“ดำ-แดง”ถึงวันที่ต้อง”แทงขาด” โดย เปลว สีเงิน


วันนี้ก็ ๒๕ มีนาแล้ว ยังเหลืออีก ๒ วันจะถึงวันเสาร์ ๒๗ มีนา คือวันที่ “เสื้อแดงทักษิณ” กำหนดเคลื่อนย้ายค่ายกลทัพกระทืบกรุงครั้งที่ ๒ ตามเคล็ดลับที่ผู้ขมังเวทกำหนดฤกษ์ผ่านเกลอวีระ มุสิกพงศ์ ผมก็อยากจะบอกว่า เมื่อต้องการแตกหักแทนการเจรจา “ภายใน ๓ วันนี้” จาก ๒๕-๒๗ มี.ค. กองทัพเสื้อแดงจะทำตามทักษิณสั่งด้วยวิธีไหน จะเผา-จะวินาศกรรม-จะจลาจล ก็รีบทำไปเลย ทำให้ชนะนะ แต่ถ้าไม่ชนะ…..

หลังวันที่ ๒๗ ไป แล้วจะได้รู้ว่า “ฟ้าปิด-นรกเปิด” นั้น มันคืออะไร?!

บางท่านสงสัยว่าทำไมแนวทางเจรจาระหว่างนายกฯ อภิสิทธิ์กับ ๓ เกลอแดงจึงไม่เป็นรูป-เป็นร่างสักที ทั้งที่ก่อนหน้านี้ แกนนำ ๓ เกลอเองออกแถลงการณ์ ๕ ข้อ ยึดแนวทางสันติวิธี ยินดีนั่งโต๊ะเจรจาในหัวข้อ “ยุบสภาฯ” กับนายกฯ

แล้วถึงตอนนี้ ทำเหมือนลืมแล้วว่าแถลงการณ์เป็นเจตนาไปว่าอย่างไร กลายเป็นควายคึกแดด โก่งเขาตั้งท่า “ขวิดดีกว่า” แทนการนั่งโต๊ะเจรจา?

คำตอบมีว่า “แม้วไม่ชอบ” แนวทางเจรจา ชอบแนวทางใช้กำลังสร้างจลาจลมากกว่า เพราะมีแต่แนวทางนี้เท่านั้นที่ “สั้น-ง่าย-ไม่ซับซ้อน” สำหรับเขา ที่จะใช้เป็นเงื่อนไขกลับเข้ามาเมืองไทย โดยไม่ต้องอยู่ใต้กฎหมาย และใต้อำนาจ-ใต้สถาบันใดๆ อีก

ดูชัดว่า แนวทางนี้ได้รับการสนองตอบจากสมุนซีกการเมืองในระบบ และซีกการเมืองมวลชนรับจ๊อบมากกว่าแกนนำ ๓ เกลอที่ต้องการ “พักยก” ด้วยการตกลงเดินตามกรอบเจรจา

ทำไมทักษิณต้อง “เร่งมือ” แตกหัก เพราะทนคิดถึงบ้านไม่ไหว อยากกลับเมืองไทยไวๆ หรือ?

คำตอบก็คือ ตรงนั้นก็ด้วย แต่ที่สำคัญเพราะ ณ ขณะนี้ “ที่ให้อยู่-ให้ยืน” ในโลกใบนี้ เหลือพื้นที่เท่าใบพุทราเข้ามาทุกขณะแล้ว

และอย่าเอ็ดไป เจ็บคอน่ะเรื่องจิ๊บจ๊อย แต่เรื่องใหญ่ที่ต้องทุรน-ทุรายอยากได้ที่อยู่ถาวรก็คือว่า….ถึงเวลาที่ ต้อง “ให้ยา” และการพยาบาลรักษาจากแพทย์เฉพาะทาง (อีกครั้ง) แล้ว!?

อภิสิทธิ์อยู่-ทักษิณไป

หรือ….

ทักษิณไป-อภิสิทธิ์อยู่?

เหมือนเหรียญที่ปั่นหัว-ก้อยไปหมุนติ้ว ขณะนี้หมุนริ้วๆๆๆๆๆ ใกล้จะล้มแล้ว จะล้มแบบออกหัวหรือออกก้อย แหม…น่าตื่นตา-ตื่นใจ เพราะพลิ้วไปข้างก้อยที แล้วตีกลับมาข้างหัวที ถึงหมุนช้าแต่ยังมีแรงส่งให้พลิกข้างไป-พลิกข้างมา แต่อยากตะโกนข้ามฟ้าไปบอกทักษิณว่า

ช่วงนี้ ตาดูดาวได้ แต่พยายามอย่าให้ “ตีน” พ้นดิน!

ไม่จำเป็น อย่าไปไหน-มาไหนโดยใช้ “อากาศ” เป็นถนนหนทางเด็ดขาด “เจ็บคอ” อยู่กับที่น่ะดีแล้ว แต่อย่าให้เจ็บ ข.จนหน้าเขียวก็แล้วกัน เพราะช่วงนี้ผมจับยามสามตาแล้วเสียวพอกับช่วงเดือนกรกฎายังไงพิกล?

บางท่านอาจสงสัย “ผมรู้ได้ไงว่าไม่ต้องการให้เจรจา เป็นพยาธิอยู่ในลำไส้ทักษิณงั้นรึ?”

ฮ่ะ..ฮ่ะ..ไม่ต้องเป็นพยาธิของพระยามูลแม้วก็รู้ เพราะดูและฟังจากน้ำเสียงที่วิดีโอลิงค์มาบ้าง อ่านจากที่เขียน-ตอบตามเว็บไซต์รายวันบ้าง ทักษิณสะใจ และพอใจ จะได้เห็นคนเสื้อแสดงขยี้เมืองไทยให้แหลก “เมื่อกูอยู่ไม่ได้ หน้าไหนก็หวังว่าจะอยู่กันได้” จำข้อความนี้ได้มั้ยว่า…ใครเป็นคนพูด?

นอกจากที่พูด-ที่ทวิตเตอร์แล้ว ความเคลื่อนไหวระลอก ๒ ระลอก ๓ ของทัพหนุน ต่อจากเมื่อวันเสาร์? ๒๐ มี.ค.เป็นต้นมา ก็ชัดเจนว่า ทักษิณมั่นใจ “ม็อบจุดติดแล้ว” จึงสั่งเปลี่ยนหน้า-เปลี่ยนแผน “จากสงครามยั่วยุ” ไปเป็นสงครามก่อกวน ป่วน-เพื่อจลาจล ในช่วงที่ “ดาวทหาร” ยังไม่พ้นสภาพกระดองนิ่ม

และหลังจากที่ ๓ เกลอ ออกแถลงการณ์ “ต้องการเจรจา” ปรากฏว่า….แม้วโกรธ!

ทำ “เจ็บคอ” ส่งสัญญาณถึง ๓ เกลอ “กูไม่ปลื้ม” แนวทางนี้ แถมสั่งแดงระดับนิ้วโป้งเท้าขวาในพรรคเรียงหน้าขึ้นเวที “ด่าเปรม” ชนิดสุดเสียงสังข์ โหมกระแสให้บรรดาเสื้อแดงคุคลั่ง และก็หวังให้รัฐบาล-ทหาร-ตำรวจ “ตบะแตก” ใช้กำลัง “พังม็อบ” ก่อน

ดูบางข้อความที่ทักษิณทวิตเตอร์เข้ามาล่าสุดบ้างก็ได้……

“เพราะฉะนั้น การเจรจาหรือไม่เจรจา ไม่ใช่เรื่องของผม เป็นเรื่องของสามเกลอและคนเสื้อแดงเขา……”

“มีคนพูดว่าทำไมไม่เจรจา ต้องเรียนว่า เป็นเรื่องของคนเสื้อแดงที่เห็นความไม่ชอบธรรมในการเข้าสู่อำนาจของรัฐบาล แล้วก็ยังแย่ได้อีก เขาจึงขอให้ยุบสภา”

เห็นมั้ย…เมื่อไพร่สถุลทักษิณบอกว่า “การเจรจาไม่ใช่เรื่องของผม” มันก็โต้งๆ ตรงตัวว่า ทักษิณไม่ต้องการให้ ๓ เกลอเจรจายุบสภาฯ กับนายกฯ อภิสิทธิ์ เพราะถ้าเจรจาตกลงกัน ที่โหมทั้งกำลังเงิน โหมทั้งกำลังคนทำ “สงครามครั้งสุดท้าย” ก็ กอนวิธเดอะด๊อก นอนฉี่ไม่ออกตายแหงแก๋อยู่ในต่างแดนเท่านั้นเอง

และถ้าเจรจาแล้ว แน่นอนว่าประเด็น “ยุบสภาฯ” อภิสิทธิ์ โอเค.แน่ แต่จะตกลงกันไม่ได้ในเงื่อนไขเวลา นั่นก็หมายความว่า เมื่อข่าวแพร่ออกมา เสื้อแดงจะเป็นฝ่ายเสียรังวัดทางมวลชน “รัฐบาลยอมแล้ว แต่เสื้อแดงเล่นแง่” และการปลุกกระแสต่อจากนั้นก็จะต้องเหนื่อยไปกับการสรรประเด็นใหม่มาปลิ้นปล้อนให้ชาวบ้านคล้อยตามอีก

เพราะเนื้อแท้สู่เป้าหมายจริงๆ ของทักษิณ ด่านแรก-ล้มรัฐบาล ด่านที่สอง-ควบคุมระบบ ด่านที่สาม-ล้มเปรม ด่านที่สี่-ควบคุมสถาบัน และด้านที่ห้า-สถาปนาอำนาจใหม่!

ชีวิตทักษิณวันนี้ มีแต่ “เสมอตัว” กับ “ตาย”

เมื่อเป็นเช่นนี้ ทักษิณคงคิดแล้วว่า “หักด่าน” วางเดิมพันกันไปเลยดีกว่า ในเมื่ออยู่เฉยๆ มีแต่ตายกับเสมอตัว ฉะนั้น มิสู้ “ซื้อไพ่” ใบสุดท้าย ถ้าไพ่ติด “เหนือเสมอ-เหนือตาย”

ยังจะใหญ่ “เหนือประเทศไทย” แต่ผู้เดียว!

ฉะนั้น ผมจึงบอกว่า ๒๕-๒๖-๒๗ มีนานี้ ทาสทักษิณทั้งในระบบสภาฯ และนอกระบบสภาฯ ทั้งหลาย “เอาให้ชนะนะ” คว่ำกรุงเทพฯ แล้วย่ำประเทศไทยให้อยู่ใต้บาทาให้สำเร็จ

ถ้าไม่สำเร็จ….นับจากวันที่ ๒๗ ไป จะถูกยำหรือจะถูกย่ำ ถ้าพูดตามหลักวิทยาศาสตร์ ก็ต้องดูตามหลักของ “อาร์คิมีดีส” แต่ถ้าดูตามหลักของธรรมชาติ หรือหลักพุทธ ก็ต้องดูตามหลักกรรม ทำขนาดไหน ก็จะได้ตอบขนาดนั้น!

มีหลายคน “ระเบิดอารมณ์” ถึงรัฐบาล ความจริงผมก็ไม่น่าเดือดร้อน แต่อีทีนี้ เขาดันระเบิดใส่หน้า-ใส่หูผมนี่ซี จึงค่อนข้างจะเดือดร้อน คือเขาระเบิดว่า

“อภิสิทธิ์ใจเย็นเกินไป ปล่อยให้ม็อบเสื้อแดงจ้วงจาบหยาบช้า ใส่ร้ายป้ายสีบุคคลและสถาบัน เลวร้ายถึงขั้นแยกชนชั้น หวังแตกประชาชน ล้างระบบ-เปลี่ยนระบอบ ทั้งการปกครอง และการบริหารของประเทศไทย”

ผมไม่ใช่อภิสิทธิ์ แต่เกมนี้ “ผมอยู่ข้างอภิสิทธิ์” ก็แก้ตัวแทนไปว่า “คนพูด” ไม่ต้องรับผิดชอบ “แต่คนสั่ง คือคนทำ ‘ต้องรับผิดชอบ’ ฉะนั้น ในเกมที่รู้กลศึก จะคึกด้วยโมหะพาตัวเข้าลึกในค่ายกลไปเพื่ออะไร?”

คนที่ “ไม่กล้า” ตัดสินใจ “ทำอะไร” นั่นแบบหนึ่ง

คนที่ “กล้า” ตัดสินใจ “ไม่ทำอะไร” นั่นอีกแบบหนึ่ง

ทั้ง ๒ แบบนี้ หนีไม่พ้นถูกประณามว่า “ขี้ขลาด” บ้าง ถ้าเบาหน่อยก็อาจเจอคำว่า “แหย” บ้าง แต่ผมอยากให้ความเห็นว่า อาการขี้ขลาด คืออาการของคนที่ “ไร้สติ” ส่วนอาการ “ใจเย็น” เป็นอาการของคนยังมีสติ

ส่วน “ใจเย็น” ด้วยเงื่อนไขอะไร เราชี้ขาดไม่ได้ เพราะเราไม่ได้อยู่บนฐานความรับผิดชอบ ที่ต้องตัดสินใจบนข้อมูล บนสถานการณ์ บนเงื่อนไข และบนองค์ประกอบอีกหลายๆ ด้าน

คำว่า “ช้าเป็นการ นานเป็นคุณ” ผมก็ว่า…ใช่ และคำว่า “ช้าเสียการ นานเป็นโทษ” นั่นก็…ใช่อีก!

แต่มันจะใช่ หรือไม่ใช่แบบไหน อย่างไร มันย่อมขึ้นอยู่กับ เงื่อนไข-ข้อมูล-องค์ประกอบ “คงที่” และเงื่อนไข ข้อมูล องค์ประกอบคงที่นั้น สุดท้ายแล้ว การณ์จะเป็นไป “เหตุปัจจัยผันแปร” เป็นตัวกรองสุดท้ายของการตัดสินใจ “ด้วยสติ” อีกที

ณ วันนี้ ผมว่า “เย็นไว้” รักษาสภาพนิ่ม แต่ไม่เหลว ให้คงรูปไว้ การปั้นวัว-ปั้นควาย เมื่อถึงคราวดีมานด์มา เราก็พร้อมซัพพลาย อย่างนั้นแหละจะสามารถนำประเทศไทย

ก้าวผ่านจุดวิบากในรอบ ๓๐ ปี!

ในความไม่รู้ของทุกคนว่า “เกิดมาทำไม?” แต่เราทุกคนรู้ใช่ไหมว่า “เกิดมาแล้ว มีหน้าที่ต้องทำ” ท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ครับ…นี่ไง..หน้าที่ท่าน เครียดได้ กังวลได้ แต่ใจอย่าเสียศูนย์ ผมขอบอกว่า ประชาชนส่วนใหญ่ “เทใจ” ให้กับท่านครับ.

ที่มา ไทยโพสต์