คนกรุงฮือต้านแดง 1,800 ชุมชน ลั่นอย่าล้ำเส้น


ส.ส. ปชป. เซ็งรัฐบาลปล่อยม็อบป่วนยืดเยื้อ หวั่นชาวบ้านคล้อยตามเสนอแก้ลำปลุกพลังเงียบตอบโต้ ขณะที่ตัวแทนคนกรุง 1,800 ชุมชน สุดทนนัดรวมตัวแถลงข่าวปกป้องสิทธิ์ 25 มี.ค.นี้

เมื่อวันที่ 24 มีนาคม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลัง ส.ส.กรุงเทพมหานคร เข้าพบว่า ส.ส.กทม.มาสะท้อนความเดือดร้อนของประชาชน มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกันในฐานะ ส.ส.เพื่อสะท้อนความคิดเห็นสื่อสารไปสู่กลุ่มผู้ชุมนุม ในฐานะรัฐบาลก็ดูแลความเรียบร้อย ซึ่งต้องไม่เป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย

นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาว่า ขณะนี้เราจะฟันฝ่าปัญหาไปได้ต้องอาศัยความอดทนจากหลายๆ ฝ่าย วันนี้ ส.ส.กทม.มาสะท้อนปัญหาให้ฟังก็เห็นใจ โดยเฉพาะประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่มีการชุมนุม ขณะเดียวกันได้ให้ข้อคิดไปว่า การที่เราระบุว่าให้ใช้ความเด็ดขาด แต่ขณะเดียวกันหากใช้ความเด็ดขาดแล้วทำให้เกิดความสูญเสีย สังคมก็ไม่ยอมรับ เพราะมีความหวงแหนเรื่องสิทธิ ร่างกายเป็นพิเศษ หากล้มตายบาดเจ็บเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก

“เพราะฉะนั้นรัฐบาลต้องอยู่บนความพอดี การทำงานของฝ่ายบริหารรัฐบาลต้องดำเนินต่อไป พื้นที่ก็จะใช้การเจรจาเรื่อยๆ ตรงไหนที่จะคืนพื้นที่ได้ รัฐบาลจะเจรจา” นายอภิสิทธิ์กล่าว

ที่รัฐสภา ภายหลังการปิดประชุมสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พร้อมนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ได้เรียก ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์มาหารือที่ห้องกรรมาธิการฯ โดยได้หยิบยกกรณีที่กลุ่ม นปช.เตรียมเคลื่อนไหวใหญ่อีกครั้ง ในวันที่ 27 มี.ค.นี้ โดยที่ประชุมได้แสดงความเป็นห่วงความรู้สึกของประชาชน เพราะขณะนี้มีประชาชนจำนวนมากเริ่มหันไปดูสถานีโทรทัศน์ช่องพีเพิลแชนแนล ดังนั้นเกรงว่าประชาชนจะมีความรู้สึกคล้อยตาม และอาจจะถูกชักจูงไปในทางที่ไม่ถูกต้องได้ ขณะที่ประชาชนรู้สึกเบื่อหน่ายรัฐบาล เพราะเห็นว่ารัฐบาลไม่ดำเนินการอะไรกับผู้ชุมนุม เหมือนกับปล่อยสถานการณ์ไปวันๆ ให้กลุ่ม นปช.อ่อนล้าไปเอง

รายงานข่าวแจ้งว่า ได้มี ส.ส.สอบถามว่าทำไมจึงไม่จับตัวนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำ นปช. ซึ่งนายสุเทพได้ชี้แจงว่า นายอริสมันต์ล่อให้จับหลายครั้ง เพราะไม่ได้อยู่ที่การชุมนุมตลอด แต่ถ้าเข้าไปจับตัวเชื่อว่ากลุ่ม นปช.จะนำประเด็นนี้ขึ้นมาโจมตีและปลุกเร้ากลุ่มคนเสื้อแดงให้ลุกฮือขึ้นมา และยังได้สอบถามว่า ทำไมจึงไม่ปิดสถานีโทรทัศน์พีเพิลแชนแนล ซึ่งนายอภิสิทธิ์ได้อธิบายว่า หากรัฐบาลสั่งปิดก็จะถูกโจมตีว่าเป็นการปิดกั้นเสรีภาพของสื่อ และจะถูกนำไปโจมตีให้มีการขยายผลตามมาได้ ดังนั้นจะต้องคำนึงถึงข้อกฎหมายด้วย เพราะหากปิดสถานีโทรทัศน์ในขณะนี้ อาจจะมีมือที่สามมาสร้างสถานการณ์ และหากทำอะไรในตอนนี้อาจจะเกิดชนวนให้เกิดเหตุรุนแรงได้

ที่ประชุมยังมีการเสนอแนวทางแก้ไข โดยให้ ส.ส.กทม.นำข้อมูลไปหักล้างในข้อกล่าวหาของกลุ่ม นปช.ที่ปราศรัยบนเวทีให้มากขึ้น ควรจะลงพื้นที่ไปทำความเข้าใจกับประชาชน เพราะเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ในสังคมต่างไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมครั้งนี้ อาจเป็นการแสดงออกของชาวบ้านหรือตัวแทนชุมชนเองผ่านแผ่นป้ายหรือข้อความ ต่างๆ อาทิ “หยุดม็อบเสียที เราอยากมีชีวิตปกติ” และกลับมาสะท้อนให้ประชาชนรับทราบว่า คนต่างจังหวัดก็ไม่เอากลุ่มผู้ชุมนุมเหมือนกัน ซึ่ งเป็นการแก้ลำที่ก่อนหน้านี้กลุ่มคนเสื้อแดงเคยปราศรัยโจมตีว่า คน กทม.ไม่เอารัฐบาล นอกจากนี้ยังเสนอว่า ให้ ส.ส.ไปขอความร่วมมือกับประชาชนให้ติดธงชาติที่หน้าบ้าน เพื่อเป็นการแสดงของกลุ่มพลังเงียบในสังคมไทย

ขณะเดียวกัน นายภุชงค์ กนิษฐชาต ผู้ประสานงานเครือข่ายพลเมืองชุมชนคนกรุงเทพฯ กล่าวว่า ในวันที่ 25 มี.ค. ทางเครือข่ายซึ่งเป็นตัวแทนคนกรุง 1,800 ชุมชนเมืองหลวง จะมีการแถลงข่าวเรื่อง ” ชุมชนเมืองหลวง ลุกขึ้นแสดงตน ปกป้องชุมชน ประกาศขัดแย้งการเมืองอย่าล้ำเส้นละเมิดสิทธิ” ในเวลา 09.30 น. ณ ชุมชนวัดประชาระบือธรรม ถนนพระราม 5 เขตดุสิต เพื่อแสดงจุดยืนทางการเมืองของคนกรุงเทพฯ เรื่องสิทธิในการชุมนุมว่าสามารถชุมนุมได้ แต่ต้องไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น

ทั้งนี้ ทางเครือข่ายจะมีการยื่นหนังสือให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และฟ้องศาลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงแกนนำ นปช. เพื่อหาทางพิจารณาร่วมกันว่าจะมีการใช้สิทธิในการแสดงออกทางการเมืองให้ สมดุลได้อย่างไร เพราะเราอยากลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิ์ของเราบ้าง ที่ผ่านมายอมรับว่าคนกรุงเทพฯ ต้องใช้ความอดทนมาระยะหนึ่งแล้ว การชุมนุมยืดเยื้อที่เกิดขึ้นมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของพวกเรามาก.

ที่มา ไทยโพสต์

Advertisements