ตะลึง “นาธาน” หนีกบดานกลางทุ่งนา แฉยังทำตัวคุณนาย ลิ้นเลี่ยมทอง กล่อมจนชาวบ้านเชื่อไม่ได้โกง


นาธาน โอร์มาน

นาธาน โอร์มาน

ตะลึง “นาธาน” หนีกบดานที่บางน้ำเปรี้ยว ฉะเชิงเทรา อาศัยอยู่กลางทุ่งนา ชีวิตลำบากต้องหลบๆ ซ่อนๆ ตกกลางคืนค่อยออกไปนอกบ้าน แต่ยังติดใช้ชีวิตแบบคุณนาย ยืนกางร่มดูเด็กล้างรถให้ตัวเอง เผย “ชิ-แม่บุญธรรม-น้าของปุ๊กกี้” ไปมาหาสู่โดยตลอด เจ้าตัวไหวตัวทันรู้นักข่าวจะเข้าไป รีบเก็บของหนีเผ่นแน่บ ด้านตำรวจออกหมายจับเรียบร้อยแล้ว เจอที่ไหนจับที่นั่น

ตั้งแต่โผล่มาออกรายการประเด็นเด็ด 7 สี ตอบคำถามแบบไม่เคลียร์สไตล์เดิม “นาธาน โอร์มาน” ก็หายเงียบไปทันที ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะคดีฉ้อโกงเงินของ “แม่บ้านสมาน สุขเสริม” ที่แจ้งความไว้ที่สภ.อำนาจเจริญ ตำรวจกำลังเร่งดำเนินคดี และขณะนี้ก็ได้มีการออกหมายจับนาธานเรียบร้อยแล้ว เรียกว่าถ้าใครเจอนาธานที่ไหน สามารถแจ้งเบาะแสให้ตำรวจทุกท้องที่จับได้ทันที

แต่อย่างที่เขาว่าไว้ ความลับไม่มีในโลก จู่ๆ ก็มีพลเมืองดีโทรเข้ามาแจ้งยังรายการวิทยุ “แฉแต่เช้า” คลื่น EFM ว่า นาธานได้หนีไปอยู่ที่อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา ASTV บันเทิงผู้จัดการออนไลน์จึงได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อมูลดังกล่าว

และเป็นความโชคดีของผู้สื่อข่าวหรือความซวยของนาธานหรือเปล่าก็ไม่ ทราบ ที่บังเอิญว่า หนึ่งในทีมข่าว ASTV บันเทิงผู้จัดการออนไลน์มีคนรู้จักอยู่ที่อำเภอดังกล่าว จึงได้มีการประสานเพื่อสืบหานาธาน ทำ ให้ทราบว่า นาธาน โอร์มาน อดีตนักร้องอาร์เอส ได้หลบมาอยู่ที่บ้านของ “โต๊ะละห์” นางรอมละห์ วังสุนิล บ้านเลขที่ 103/4 ม. 5 ซ.วากัฟ คลอง 19 ต.โยธการ อ.บางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา เกือบ 3 เดือนแล้ว

ซึ่งบริเวณดังกล่าวนั้นเป็นหมู่บ้านของอิสลาม ตั้งอยู่ใกล้กับสุเหร่าโอ่ง บ้านที่นาธานไปอยู่ด้วยนั้นเป็นบ้านชั้นเดียวตั้งอยู่กลางทุ่งนา ซอยเข้าบ้านเป็นถนนลูกรัง โดยที่ดินทั้งหมดบริเวณซอยดังกล่าวเป็นที่ดินส่วนกลางของสุเหร่าที่จัดสรร ให้กับผู้มีรายได้น้อยได้เช่าอยู่อาศัยและทำมาหากิน เรียกว่าในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา นาธานน่าจะใช้ชีวิตลำบากไม่น้อยเลยทีเดียว

โดย ASTV บันเทิงผู้จัดการออนไลน์ก็ได้รับคำแนะนำจากคนรู้จักซึ่งอยู่ในอำเภอดังกล่าว ว่า จะเป็นคนพาเข้าไปสัมภาษณ์ชาวบ้านเอง เนื่องจากถ้าเป็นคนในพื้นที่น่าจะได้รับความร่วมมือมากกว่า ซึ่งก็มีแหล่งข่าวคนหนึ่งที่อยู่ใกล้กับบ้านหลังที่นาธานไปอาศัยอยู่ และเห็นเหตุการณ์มาโดยตลอดเปิดเผยข้อมูลให้ฟังว่า…..

“ก่อนหน้านี้ก็ไม่ค่อยได้สนใจ คนที่สนใจจะเป็นป๊ะกับม๊ะมากกว่า แต่ที่รู้ก็คือจะมีรถของเขามาจอดอยู่ตรงนี้(ชี้ไปที่หลังบ้านของคนที่ให้ที่ อยู่นาธาน) แม่กับป้าเขาก็มาที่นี่เหมือนกัน(ใช่แม่บุญธรรมของนาธานและน้าของปุ๊กกี้ ปริศนา พรายแสงหรือเปล่า) ใช่ผู้หญิงคนที่ออกข่าวตอนแถลงข่าวที่คอยลูบหลังนาธาน ดูทีวีก็ยังคิดเลยว่า ถ้าแม่เขาตบได้ เขาคงไปตบแม่บ้านแล้ว(หัวเราะ) แม่เขาก็เคยมานอนที่นี่คืนหนึ่งและก็ออกไปซื้ออะไรมากินกัน ส่วนอีกคนใช่น้าของปุ๊กกี้หรือเปล่าก็ไม่รู้ ก็ไม่เคยเห็นเหมือนกัน แต่มีแม่บุญธรรมของนาธานแน่นอน”

“พอตอนเช้าก็เห็นนาธานเดินเอาผ้าขนหนูคลุมหน้ามาเปิดรถ สักพักแม่กับป้าเขาก็เดินมาที่รถเราก็ยืนมองอยู่ ก็เลยไปถามม๊ะว่าใคร ม๊ะก็บอกว่า แม่นาธานมา ตอน แรกที่เขามาเขาจะมาอาบน้ำสะเดาะเคราะห์ เห็นน้องบอกว่า มีคนที่เป็นผู้จัดการเขา(ใช่ชื่อชิหรือเปล่า) ใช่คนที่ออกทีวีนั่นแหละ คนนั้นเขามาหนหนึ่ง ก็มาเดินตรงหัวโค้งถนน เห็นเขามาแค่ครั้งเดียว ตอนแรกๆ แค่มาอาบน้ำ แล้วก็มาขออยู่แถวนี้ แต่ไม่มีใครให้อยู่เลยเพราะเขากลัว แต่ตอนหลังก็มาอยู่ที่บ้านหลังนั้น”

“แต่ตอนแรกๆ ที่มาอยู่ไม่รู้ว่าเป็นนาธาน เพราะเขามากันตอนกลางคืนไม่มากลางวัน วันแรกวิ่งเข้ามาประมาณ 6 โมงหรือ 1 ทุ่มนี่แหละ เขาขับรถวิ่งเข้ามาก็มาอยู่ที่บ้านหลังนี้แหละ กลาง วันเขาจะไม่โผล่ออกมาเลย ช่วงเย็นถึงจะออกมาคุยโทรศัพท์ ออกมาเดินตรงหัวโค้งถนน เราไม่ค่อยได้เดินไปหัวโค้ง แต่มีน้องแฟนที่ชอบเดินไป เขาก็มาเล่าให้ฟังว่า เห็นนาธานจ้างเด็กล้างรถให้ ยืนกางร่มแล้วให้เด็กล้างรถ”

“กลางวันเขาก็กินข้าวที่บ้านหลังนั้นแหละ เพราะตอนกลางวันจะมีรถเข้ามาขายกับข้าว เขาไม่เดินออกมาหรอก ส่วนมากจะเป็นเด็กๆ บ้านหลังนั้นออกไปซื้อให้ เขาไม่ออกมาคุยกับใคร”

“เห็นเขามาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เดือนบวช น่าจะประมาณ 3 เดือนแล้วมั้ง ตอนกลางคืนเขาก็ออกไปละหมาด เจ้าของบ้านที่เป็นผู้ชายบอกว่า นาธานเป็นญาติเขา เราก็งงเพราะเขาไม่เคยมีญาติแบบนี้ เราอยู่กันมานานก็ไม่เคยเห็นเขามีญาติกันแบบนี้ อยู่ดีๆ ก็มีญาติเป็นนาธาน”

“กลาง วันนาธานจะอยู่แต่ในบ้านแต่พอตกกลางคืนเขาจะขี่รถเก๋งออกไปข้างนอก คืนหนึ่งๆ เขาจะวิ่งเข้าวิ่งออกหลายเที่ยว วิ่งไปซื้อของที่เซเว่นมากิน เขาขับรถเร็วมากฝุ่นตลบเลย ตอนนั้นขับรถเกือบชนน้อง แฟนแล้ว น้องเขาก็ด่ามาทีหนึ่งแล้ว วันนั้นเราขับมอเตอร์ไซค์ไปมันก็ยังแซงฝุ่นท่วมเลย(ถนนลูกรังด้วย) ใช่มีแต่ฝุ่น”

“ช่วงที่ เขามาอยู่เป็นช่วงที่กำลังมีข่าวเลย ข่าวกำลังออกเลย เราก็ดูทีวีทุกวัน และก็เห็นเขาทุกวัน ก็ยังคิดว่าเขาหนีมาหรือเปล่า ทำไมมาอยู่แถวนี้ แต่ก็ไม่เห็นใครมาตามเขาเลย ตอนที่มีข่าวว่าเอกชัย(เอกชัย ศรีวิชัย)พาเขาไปเมืองนอก เขาก็ยังอยู่ที่นี่ อยู่ตลอดเลย อยู่ตั้งแต่เริ่มแรกที่ออกโทรทัศน์เลย ตอน ที่มีข่าวกับแม่บ้านก็ยังอยู่ ตอนที่มีข่าวกับน้องอะไรนะที่เสียไปแล้ว(น้องอ้อมดักแด้ เสาวนีย์ ฤทธิโชติ) ใช่ๆ น้องอ้อม นาธานเขาก็อยู่ที่นี่แหละอยู่ตลอดเลย เราก็นั่งดูข่าวของเขา ก็ยังออกมายืนดูรถอยู่เลย ก็ยังเห็นรถเขาจอดอยู่”

“ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดว่าจะไปแจ้งบอกใคร เพราะบ้านเราอยู่กันแบบต่างคนต่างอยู่ดีกว่า ไม่อยากให้มีปัญหา และอีกอย่างมันก็ไม่ใช่เรื่องของเรา ตอนที่เราออกไปปากซอยก็มีคนถามเหมือนกันว่า นาธานมาอยู่ซอยวากัฟ อยู่บ้านหลังสุดซอย เขามาอยู่บ้านใคร เราก็บอกไม่รู้สิวิ่งไปดูเอาเองก็แล้วกัน หลังๆ นี่มีคนถามเยอะมาก เขาถามแบบตื่นเต้นอยากเห็นหน้า เห็นเขามีข่าวเยอะก็อยากมาดูหน้า แต่ไม่ค่อยมีใครเห็นเขาหรอก ออกมาข้างนอกก็เอาผ้าปิดหน้า เดินออกมาตรงหัวโค้งถนนก็ยังเอาผ้ามาปิดหน้า”

“ก็ ไม่รู้นะว่านาธานไปพูดยังไง บ้านนั้นถึงได้ให้อยู่ด้วย สงสัยคารมเขาคงจะดี หรือไม่บ้านนั้นเขาก็คงไม่เชื่อว่านาธานไปทำอะไร แต่เขาอาจจะสงสารก็ได้ เพราะมีคนโน้นคนนี้ออกมาเยอะแยะก็เลยให้อยู่ เราเองตอนแรกดูข่าวก็สงสารนะเพราะเป็นอิสลามด้วยกัน แต่ไปๆ มาๆ ก็เห็นว่าเขาชักเริ่มจะเอาตังค์คนโน้นคนนี้ มันเริ่มจะหนักขึ้นทุกที ยิ่งมาดูข่าวที่นาธานไปเอาเงินของคนที่อยู่ด้วย(เอาเงินแม่บ้าน) เราก็คิดว่า คนเรานี่เลวจังนะ ทำไมทำกันได้ เขาก็ยังมาแถลงข่าวว่าไม่ได้เอา ไม่รับผิดชอบอะไรเลย ซึ่งแม่บ้านต้องส่งเงินเดือนตั้งหลายหมื่น ยิ่งออกข่าวจะฆ่าเขาอีก เราดูแล้วก็แบบหดหู่ เอาตังค์เขามาแล้วทำไมทำแบบนี้”

“ตอนหลังก็เห็นว่าไปเอาตังค์เด็กคนนั้นมาอีก(น้องอ้อม) ก็ยังออกมาบอกว่าไม่ได้เอา เขาก็บอกบ้านหลังนั้นว่าไม่ได้เอา เราฟังแล้วก็ไม่เชื่อเขาหรอก เพราะมันหลายข่าวแล้ว มัน มีหลายคนแล้วที่ออกมาว่าเขา และดูข่าวทีวีเรื่องที่เขาไปขี่อูฐแล้วมีป้ายชื่อโรงแรมติดอยู่เสื้อของคน ที่จูง(ถ่ายภาพเมคว่าโกอินเตอร์) ใช่…เราก็โอ้โห….ทำกันขนาดนี้เลยเหรอ และยิ่งคนที่ถ่ายออกมาบอกหมดเลยและก็ว่าแม่ นาธาน เราฟังดูแล้วมันก็ใช่เลย ฟังดูหลายคนมันใช่เลย โกงเขาแน่ๆ เลย เอาของคนอื่นๆ มาเยอะมากเลย จริงๆ ถ้าเอาขอผลัดค่อยๆ ให้ไปก็ได้ แต่นี่หนีมาเลย”

“แต่คนที่บ้านนั้น(ที่ให้นาธานอยู่ด้วย) เขาไม่เชื่อ เขาบอกว่านักข่าวใส่ร้ายนาธาน ทำข่าวเกินจริงมากกว่าอย่าไปฟังมาก อย่าง นักข่าวมาวันนี้เขายังบอกเลยว่า อย่าไปบอกอะไรมาก ถ้าไปบอกมากเดี๋ยวมันก็ไม่กลับ ฉันก็เลยบอกว่า จะไปบอกอะไร ฉันก็ไม่รู้อะไร รู้แต่ว่าเข้ามาออกไป เข้าๆ ออกๆ เรานั่งดูข่าวทีวีทุกวันแต่ก็ไม่อยากไปเตือนอะไรบ้านหลังนั้นหรอก กลัวว่าเขาจะเอาอะไรฟาดมา(หัวเราะ) ขนาดแม่ของเขา(แม่บุญธรรมนาธาน) ยังขู่ว่าจะไปฆ่าคนนั้น(ฆ่าแม่บ้าน) แล้วเราจะไปยุ่งอะไรกับเขา เราอยากอยู่แบบสงบๆ มากกว่า”

“แต่นาธานคงไม่มาหลอกอะไรบ้านหลังนี้หรอก เพราะเขาก็ลำบากแทบจะไม่มีกินอยู่แล้ว ตอนแรกๆ ที่นาธานมาอยู่ เห็นม๊ะเขาไปร้านค้า เราก็ยังถามเลยว่า ทำไมซื้อของซะบาน เราก็ถามเขาเพราะเห็นว่าเขาไม่ค่อยมีตังค์ เขาก็บอกอ๋อมีดารามา”

“เขาอยู่ที่นี่ตลอด แหละ เพิ่งจะไปก่อนน้อง(นักข่าว ASTV ผู้จัดการออนไลน์)เข้ามานี่เอง น้องมาตอนบ่ายแต่เขาออกไปจากบ้านหลังนั้นตอนเช้า คือก่อนหน้านี้มีคนส่งข้อความไปที่ช่อง 3 ว่า นาธานอยู่บางน้ำเปรี้ยว ตั้งแต่นั้นมาก็เห็นเขาพูดกันว่า นาธานจะหาที่อยู่ใหม่ และก็เพิ่งย้ายออกไปเมื่อตอนเช้า พอตกบ่ายน้องก็เข้ามา ถ้ามาเร็วกว่านี้ก็จะเจอ”

“ตอนนี้เห็นว่ามีคนพาหนีไปแล้ว ยังไม่รู้ว่าหนีไปที่ไหน ก็เห็นเขาพูดถึงอัลเลาะห์ออกทีวีที่ช่อง 7 นั่นสำหรับอิสลามถือว่าเป็นการสาบานนะ ถ้าเขาพูดในสิ่งที่ไม่จริงถือว่าเป็นสิ่งที่บาปมาก การโกหกเป็นบาปเหมือนทุกศาสนา”

หลังจากสัมภาษณ์เสร็จ ASTV บันเทิงผู้จัดการออนไลน์ ก็ได้เดินไปยังบ้านหลังที่เคยให้ที่พักนาธาน เพื่อสอบถามถึงข้อเท็จจริงดังกล่าว แต่เดินยังไม่ถึงหน้าบ้านดี หญิงวัยกลางคนไม่คลุมหน้าตามแบบอิสลาม ซึ่งมาทราบภายหลังว่าเป็น “โต๊ะละห์” รอมละห์ วังสุนิล เจ้าของบ้านหลังดังกล่าว

เมื่อทราบจุดประสงค์ว่ามาสอบถามถึงเรื่องนาธาน โต๊ะละห์ปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็นเรื่องนาธาน เพราะไม่ค่อยได้ติดตามข่าวสาร ผู้สื่อข่าวยังไม่ทันได้ถามอะไรต่อ จู่ๆ ลูกเขยของโต๊ะละห์ก็ขับมอเตอร์ไซค์มาตะโกนลั่นว่า “นาธานมาอยู่ที่นี่ และก็ไปแล้ว จะเข้าไปดูที่บ้านมะ” ทำเอาโต๊ะละห์ถึงกับรีบเดินหายเข้าบ้านไปเลยทีเดียว จาก นั้นลูกเขยเลือดร้อนก็ทำหน้าฉุนเฉียว ต่อว่าที่นาธานหนีไปก็เป็นเพราะนักข่าวเข้ามาวุ่นวายนั่นแหละ พร้อมกับโวยว่า มาทำไม มาทำความวุ่นวาย เขียนข่าวแต่เรื่องโกหกใส่ร้ายคนอื่น ถ้าทำจริงตำรวจก็ต้องเข้ามาสิ ไม่ใช่นักข่าวเข้ามา

เท่านั้นไม่พอก็ยังวางมาดนักเลงโตขู่ว่า ที่นี่มันบ้านนอก บ้านป่าเมืองเถื่อน เกิดอะไรขึ้นไม่รับประกันความปลอดภัย เบื่อ ไอ้พวกทำความเดือดร้อนให้กับคนอื่น ผู้สื่อข่าวจึงแจ้งกลับไปว่า มาสอบถามเรื่องนาธานเฉยๆ ถ้าไม่ยินดีให้สัมภาษณ์ก็ไม่เป็นไร ระหว่างที่ลูกเขยกำลังแยกเขี้ยวประหนึ่งว่าจะกินเลือดกินเนื้อผู้สื่อ ข่าวอยู่นั้น ชาวบ้านที่พาผู้สื่อข่าวไปสัมภาษณ์ก็รีบขับรถมอเตอร์ไซค์มาทันที พร้อมสวนกลับว่าเมื่อกี้พูดอะไร ทำให้ลูกเขยของโต๊ะละห์อาการสงบลงเล็กน้อย

จากนั้นผู้สื่อข่าวก็เลยขับรถออกจากสถานที่ดังกล่าว และมาทราบจากแหล่งข่าวที่ให้สัมภาษณ์ว่า ภายหลังจากที่ลูกเขยของโต๊ะละห์ออกอาการอาละวาดเสร็จ ก็รีบเก็บข้าวของกลับไปบ้านของตนเองที่อยู่ย่านหนองจอกทันที เนื่องจากเกรงว่า ชาวบ้านในพื้นที่ที่พาผู้สื่อข่าวไปสัมภาษณ์จะตามมาเอาเรื่อง

และในวันถัดไปแหล่งข่าวที่ให้สัมภาษณ์กับ ASTV บันเทิงผู้จัดการออนไลน์ก็ยังได้โทรศัพท์มาเล่าให้ฟังอีกว่า หลังจากที่ทีมข่าว ASTV บันเทิงผู้จัดการออนไลน์กลับไป “หญิง” ลูกสาวของโต๊ะละห์ ก็รีบมาหาที่บ้านทันที

“พอ หลังจากที่นักข่าวกลับไป เขาก็รีบเข้ามาถามทันทีว่า เขาให้ตังค์หรือเปล่า เราก็ตอบว่าแล้วทำไมจะต้องมาให้ตังค์ฉันล่ะ ฉันก็โมโหฉันจะบอกอยู่แล้วว่า คนที่ได้ตังค์ไม่ใช่ฉันน่าจะเป็นคนที่ให้ที่อยู่นาธานซะมากกว่า เราก็ตอบไปตามความจริง ก็บอกว่านาธานมานอนอยู่บ้านโต๊ะละห์ก็แค่นั้นแหละ ก็พูดตามความจริง”

“พอพาลูกไปโรงเรียนเขาก็มาบอกว่า ไปต้อนรับนักข่าวทำไม ทำไมไม่ไล่มันออกไป ฉันก็เลยบอกว่า ไม่ต้อนรับได้ไงในเมื่อคนที่พามาเขาก็เคยให้กล้วยให้มะพร้าวลูกฉันกิน คนมีบุญคุณต่อกัน และ ฉันยังสวนกลับไปอีกว่า แล้วทำไมนิ(พี่) ไม่ไล่นาธานไปบ้างล่ะ ฉันไม่กลัวหรอก ถ้ามาด่าบ้านฉันล่ะโดนแน่ ฉันไม่ได้ไปยุ่งอะไร ฉันก็พูดไปตามความจริง”

และในเย็นวันเดียวกันนั่นเอง ก็มีชาวบ้านที่อยู่ละแวกใกล้เคียงกับบ้านหลังที่นาธานไปอยู่ด้วย โทรไปหาชาวบ้านที่พาผู้สื่อข่าวไปสัมภาษณ์ว่า ครอบครัวของโต๊ะละห์กำลังรวบรวมคนจะไปบุกบ้านของชาวบ้านที่พาผู้สื่อข่าวไป สัมภาษณ์ แถมยังอวดว่ารู้จักกับนายพลที่อยู่หน้าหมู่บ้าน จะไปเอาเรื่องและไปแจ้งความดำเนินคดี

พอทราบเรื่องชาวบ้านที่พาผู้สื่อข่าวเข้าไปสัมภาษณ์ก็เลยโทรมาบอก ASTV บันเทิงผู้จัดการออนไลน์ จากนั้นก็เรียกญาติพี่น้องมาชุมนุมที่บ้านเตรียมรับมือเต็มที่ ทางด้านทีมข่าว ASTV บันเทิงผู้จัดการออนไลน์ พอทราบเรื่องก็รีบบึ่งไปที่บ้านของชาวบ้านดังกล่าวทันที แต่รอจนกระทั่งดึกดื่นก็ไม่เห็นครอบครัวของโต๊ะละห์มาแต่อย่างใด ส่วนนายพลที่ครอบครัวของโต๊ะละห์อวดอ้างนั้น แท้จริงแล้วก็เป็นนายทหารเกษียณอายุราชการอายุ 70 กว่าปีเข้าไปแล้ว จนกระทั่งขณะนี้ก็ยังไม่มีใครมาที่บ้านของชาวบ้านที่พาผู้สื่อข่าวไป สัมภาษณ์แต่อย่างใด

อย่างไรก็ตามภายหลังเราก็ได้สืบทราบว่า ครอบครัวของโต๊ะละห์ได้พากันนั่งรถแท็กซี่ ซึ่งเป็นรถแท็กซี่ของสามีโต๊ะละห์ออกไปจากบ้านเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากเกรงว่า หลังข่าวเผยแพร่ออกไปตำรวจจะเข้ามาสอบปากคำเรื่องนาธาน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

Advertisements