สื่อนอก วิเคราะห์ ‘อภิสิทธิ์’ จะสั่งสลาย ‘กลุ่มเสื้อแดง’ หรือไม่


กลุ่มคน “เสื้อแดง” เมื่อวันพฤหัสบดี(8)ยังประกาศเคลื่อนไหวสร้างความปั่นป่วนต่อไป แม้เผชิญหความเสี่ยงสูงที่จะถูกปราบโดยกองกำลังในฝ่ายรักษาความสงบมั่นคง หลังจากที่มีการประกาศใช้พระราชกำหนดฉุกเฉินเมื่อหนึ่งวันก่อนหน้า

สำนักข่าวรอยเตอร์นำเสนอ “ภาพจำลองสถานการณ์” (scenarios) ที่อาจจะเกิดขึ้นได้รวม 5 รูปแบบ ซึ่งมีจุดที่น่าสนใจดังนี้

**การประท้วงลากยาวไปเรื่อยๆ – อภิสิทธิ์เสนอแนวทางประนีประนอม – เสื้อแดงยอมรับ**

การเดินหน้าประท้วงที่ดำเนินต่อเนื่องมาเรื่อยๆ นับจากที่ฝ่ายผู้ต่อต้านรัฐบาลสามารถระดมผู้คนเข้าร่วมได้ราว 150,000 รายเมื่อวันที่ 14 มีนาคม คือตัวสะท้อนชัดถึงความไม่พอใจของผู้คน แต่ก็ยังไม่สามารถบีบให้เกิดการยุบสภา เลือกตั้งใหม่ได้ ขณะที่ชนชั้นกลางในกรุงเทพฯ คลางแคลงในภาวะผู้นำของนายกฯ และกดดันให้ใช้วิธีรุนแรงในการจัดการปัญหา

ด้านอภิสิทธิ์เสนอกรอบเวลาเรื่องยุบสภาที่ประนีประนอมมากขึ้น ซึ่งแกนนำผู้ประท้วงอาจยอมรับเพราะเริ่มสาหัสกับการรักษากระบวนในการชุมนุม ต่อต้านให้ยืดยาวต่อไป

*ความเป็นไปได้:* มีแนวโน้มจะออกมาในรูปนี้มากที่สุด

*ผลกระทบต่อตลาด:* นักลงทุนต่างชาติเดินหน้าซื้อ แต่การลงทุนทางตรงจะแผ่ว เพราะหวั่นความเสี่ยงระยะยาว

**อภิสิทธิ์ยื่นข้อเสนอที่ดูดีขึ้น แต่เสื้อแดงปฏิเสธ**

ผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลสะท้อนให้เห็นความมุ่งมั่นที่มากขึ้น และมีการบริหารจัดการที่ดีขึ้นกว่าที่ฝ่ายต่างๆ เคยคาดกัน ผู้นำของกลุ่มเสื้อแดง ตลอดจนตัวทักษิณเอง ดูจะมีเสถียรภาพดีขึ้นในด้านเงินทุนสนับสนุน โดยอาจเป็นเพราะมีกระแสทุนไหลเข้าจากกลุ่มธุรกิจที่ยังหนุนพรรคเพื่อไทย เนื่องจากคาดว่าเพื่อไทยจะชนะการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในกาลข้างหน้า

กระแสการคุกคามที่จะเข้าจับกุมผู้ประท้วงยังไม่ปรากฏให้เห็น ฝ่ายเสื้อแดงเชื่อว่าพวกตนเป็นฝ่ายได้เปรียบ และปฏิเสธข้อเสนอของนายกฯ อภิสิทธิ์ พร้อมกับยืนยันจะให้จัดการเลือกตั้งใหม่โดยเร็ว กับเดินหน้าชุมนุมกดดันรัฐบาล

*ความเป็นไปได้:* มีโอกาสจะเป็นรูปการณ์นี้ได้มากเป็นอันดับสองฃ

*ผลกระทบต่อตลาด:* ถ้าการประท้วงลากยาวออกไป อัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ระยะยาวจะต่ำลง ตามการคาดการณ์ว่าผลการตัดสินใจของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่จะประชุมกันในวันที่ 21 เมษายน จะตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ ณ ระดับต่ำจัดๆ ที่เป็นอยู่ในขณะนี้ คือ 1.25% ธปท.บอกว่าอยากจะปรับให้อัตราดอกเบี้ยเข้าสู่ระดับปกติ แต่เรื่องนี้ย่อมขึ้นอยู่กับสภาพการณ์ทางการเมือง

ส่วนนักลงทุนในตลาดหุ้นนั้นรับรู้ปัจจัยการเมืองไปแล้ว ดังนั้น ถ้าการประท้วงรัฐบาลดำเนินไปอย่างสงบ ก็ไม่น่าที่จะส่งผลกระทบแรงๆ ต่อตลาดหุ้น

**กองกำลังของฝ่ายรักษาความมั่นคงบุกเข้าลุย ฝ่ายผู้ชุมนุมยอมสลายตัว**

อภิสิทธิ์ยอมคล้อยตามแรงกดดันจากสาธารณชนและฝ่ายกองทัพ เปิดไฟเขียวให้สลายการชุมนุม และส่งกองกำลังปราบจลาจลเข้าเคลียร์พื้นที่ ในเวลาเดียวกันก็เจรจากับผู้นำฝ่าย“เสื้อแดง” โดยอาจเสนอให้เจรจากันต่อ และให้กรอบเวลาที่ดีขึ้นในเรื่องการยุบสภา ด้านผู้นำฝ่าย “เสื้อแดง” เผชิญแรงกดดันหนักซึ่งอาจหมายถึงการสูญเสียชีวิตของผู้เข้าร่วมการชุมนุม ประท้วง จะตัดสินใจอ่อนข้อ และประกาศสลายการชุมนุม

*ความเป็นไปได้:* มีโอกาสจะเป็นรูปการณ์นี้ได้เช่นกัน และเป็นแนวทางยุติที่ไม่เสียหน้า

*ผลกระทบต่อตลาด:* รูปการณ์นี้จะได้เสียงตอบรับดีจากตลาด

**พรรคร่วมฯถอนตัว – รัฐบาลล้ม**

การประท้วงต่อต้านร้อนแรง ความตึงเครียดทวีตัวรุนแรง อภิสิทธิ์ยังลังเลที่จะใช้ความเด็ดขาดเข้ายุติเหตุการณ์ ความน่าเชื่อถือในด้านการนำของอภิสิทธิ์เสียหาย ขณะที่ความสัมพันธ์กับฝ่ายทหารและพรรคร่วมรัฐบาลก็ย่ำแย่ด้วย ผู้นำของพรรคร่วมอาจหันเหไปเข้ากับทักษิณเพื่อดูว่าพวกตนจะได้อะไรดีๆ หากแปรพักตร์จากประชาธิปัตย์

*ความเป็นไปได้:* ไม่น่าจะเป็นไปตามรูปการณ์นี้ เพราะพรรคร่วมได้ประโยชน์จากสถานภาพในคณะรัฐมนตรีในปัจจุบันแล้ว และพรรคเพื่อไทยก็ไม่มีตัวเลือกเด่นๆ ที่จะขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี

*ผลกระทบต่อตลาด:* รูปการณ์นี้ติดลบต่อตลาด รัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทยจะถูกเล่นงานจากฝ่ายทหาร ชนชั้นนำในเมือง และฝ่ายนิยมเจ้า ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดการแทรกแซงโดยวิธีการนอกรัฐธรรมนูญ

**ความรุนแรงปะทุตัว – อภิสิทธิ์จัดเลือกตั้งก่อนกำหนด**

การประท้วงต่อต้านที่เข้มข้นอย่างร้อนแรงในระยะที่ผ่านมา ผสมกับการก่อกวนด้วยระเบิดลึกลับอย่างน้อย 30 ลูก พาให้คนกรุงเทพฯเหลืออด และนำไปสู่การเผชิญหน้า (ระหว่าง “เสื้อแดง”, กลุ่มผู้ชุมนุประท้วงต่อต้านเสื้อแดง, หรือมีพวกปลุกปั่นยุยง) อาจทำให้เกิดการเดินเกมผิดพลาดในส่วนของกองกำลังฝ่ายรักษาความมั่นคงซึ่ง ถูกกระตุ้นโดยกลุ่ม “เสื้อแดง” ที่นับวันแต่จะเชื่อมั่นในพลังของตนเองมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นหมายถึงการเข้าสลายการชุมนุม แต่ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลขัดขืน สภาพโกลาหลและคนเจ็บคนล้มตายที่จะเกิดตามมา จะทำลายความชอบธรรมของอภิสิทธิ์ และบีบให้เขายุบสภา

*ความเป็นไปได้:* ไม่น่าจะมีโอกาสเกิดขึ้น เพราะรัฐบาลบริหารจัดการกับฝ่ายประท้วงอย่างระมัดระวังตลอดเวลา กระนั้นก็ตาม ไม่ใช่ว่าจะไม่มีความเป็นไปได้เสียเลย

*ผลกระทบต่อตลาด:* นักลงทุนอพยพออกแน่ เพราะหวั่นการขาดเสถียรภาพ หรือการที่ฝ่ายทหารเข้ายึดอำนาจ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์