หนุ่ม กรรชัย ฉุนตำรวจทำเกินเหตุ บุกจับละเมิดลิขสิทธิ์เพลง แขวะเป็นร้านน้ำแข็งไสไม่ใช่แหล่งค้ายา


หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย

หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย

“หนุ่ม กรรชัย” สุดฉุนตำรวจทำเกินกว่าเหตุ นำกำลัง 10 กว่าคนบุกร้านน้ำแข็งไสเพื่อจับละเมิดลิขสิทธิ์เพลง โวยร้านตนไม่ใช่ผับบาร์ หรือเป็นแหล่งมั่วสุมค้ายา เข้ามาคุยดีๆก็ได้ ยินดีรับผิดเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แนะเจ้าหน้าที่อย่าทำเกินกว่าเหตุอีก ทำภาพพจน์ดูไม่ดีในสายตาประชาชน

เล่นเอาเซ็งไม่น้อยสำหรับนักแสดง-พิธีกรอารมณ์ดี “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ที่ล่าสุดโดนตำรวจบุกเข้าร้านน้ำแข็งไส “ไอซ์มอนสเตอร์” ที่ เจ้าตัวเป็นเจ้าของอยู่ พร้อมแจ้งความจับข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์เพลง เนื่องจากเปิดเพลงของศิลปินค่ายหนึ่งในร้าน โดยไม่มีการซื้อลิขสิทธิ์เพลงอย่างถูกต้อง ซึ่งงานนี้เจ้าตัวก็ยอมรับผิดแต่โดยดี อ้างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่งงร้านตนไม่ใช่สถานบันเทิง ทำไมถึงโดนจับ

“มันเป็นเรื่องที่ผิดพลาดจริงๆ คือพอดีมีน้องในร้านเปิดเพลงของค่ายเพลงค่ายเพลงนึง ซึ่งผมเองก็ทำงานอยู่ในร้านด้วย ก็มีเจ้าหน้าที่เข้ามาแล้วเกิดความเข้าใจผิดกัน อาจจะเกิดจากการที่เราไม่ได้พูดคุยกัน เลยทำให้ต้องมีการเสียค่าปรับค่าลิขสิทธิ์เพลงที่เปิด”

“ผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกันว่า เราได้จ่ายค่าปรับไปเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ เพราะให้น้องสาวเป็นคนจัดการ จริงๆก็ยอมรับว่าถ้าผิดก็ต้องว่ากันไปตามผิด เพราะเราเองก็เปิดเพลงที่มีลิขสิทธิ์จริงๆ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ผิดพลาดของทางเรา ตรงนี้ก็ต้องยอมรับแต่โดยดี ครั้งต่อไปคงจะไม่มีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นอีก ไม่ใช่ว่าเราจะเลือกไม่เปิดเพลงของค่ายเพลงนี้อีกเลย แต่เราคงต้องมีการพูดคุย และซื้อลิขสิทธิ์เพลงทำให้มันถูกต้อง ให้มันสามารถเปิดในร้านได้”

“แต่ร้านเราไม่ได้เป็นผับเป็นบาร์ ร้านเราเป็นร้านขายน้ำแข็งไส ก็จะมีแฟนๆเป็นเด็กวัยรุ่นเข้าร้าน เราก็ต้องเปิดเพลงให้ฟังกันบ้าง ถามว่าโกรธเขามั้ย คือเขาเองก็ทำตามหน้าที่ของเขา แล้วมันก็เป็นลิขสิทธิ์ ผมก็ตกใจเหมือนกันเพราะคิดไม่ถึง เราเป็นแค่ร้านขายน้ำแข็งไสเล็กๆเท่านั้นเอง แต่ถ้าถามในอีกมุมนึงว่าเราผิดมั้ยมันก็ผิด ก็รู้สึกงงๆอยู่เหมือนกัน อย่างนี้ถ้าเราไปเปิดฟังที่อื่น แล้วเขามาได้ยินก็จะจับเราเหมือนกันเหรอ ก็งงๆอยู่”

ฉุนเอ่ยปากตำหนิเจ้าหน้าที่ทำเกินกว่าเหตุ หลังส่งตำรวจบุกร้านกว่า10 นาย แขวะแค่ร้านน้ำแข็งไสไม่ใช่แหล่งมั่วสุมค้ายา

“ที่ทำให้รู้สึกแย่มากๆ คือการที่พาเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปสิบกว่าคน อันนี้ผมขอตำหนินิดนึงนะครับ ร้านผมก็ไม่ใช่เป็นผับเป็นบาร์ที่จะไปทำอะไรผิดกฎหมาย หรือเป็นแหล่งมั่วสุม ก็คิดว่ามันไม่จำเป็นต้องทำกันขนาดนั้น แค่เดินเข้าไปเพื่อที่จะพูดคุยกันเฉยๆก็ได้ว่า คุณทำผิดนะเปิดเพลงที่เป็นลิขสิทธิ์ ผมก็เข้าใจ ผมรู้ว่าผิดก็คือผิด ผมยินดีอยู่แล้ว แต่ไม่ใช่เอาตำรวจเข้ามาสิบกว่าคน ผมว่ามันเกินกว่าเหตุ”

“วันนั้นผมไม่ได้อยู่ที่ร้านด้วยไง ถ้าอยู่คงมีเรื่องมากกว่านั้น ก่อนหน้านี้เราก็ไม่ได้เข้มงวดอะไรกับการเปิดเพลงในร้านเลย บางทีผมเองก็ไม่ทราบว่า บางทีเราเปิดวิทยุในร้าน แล้วเกิดมีเพลงพวกนี้ออกจากวิทยุในร้านผม จะต้องโดนจับลิขสิทธิ์ด้วยหรือเปล่า ไม่รู้ว่ามาตรฐานมันอยู่ตรงไหน ผมไม่ได้เรียนรู้ตรงนี้ โอเคถ้าเขาบอกว่ามันเป็นเพลงที่เป็นลิขสิทธิ์ของเขา ผมยอมรับว่าผิดพลาด ถามว่าผมเปิดทำมาหากินในตอนกลางวัน แล้วเปิดวิทยุมีเพลงออกมาแล้วยังไง คือไม่ไปจับสถานีวิทยุที่เปิดเพลงให้ผมฟังเอง หรือผมเลือกเปิดให้คนในร้านฟัง แล้วที่แย่มากคือพากันเข้ามาสิบกว่าคน ไม่รู้สิ….ผมไม่ได้ขายเฮโรอีน ไม่ได้ขายโคเคน ทำไมถึงเข้ามากันเยอะขนาดนั้น”

“แล้ววันนั้นลูกค้าในร้านเราก็ยังมี เขาก็คงจะตกใจกันว่าไอ้คนนี้เอาผู้หญิงมาซุกซ่อนอะไรหรือเปล่า แต่ก็ไม่มีอะไรมาก เราผิดก็ต้องยอมรับผิดไป ทางเราเองก็ยินดีที่จะชดใช้ในสิ่งที่ทำผิดพลาด ก็อยากจะฝากถึงร้านอื่นๆด้วยเหมือนกัน สำหรับคนที่จะเข้าไปจับลิขสิทธิ์ก็อยากให้ช่วยดูนิดนึง อย่าไปทำอะไรที่มันเกินกว่าเหตุนัก ผมว่าถ้าเกินกว่าเหตุไปแล้วมันดูไม่ดี เราเองก็ประชาชนเหมือนกัน ทำมาหากินอย่างสุจริต บางครั้งมากันเหมือนเราเป็นคนทำผิดกฎหมายใหญ่โตมากมาย ผมว่ามันไม่ถูกเรื่อง”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์