ต้องสูญเสียเพื่อนร่วมงานจากเหตุการณ์ประท้วง ในกรุงเทพฯ ครั้งนี้ สื่อมวลชนเป็นอาชีพที่เสี่ยงอันตรายเพื่อรายงานเรื่องราวต่างๆ สู่สายตาชาวโลก ทำให้ต้องเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์ ซึ่งพนักงานของรอยเตอร์สจะร่วมกันแสดงความไว้อาลัยต่อโศกนาฏกรรมครั้งนี้

มีรายงานว่า สำนักข่าวรอยเตอร์สได้สั่งให้ผู้สื่อข่าวและช่างภาพคนอื่นๆ ออกจากพื้นที่การชุมนุมบริเวณสะพานผ่านฟ้า และถนนราชดำเนินทันที หลังจากทราบข่าวว่านายมูราโมโตเสียชีวิต

ทางด้านรัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายมีความอดทนอดกลั้น โดยนายไมค์ แฮมเมอร์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวว่า เราเสียใจต่อความรุนแรงทางการเมืองที่ปะทุขึ้นในประเทศไทยซึ่งถือเป็นมิตรประเทศเก่าแก่ของเรา และขอเรียกร้องให้มีการเจรจาอย่างจริงใจของทั้งสองฝ่าย เพื่อหาทางออกของปัญหาด้วยสันติวิธี

รอยเตอร์สรายงานด้วยว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้แถลงทางโทรทัศน์แสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและ บาดเจ็บ พร้อมระบุว่า เจ้าหน้าที่ทหารได้รับคำสั่งให้ใช้กระสุนจริงได้เฉพาะกรณีการยิงขึ้นฟ้าและป้องกันตัวเองเท่านั้น

ส่วน พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ได้แถลงภายหลังจากเกิดเหตุรุนแรงขึ้นหลายชั่วโมงว่า กองทัพได้สั่งถอนทหารออกจากพื้นที่ชุมนุมแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้ความรุนแรงขยายตัวออกไป และบอกว่า ทหารถูกขว้างปาด้วยระเบิดเพลิงและระเบิดเอ็ม 79 ขณะที่ผู้ชุมนุมบางคนมีอาวุธปืนด้วย

ช่างภาพของรอยเตอร์สรายหนึ่งบอกว่า ถนนข้าวสารแหล่งท่องเที่ยวราคาประหยัดที่มีชื่อเสียงระดับโลกเป็นพื้นที่ หนึ่งที่มีการปะทะกัน หลังเหตุการณ์สงบลงพบว่า หน้าต่างร้านค้าถูกยิงกระจัดกระจาย รถยนต์ถูกทุบทำลายเสียหาย ผู้คนบาดเจ็บจำนวนมากนอนครวญครางอยู่ตามพื้นถนน ขณะที่ตำรวจบอกว่า ผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่งได้นำถังแก๊สหุงต้มมาจุดและกลิ้งใส่เจ้าหน้าที่ทหารด้วย

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์