เริ่มวุ่นรับ ‘ตะวันแหว่ง’ ‘คราสโจโรฤกษ์’


ตะวันแหว่ง

การเมืองแรงถึงเลือด?

หากไม่มีการเปลี่ยนแปลง วันที่ 11 ม.ค. 2553 ก็จะเป็นวันแรกของปีนี้ที่มี “ม็อบ-การชุมนุมทางการเมือง” โดยเป็นการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง บริเวณเขายายเที่ยง อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ซึ่งวัตถุประสงค์กับจุดมุ่งหมาย มุ่งอยู่ที่ใคร ? เรื่องอะไร ? ยึดโยงไปถึงใคร ? ถึงรัฐบาลปัจจุบันอย่างไร ? ก็ดังที่ทราบ ๆ กัน…..

สถานการณ์ไม่ปกติทางการเมืองในปีนี้เริ่มขึ้นแล้ว

เป็นการเริ่มรับ “ตะวันแหว่ง” วันที่ 15 ม.ค.นี้ !!!

ทั้งนี้ บ่ายวันศุกร์ที่ 15 ม.ค.ที่จะถึงนี้ จะเกิด “สุริยุปราคา-สุริยคราส” แบบวงแหวน ซึ่งสำหรับในประเทศไทยจะมองเห็น เป็นบางส่วน โดยที่ภูเก็ตจะเริ่มเห็นเป็นที่แรก ตั้งแต่เวลาประมาณ 13.51 น. ขณะที่ภาคเหนือตอนบนจะเห็น “ดวงอาทิตย์แหว่ง” มากกว่าภาคอื่น และเป็นจุดสุดท้ายที่เงามัวของดวงจันทร์พาดผ่าน

ปี 2553 นี้จะเกิดอุปราคา 5 ครั้ง เป็นจันทรุปราคา-จันทรคราส 3 ครั้ง และเป็นสุริยุปราคา 2 ครั้ง แต่ในไทยเห็นได้แค่ครั้งเดียวคือในวันที่ 15 ม.ค. ซึ่งนอกจากในทางดาราศาสตร์แล้ว ในทางโหราศาสตร์-คำพยากรณ์ก็อย่างที่ “สกู๊ปหน้า 1 เดลินิวส์” ได้นำเสนอโดยสรุปในภาพรวมไปแล้วเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2552 โดยประเด็น หลักคือการเกิดอุปราคา หรือเกิด “คราส” แต่ละครั้งนั้น ในทางโหรเป็นเสมือน “สัญญาณบ่งบอกสิ่งไม่ดีที่จะเกิดขึ้น” โดยโหรบางท่านบอกไว้ว่าช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์ อาจเป็น “ช่วง 3 วัน, 5 วัน, 15 วัน ก่อน-หลังการเกิดคราส”

อย่างไรก็ตาม กับสุริยุปราคาวันที่ 15 ม.ค. หากจะว่ากันแบบละเอียด ทาง อ.ภิญโญ พงศ์เจริญ นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ ก็ได้ให้ข้อมูลไว้กับ “สกู๊ปหน้า 1 เดลินิวส์” เริ่มจากความหมายของ “ดวงอาทิตย์” ซึ่งในทางโหราศาสตร์ชะตาเมืองสำแดงถึงความเป็นใหญ่ การบังคับบัญชาชั้นสูง ผู้นำของประเทศ นายกรัฐมนตรี นักปกครอง นักบริหาร ข้าราชการปกครอง สมาชิกสภา ผู้ที่มีตำแหน่งที่ใช้อำนาจ ขณะที่ “ราหู” ถือเป็นพระเคราะห์

อ.ภิญโญบอกไว้ว่า… สุริยุปราคาย่อมให้ผลรุนแรงกว่าจันทรุปราคา ซึ่งคำทำนายสุริยุปราคาวันที่ 15 ม.ค. แบบเต็ม ๆ คือ… ครั้งนี้เกิดขึ้นในราศีมังกร ซึ่งเป็นราศีชั้นที่ 1 จรราศี ก่อให้เกิดผลขึ้นอย่างรวดเร็ว และก็ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน ยังความก่อกวนให้กับการต่างประเทศ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ และนำความยุ่งยากให้กับผู้นำ บุคคลสำคัญ นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐบาล ตลอดจนประชาชน พืชผล และ ในบางกรณีทำให้เกิดความผันแปรครั้งสำคัญทางการเมือง มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ?? และการค้ากระทบกระเทือน

สุริยุปราคาครั้งนี้เกิดในราศีมังกร ซึ่งราศีมังกรเป็นราศีธาตุดิน ดังนั้นจึงต้องระมัดระวังเรื่องดิน การพังทลายของดิน หรือระวังอาคารตึกรามบ้านช่องเกิดการพังทลาย เกิดการสูญเสียที่ดิน เรื่องดินแดนอาณาเขตมีปัญหา ขณะที่การค้า การเกษตรกรรม พืชผลทางการเกษตร ได้รับความเสียหาย มีปัญหาเรื่องที่ดินทำกินและน้ำอุปโภคบริโภค น้ำที่ใช้ในการเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตรมีปัญหาต้องแก้ไข โลกธุรกิจถูกก่อกวนกระทบกระเทือน

รัฐบาลมีคะแนนนิยมตกต่ำลงเพราะปัญหาด้านเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง และการคอร์รัปชั่น เกิดการฉกฉวยโอกาสเอารัดเอาเปรียบขึ้นทั่วไป ทำให้เกิดปัญหาระหว่างชนชั้นระหว่างนายทุนกับผู้ใช้แรงงานมากขึ้น มีการนัดหยุดงานปรากฏให้เห็นทั่วไป เกิดการว่างงานมากขึ้น ธุรกิจประสบกับปัญหา เช่น ขาดทุน งานบริการที่เคยโดดเด่นกลับทรุดลง ดินฟ้าอากาศแปรปรวน สุขภาพประชาชนและโครงการเกี่ยวกับสุขภาพของประชาชนถูกกระทบกระเทือนจน อำนวย ความอับโชคให้กับรัฐบาลกับผู้นำในระดับสูง นายกรัฐมนตรี รัฐบุรุษ

สุริยุปราคาครั้งนี้เกิดในอาณาเขตปฐมนวางศ์ 7 ปฐมตรียางศ์ 7 ทางโหราศาสตร์ชะตาบ้านเมืองชี้ว่า ดินฟ้าอากาศจะวิปริตแปรปรวน เกิดความยุ่งยากสับสนวุ่นวายในวงการรัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาล ระวังการสูญเสียบุคคลสำคัญ ระวังเกิดการลอบสังหาร การปลงชีวิตบุคคลสำคัญ การปฏิวัติรัฐประหารอาจมีให้เห็นอีก ?? สุริยุปราคาในราศีมังกรเป็นภพที่ 10 ทำมุมจตุโกณหลังลัคนาของดวงเมือง-ดวงโลก ภพที่ 10 หมายถึงผู้ปกครอง ผู้นำประเทศ บุคคลสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี คณะรัฐบาล ดังนั้น เมื่อเกิดอุปราคาในภพที่ 10 จะ มีอิทธิพลบังเกิดความอับโชคแก่รัฐบาล ผู้นำ มีการโจมตีใส่ร้ายป้ายสีบุคคลสำคัญ

รัฐบาลจะขาดความนิยม เกิดความไม่พอใจขึ้นทั่วไป มีเรื่องเสื่อมเสียชื่อเสียงเกียรติยศ เกิดความแตกแยกเป็นฝักเป็นฝ่าย ต่างความคิด เกิดความสูญเสีย-การตายจากความแตกแยก สูญเสีย บุคคลสำคัญ ?? การค้าและกิจการต่างประเทศกระทบกระเทือน อำนาจกฎหมาย การบังคับใช้และเจ้าหน้าที่หย่อนยาน

สุริยุปราคาครั้งนี้เกิดในอุตตราษาฒนักษัตรฤกษ์ที่ 21 ในอาณาเขต “โจโรฤกษ์” ดังนั้น สังคม-วงการเมืองจะมีการกระทำการช่วงชิงอำนาจและผลประโยชน์กัน “เสมือนโจร” เพราะโจโรแปลว่าโจร ผู้ปล้น ผู้ลักขโมย และมีพระอังคารเป็นพระเคราะห์ผู้รักษาฤกษ์ บาทฤกษ์คาบเกี่ยวกัน 2 ราศี ราศีต้น 1 บาท ราศีหลัง 3 บาท เป็นฤกษ์ที่ให้ความหมายในการใช้กำลังหรือใช้อำนาจเข้าทำการบังคับช่วงชิงกรรมสิทธิ์ของคนอื่นโดยพลการ

และนี่ก็เป็นคำทำนาย “ตะวันแหว่ง” ในวันที่ 15 ม.ค.

เรื่อง “การเมือง” แม่น-ไม่แม่น…ลองตรองกันดู ??.

ที่มา หนังสือพิมพ์ เดลินิวส์

Advertisements