ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เชลซีบุกขย้ำผี 2-1 แซงขึ้นฝูง


"โคล" ฉลองประตูเบิกร่องให้สิงห์บลูส์

“สิงห์บลูส์” เชลซี ปล่อยทีเด็ดบุกขย้ำ “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-1 พร้อมทำคะแนนแซงหน้าขึ้นไปนั่งจ่าฝูงศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้สำเร็จ

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ บิ๊กแมตช์

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-2 เชลซี

เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ไม่สามารถส่ง เวย์น รูนีย์ ลงสนามเนื่องจากเจ็บข้อเท้า ทำให้ “ผีแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด วางทาง ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ เป็นหน้าตัวเป้า แดนกลางอัดไว้ 5 คน มีสองตัวเก๋าอย่าง พอล สโคลส์ กับ ไรอัน กิกส์ คอยค้ำ ส่วนแผงหลังแน่นเต็มสูบ ด้าน คาร์โล อันเชล็อตติ ปรับทัพ “สิงห์บลูส์” เชลซี ในเกมเยือนโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เนื่องจาก ดิดิเยร์ ดร็อกบา หัวหอกตัวเก่งไม่ฟิตเป็นตัวจริง จึงต้องเติม โจ โคล ประสานเกมรุกร่วมกับ ฟลอรองต์ มาลูดา คอยปั้นเกมให้ นิโกลาส์ อเนลกา ลุ้นสกอร์

เริ่มเกมการแข่งขัน เชลซี ไม่รอช้าเป็นฝ่ายเดินเกมใส่เจ้าถิ่นทันทีและก็ได้ลุ้นแต่หัววันเมื่อ เปาโล แฟร์ไรรา เปิดจากกราบขวาไปเสาแรก นิโกลาส์ อเนลกา เตรียมขวิดแต่ ริโอ เฟอร์ดินานด์ โหม่งเคลียร์ทิ้งได้หวุดหวิด แมนฯ ยูไนเต็ด โต้กลับมาเช่นกัน อันโตนิโอ วาเลนเซีย สลัดการประกบของ ยูริ เชียร์คอฟ เปิดให้ ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ โขกหลุดกรอบไป 15 นาทีผ่านไปเจ้าถิ่นสวนขึ้นมา ปาทริซ เอฟรา หลุดเข้ามายิงด้วยซ้ายมุมแคบ ปีเตอร์ เช็ก ดักทางเอาไว้แล้ว

ถึงนาทีที่ 20 กลายเป็น “สิงห์บลูส์” ตะปบนำ 1-0 ฟลอรองต์ มาลูดา ลากตะลุยหนี ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ เข้ากรอบโทษด้านซ้ายเกือบถึงเส้นหลังก่อนตบเข้าไปเสาแรกให้ โจ โคล ไขว้ยิงได้ก่อน เอฟรา เข้าสกัดบอลผ่านตัว เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ เข้าไป พอโดนไปก่อน “ผีแดง” เดินหน้าลุยใส่ทันทีหกนาทีถัดมาแฟนๆ ร้องจะเอาลูกจุดโทษเมื่อเห็น ปาร์ค จี ซอง ลุยเข้ากรอบโทษแต่โดน เชียร์คอฟ ใช้ขาขัดล้มลงไป ทว่าผู้ตัดสิน ไมค์ ดีน ไม่ได้เป่านกหวีดให้แต่อย่างใด

ครึ่งชั่วโมงผ่านไป ทีมเยือนสวนกลับขึ้นมาน่ากลัว อเนลกา หลุดเข้าไปกำลังจะง้างยิงแต่โดน แกรี เนวิลล์ โถมเข้ามาแท็คเกิลร่วงลงไป เชิ้ตดำก็ไม่ได้ให้จุดโทษเช่นกัน เกมของ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังดูเนือยๆ เนื่องจาก เชลซี ลงไปขึงเกมรับในแดนตัวเองอย่างแน่นหนา ท้ายครึ่งแรก ปาร์ค จ่ายให้ เบอร์บาตอฟ หลุดเข้ากรอบโทษกำลังจะยิงแต่ แฟรงค์ แลมพาร์ด ปรี่เข้ามาสกัดแบบถึงลูกถึงคน จบ 45 นาทีแรก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน มีการบ้านให้แก้ไขกันพอสมควร

ลงมาลุยต่อครึ่งหลัง “สิงห์บลูส์” ฉวยโอกาสเกือบทิ้งห่าง โคล จ่ายตัดให้ แฟร์ไรรา ลากหนี เอฟรา หลุดเข้ากรอบโทษกึ่งยิงกึ่งผ่านบอลผ่านมือ ฟาน เดอร์ ซาร์ แต่ก็หลุดเสาสองไปโดยที่ อเนลกา ก็เข้าไม่ถึงเช่นกัน จากนั้นเป็น แมนฯ ยูไนเต็ด เดินเครื่องรุกเร้าเป็นการใหญ่มาได้ฟรีคิกระยะหวังผลในนาทีที่ 56 แต่ ไรอัน กิกส์ ตัดสินใจเล่นเร็วตักให้ เบอร์บาตอฟ แต่ดาวยิงบัลแกเรียนก็เล่นไม่ถนัด เสียโอกาสไป

หนึ่งชั่วโมงพอดีการประสานงานระหว่าง กิกส์ กับ เบอร์บาตอฟ เกือบเป็นผล เมื่อมิดฟิลด์จอมเก๋าชาวเวลส์โยนให้ เบิร์บ โขกบอลหลุดเสาไปนิดเดียวเท่านั้น เข้าสู่ช่วง 20 นาทีสุดท้าย คาร์โล อันเชล็อตติ แก้เกมให้ทีมเยือนใส่ ดิดิเยร์ ดร็อกบา ลงมาล่าตาข่ายแทน อเนลกา ให้หลังไม่นาน “ผีแดง” ส่งเอา เฟรเดริโก มาเคดา ลงมาเสริมประสิทธิภาพเกมรุกเช่นเดียวกับ หลุยส์ นานี และก็ถอด ปาร์ค กับ พอล สโคลส์ ออกมา

แต่ถึงนาทีที่ 79 เป็นทาง “สิงห์บลูส์” ตะปบหนีห่างเป็น 2-0 เมื่อ ซาโลมอน คาลู ที่ลงมาเป็นสำรองแทน โคล จ่ายทะลุให้ ดร็อกบา ซึ่งเหมือนจะอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าหลุดเข้าไปกระหน่ำยิง ฟาน เดอร์ ซาร์ เอาไม่อยู่ แต่สองนาทีถัดมาเจ้าบ้านตีไข่แตกทันควันไล่มา 1-2 นานี กระชากขึ้นมาทางซ้ายผ่านเข้ากลาง ปีเตอร์ เช็ก ปัดมาโดนแขน มาเคดา เข้าประตู ซึ่งผู้ตัดสินก็ไม่ได้เป่าเช่นกัน ช่วงที่เหลือ “ผีแดง” พยายามฮึดแต่ทีมเยือนอุดไว้ได้ ครบ 90 นาที เชลซี บุกมาคว้าชัยเก็บเพิ่มเป็น 74 คะแนน แซงขึ้นนั่งจ่าฝูง ขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด หล่นมาอยู่ที่ 2 ตามอยู่สองแต้ม ขณะที่โปรแกรมโค้งสุดท้ายเหลืออีก 5 นัด

รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม
แมนฯ ยูไนเต็ด : เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ , แกรี เนวิลล์ , เนมันยา วิดิช , ริโอ เฟอร์ดินานด์ , ปาทริซ เอฟรา , อันโตนิโอ วาเลนเซีย , ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ , พอล สโคลส์ , ไรอัน กิกส์ , ปาร์ค จี ซอง , ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ

เชลซี : ปีเตอร์ เช็ก , เปาโล แฟร์ไรรา , อเล็กซ์ , จอห์น เทอร์รี , ยูริ เชียร์คอฟ , จอห์น โอบี มิเกล , โจ โคล , เดโก ซูซา , แฟรงค์ แลมพาร์ด , ฟลอรองต์ มาลูดา , นิโกลาส์ อเนลกา

ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำคืนวันเสาร์

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-2 เชลซี
[0-1 : โจ โคล (น.20) , 0-2 : ดิดิเยร์ ดร็อกบา (น.79) , 1-2 : เฟรเดริโก มาเคดา (น.81)]

อาร์เซนอล 1-0 วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส
[1-0 : นิคลาส เบนด์ทเนอร์ (น.90)]

โบลตัน วันเดอเรอร์ส 0-1 แอสตัน วิลลา
[0-1 : แอชลีย์ ยัง (น.11)]

ปอร์ทสมัธ 0-0 แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส

สโต๊ก ซิตี 2-0 ฮัลล์ ซิตี
[1-0 : ริคาร์โด ฟูลเลอร์ (น.6) , 2-0 : เลียม ลอว์เรนซ์ (น.90)]

ซันเดอร์แลนด์ 3-1 ท็อตแนม ฮอตสเปอร์
[1-0 : ดาร์เรน เบนท์ (น.1) , 2-0 : ดาร์เรน เบนท์ (จุดโทษ น.29) , 2-1 : ปีเตอร์ เคราช์ (น.72) , 3-1 : เบาเดอไวน์ เซนเดน (น.86)]

เบิร์นลีย์ 1-6 แมนเชสเตอร์ ซิตี
[0-1 : เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ (น.4) , 0-2 : เคร็ก เบลลามี (น.5) , 0-3 : คาร์ลอส เตเบซ (น.7) , 0-4 : ปาทริค วิเอรา (น.20) , 0-5 : เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ (น.45) , 0-6 : แว็งซองต์ กอมปานี (น.57) , 1-6 : สตีเวน เฟล็ทเชอร์ (น.71)]

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

Advertisements