คนไทยโหลดบิต”คลิปหลุด”ครึ่งปี 902,636 ครั้ง


ข้อมูลจากประมวลสถานการณ์และแนวโน้มภัยเทคโนโลยีปี 2553 ซึ่งศูนย์เฝ้าระวังภัยเทคโนโลยี (IT WATCH) มูลนิธิกระจกเงา รวบรวมไว้เกี่ยวกับภัยเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นตลอดปี 52 ที่ผ่านมาระบุว่า ตั้งแต่มกราคมถึงมิถุนายน 2552 ศูนย์ตรวจพบการแลกเปลี่ยนคลิปหลุดและแอบถ่ายกว่า 996 หัวข้อบนระบบ Bittorrent มีการโหลดเสร็จไปแล้ว 902,636 ครั้ง

“ตลอดปี 52 มีการนำเสนอข่าวเหตุการณ์ข่มขืนถ่ายคลิปอยู่มากมาย ต้นตอของการถ่ายคลิปเกิดขึ้นเมื่อมีการข่มขืน เพราะต้องการใช้คลิปเป็นตัวข่มขู่เหยื่อเฉกเช่นการถือไพ่ที่เหนือกว่า หลุดปากเมื่อไหร่ส่งประจานทันที” ตามเนื้อความประมวลสถานการณ์และแนวโน้มภัยเทคโนโลยีปี 2553 ของศูนย์เฝ้าระวังภัยเทคโนโลยี มูลนิธิกระจกเงา

ศูนย์ฯ ระบุว่าปี 52 กล้องแอบถ่ายมีพัฒนาการและมีการแพร่กระจายรวดเร็วแบบก้าวกระโดด ทั้งนี้เป็นเพราะขนาดที่เล็กลงและความแนบเนียนของกล้องแอบถ่ายประเภท Spy Camera เช่น กล้องปากกา กล้องรีโมท กล้องกล่องหมากฝรั่ง เป็นต้น ซึ่งมีการนำมาใช้แอบถ่ายทั้งในห้องน้ำ ในห้องพัก และสถานที่ส่วนตัว ไม่เพียงแต่ผู้หญิงเท่านั้นที่จะตกเป็นเหยื่อ แต่ผู้ชายก็โดนแอบถ่ายไปด้วย

ด้านการเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ต ลำพังการ Forward หรืออัปโหลดคลิปหลุดไว้ตามเว็บต่างๆ นั้นดูจะเป็นเรื่องธรรมดาเกินไปแล้ว ระบบ Bittorrent จึงเป็นช่องทางทันใจของการเผยแพร่คลิปหลุดในปีที่ผ่านมา จากการศึกษาวิจัยของศูนย์เฝ้าระวังภัยเทคโนโลยีพบว่ามีคลิปหลุด คลิปแอบถ่าย อยู่ในระบบนี้มากมาย ตั้งแต่มกราคมถึงมิถุนายน 2552 พบการแลกเปลี่ยนคลิปหลุดและแอบถ่ายกว่า 996 หัวข้อ และโหลดเสร็จไปแล้ว 902,636 ครั้ง

นอกจากภัยคลิปหลุด ภัยเด็กติดเกมก็เป็นปัญหาที่น่ากลุ้มใจของสังคมไทย ศูนย์เฝ้าระวังภัยเทคโนโลยีระบุว่าได้รับแจ้งเด็กหายเนื่องจากติดเกมทั้งสิ้น 8 รายตลอดปี 52 ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเด็กชายช่วงอายุระหว่าง 11-15 ปี บางรายมีปัญหาติดเกมจนไม่ยอมไปเรียน บางรายมีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง และบางรายหายตัวไปกับคนที่รู้จักกันในเกม

นอกจากนี้ ศูนย์ยังระบุว่าพบเด็กไทยที่ติดเกมอย่างหนักจนต้องลักขโมย บางรายยอมขอทานเพื่อนำเงินมาเล่นเกมออนไลน์และตู้เกมยอดเหรียญ จุดนี้ศูนย์ฯระบุว่า เจ้าของร้านเกมบางร้านละเลยและปล่อยให้เด็กเล่นเกมทั้งวันทั้งคืนโดยไม่กลับ บ้าน มิหนำซ้ำ บางร้านถึงกับปล่อยให้เล่นจนติดเกมงอมแงม แล้วบังคับให้ไปขายบริการเพื่อใช้หนี้ด้วย

การแชตและเครือข่ายสังคมฮอตฮิตอย่าง Hi5 ยังเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาเด็กหายของสังคมไทยด้วย ศูนย์ ระบุว่ายอดเด็กหายเพราะการติดแชตทั้งทางอินเตอร์เน็ตและโทรศัพท์ในปี 52 มีทั้งสิ้น 37 ราย สูงสุดเป็นประวัติการณ์ คิดเป็นสัดส่วนเพิ่มขึ้นจากปี 51 ราว 3 เท่าตัว เป็นเด็กหญิง 36 ราย เป็นเด็กชายรายเดียว ทั้งหมดมีช่วงอายุระหว่าง 12 – 18 ปี

ภัยจากการแชตในปี 52 ยังมีการแชตเพื่อล่อลวงเด็กหญิงไปขมขื่น ซึ่งแม้ไม่ใช่เรื่องใหม่ในสังคมแต่ก็เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก เด็กที่ตกเป็นเหยื่อมักอยู่ในช่วงเดียวกับเด็กหายคือ 12 – 18 ปี

นอกจากเด็ก ผู้ใหญ่หลายรายต้องพบกับภัยแชตรูดทรัพย์ มีทั้งคดีที่สามารถจับตัวมาดำเนินคดีได้และไม่ได้

อีกปัญหาสังคมในปีนี้ คือเว็บไซต์และเว็บบล็อกหลายแห่งถูกนำมาใช้ในการเผยแพร่ภาพลามก ขายซีดีลามก รวมถึงขายคลิปหลุดคลิปแอบถ่าย บางเว็บมีข้อมูลสาวไซด์ไลน์ ประกาศขายบริการอย่างโจ่งครึ่ม

ยังมีการกลั่นแกล้งทางอินเทอร์เน็ตด้วยการนำภาพหรือข้อมูลส่วนตัว อื่นๆ ไปโพสไว้ตามเว็บไซต์ต่างๆ พร้อมข้อมูลเท็จ ปัญหานี้มีผู้ร้องทุกข์หลายรายตลอดปี ขณะที่บางรายร้องทุกข์เรื่องเว็บไซต์ขายสินค้าล่อลวงทรัพย์สิน กรณีที่พบคือชำระเงินซื้อสินค้าไปแต่ไม่ได้รับ

สำหรับแนวโน้มสถานการณ์ภัยสังคมจากเทคโนโลยีในปี 2553 ศูนย์ฯมองว่าเด็กติดแชทหรือการหายไปกับคนที่รู้จักกันทางอินเตอร์เน็ตยังเป็นเรื่องที่มีแนวโน้มสูงขึ้นมากอย่างต่อเนื่อง เนื่อง จากความแพร่หลายของอินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์มือถือที่อยู่รอบข้างเด็กไทยไม่ ห่างกาย และเมื่อพิจารณาถึงช่องว่างระหว่างผู้ปกครองและบุตรหลานทั้งเรื่องความคิด ความเข้าใจในเทคโนโลยีที่ต่างกัน ประกอบการการดำรงชีวิตที่พ่อแม่ส่วนใหญ่จะทำงานหามรุ่งหามค่ำจนไม่ค่อยมี เวลา ไม่ค่อยได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ก็จะยิ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนให้เด็กหันไปหาความสุขจากเทคโนโลยีมากขึ้น

เช่นเดียวกับปัญหาเด็กติดเกมที่หลายครอบครัวกำลังประสบกับภาวะเด็กก้าวร้าว รุนแรง และหนีเรียน ก็เชื่อว่าจะไม่ได้กระจุกตัวอยู่แค่ในชุมชนเมือง แต่กำลังแผ่ขยายไปในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งประเทศไทยก็ยังไม่มีหน่วยงานที่ดูแลปัญหานี้อย่างทั่วถึง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

Advertisements