ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ “ปาร์ก” โขกชัย! ผีหลอนหงส์ 2-1


แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-1 ลิเวอร์พูล
“ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับขึ้นมาเป็นจ่าฝูงของตารางพรีเมียร์ลีก อังกฤษ หลัง ปาร์ก จี ซอง มิดฟิลด์กิมจิโหม่งประตูชัยนาที 59 ช่วยทีมเปิดสนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด พลิกกลับมาเฉือนชนะ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล 2-1 ในเกมนัดแดงเดือด เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 มีนาคม

การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-1 ลิเวอร์พูล

แมนฯ ยูไนเต็ด ของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ต้องคว้าชัยชนะเพื่อกลับมายึดจ่าฝูงคืนจาก อาร์เซนอล โดยเกมนี้สภาพทีมค่อนข้างสมบูรณ์มี เนมายา วิดิช ยืนเซนเตอร์คู่กับ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ขณะที่ ดาร์เรน เฟลทเชอร์ และ ไมเคิล คาร์ริก ยืนคุมแดนกลาง ส่วนเกมรุกมี เวย์น รูนีย์ ยืนหน้าเป้า ทางฝั่ง ลิเวอร์พูล ของ ราฟาเอล เบนิเตซ สภาพทีมก็แน่นปึ้กไม่แพ้กัน แต่ไม่มี อัลแบร์โต อาควิลานี ที่เป็นเพียงตัวสำรองทำให้แดนกลางใช้ ฮาเวียร์ มาสเชราโน และ ลูคัส ยืนคู่กัน ส่วนเกมรุกใช้การประสานงานของ สตีเวน เจอร์ราร์ด และ เฟร์นานโด ตอร์เรส เหมือนเดิม

เปิดฉากครึ่งแรกไม่ถึง 5 นาที กลายเป็น ลิเวอร์พูล มาทำประตูออกนำก่อน 1-0 อย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ เจอร์ราร์ด ได้บอลหน้าเขตโทษ ก่อนแทงบอลทะลุช่องให้ เคาท์ หลุดเข้าไปถึงเส้นหลัง ก่อนหยอดบอลมาเข้าหัว ตอร์เรส ซึ่งไร้ตัวประกบโหม่งบอลผ่านมือ ฟาน เดอร์ ซาร์ เข้าไป

รูนีย์ พยายามยิงเป็นครั้งแรกของเกมในนาที 8 เมื่อปั๊มบอลมาได้จากกองหลังทีมเยือน แต่ลูกยิงบริเวณกรอบเขตโทษหลุดเสาออกไป แต่อีก 2 นาทีถัดมา “หงส์แดง” พลาดเสียจุดโทษเมื่อ มาสเชราโน ไปดึง วาเลนเซีย ล้มลงในเขตโทษ และ รูนีย์ รับหน้าที่สังหาร แม้จังหวะแรกถูก เรนา พุ่งปัดได้ แต่บอลยังมาเข้าทางดาวยิงทีมชาติอังกฤษตามมาซ้ำไม่เหลือให้สกอร์กลับมาเท่า กัน 1-1

เกมมาถึงนาที 23 เจ้าถิ่นมีโอกาสลุ้นประตูอีกครั้ง เมื่อ วาเลนเซีย โยกหลอก อินซัว จนหลุดไปถึงเส้นหลัง ก่อนเปิดบอลเข้ากลาง ปาร์ก ได้ขึ้นโหม่งคนเดียวหน้าประตู แต่หลุดเสาสองออกไป อีก 5 นาทีถัดมา นานี ได้กระชากบอลมายิงตรงหน้าเขตโทษ แต่บอลแฉลบกองหลังทีมเยือนหลุดเสาออกไปอีกได้เพียงลูกเตะมุม

ทั้งสองทีมทำเกมกันได้อย่างสูสีไม่มีโอกาสลุ้นทำประตูแบบชัดเจนนัก กระทั่งทดเวลาบาดเจ็บ แมนฯ ยูไนเต็ด มีลุ้นจากลูกฟรีคิกบริเวณหน้าประตู รูนีย์ รับอาสายิง แต่ถูก เรนา ป้องกันไว้ได้ สุดท้ายสกอร์ไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อจบ 45 นาทีแรก

เกมครึ่งหลัง เจ้าถิ่นมีโอกาสลุ้นก่อนในนาที 51 จากจังหวะที่ ปาร์ก โยกหลอกกองหลังทีมเยือนจนได้ยิงหน้าเขตโทษ แต่บอลตรงตัว เรนา รับเข้าซอง กระทั่งนาที 59 แมนฯ ยูไนเต็ด มาทำสกอร์พลิกนำ 2-1 ได้สำเร็จ เมื่อ เฟลทเชอร์ เปิดบอลจากริมเขตโทษด้านขวาให้ ปาร์ก โหม่งบอลตัดหน้า จอห์นสัน ผ่านมือ เรนา เข้าไป

ลิเวอร์พูล พยายามทำเกมบุกเพื่อทวงประตูคืนและมีการปรับเปลี่ยนตัวผู้เล่นลงสนามทั้ง อัลแบร์โต อาควิลานี ไรอัน บาเบล และ ยอสซี เบนายูน แต่จังหวะสุดท้ายยังทำได้ไม่ดีพอ เกมดำเนินมาจนเข้าสู่ช่วง 5 นาทีสุดท้าย “ผีแดง”เกือบขยับสกอร์หนีห่างอีก เมื่อ ปาร์ก จ่ายบอลไขว้หลังให้ รูนีย์ หลุดเข้าไปยิงหน้าเขตโทษ แต่หลุดเสาแรกออกไป

ขณะที่ “หงส์แดง” มีโอกาสตีเสมอครั้งสุดท้ายของเกมในนาที 87 เมื่อ เจอร์ราร์ด ได้บอลในเขตโทษ ก่อนผ่านบอลเข้ากลาง ตอร์เรส ซัดจังหวะแรกไม่ดีจนบอลลอยโด่ง เบนายูน พยายามโหม่งซ้ำแต่เบาเกินไปถูก ฟาน เดอร์ ซาร์ รับไว้ได้สบาย กระทั่งจบเกม 90 นาทีด้วยชัยชนะของ แมนฯ ยูไนเต็ด เก็บคะแนนเพิ่มเป็น 69 แต้มทิ้ง อาร์เซนอล 2 แต้ม กลับขึ้นมาเป็นจ่าฝูงอีกครั้ง ส่วน ลิเวอร์พูล มี 51 แต้มอยู่ที่ 5 ของตารางเหมือนเดิม

รายชื่อผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม
แมนฯ ยูไนเต็ด : เอ็ดวิ น ฟาน เดอร์ ซาร์, เนมานยา วิดิช, ริโอ เฟอร์ดินานด์, ปาทริซ เอฟรา, แกรี เนวิลล์, ดาร์เรน เฟลทเชอร์, ไมเคิล คาร์ริก, ปาร์ก จี ซอง, นานี, อันโตนิโอ วาเลนเซีย, เวย์น รูนีย์
ลิเวอร์พูล : เปเป เรนา, ดาเนียล แอกเกอร์, เจมี คาร์ราเกอร์, เอมิเลียโน อินซัว, เกล็น จอห์นสัน, ฮาเวียร์ มาสเชราโน, ลูคัส, แม็กซี โรดริเกซ, เดิร์ก เคาท์, เฟร์นานโด ตอร์เรส, สตีเวน เจอร์ราร์ด
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์