รู้ผลก่อนตัดสิน ศาลเขมรคุกศิวรักษ์ ‘ชวน’ ดักคอ! อภัยโทษ


นายศิวรักษ์ ชุคิพงษ์ วิศวกรชาวไทย ยังคงมีสีหน้าสดชื่นระหว่างถูกควบคุมตัวไปที่เรือนจำ

นายศิวรักษ์ ชุคิพงษ์ วิศวกรชาวไทย ยังคงมีสีหน้าสดชื่นระหว่างถูกควบคุมตัวไปที่เรือนจำ

ตามคาด! ศาลเขมรพิพากษาจำคุกวิศวกรไทย 7 ปี ปรับ 1 ล้านเรียลหรือราว 1 แสนบาทไทย “สิมารักษ์” โฟนอินเข้า พท. วอน “บิ๊กจิ๋ว-แม้ว” ช่วยด้วย จวก “คำรบ” ต้นเหตุทำให้ลูกชายต้องตกเป็นแพะ “ชวน” แปลกใจมีคนรู้ผลก่อนจะขออภัยโทษ

วานนี้ (8 ธ.ค.) นายธานี ทองภักดี รองอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยความคืบหน้า กรณีศาลกัมพูชาพิจารณาคดีของนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวกรไทยที่ถูกทางการกัมพูชาจับกุมตัวในข้อหาจารกรรมข้อมูลการบินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ว่าล่าสุด นางมธุรพจนา อิทธะรงค์ รองอธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ได้รายงานว่า ศาลกัมพูชาได้นัดไต่สวนพยานหลักฐานต่างๆ ตั้งแต่เวลา 08.00 น. จนถึงเวลา 13.00 น. และในที่สุดศาลกัมพูชาได้อ่านคำพิพากษาของคดีดังกล่าวในเวลา 16.30 น.

ทั้งนี้ ศาลชั้นต้นกัมพูชา พิพากษาสั่งจำคุกนายศิวรักษ์ ในข้อหาจารกรรมข้อมูลอันกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ เป็นเวลา 7 ปี พร้อมปรับเงินจำนวน 1 ล้านเรียล หรือราว 1 แสนบาทไทย

ด้านนายชวนนท์ อินทรโกมาลสุตย์ เลขานุการ รมว.ต่างประเทศ กล่าวภายหลังศาลกัมพูชา พิพากษาจำคุกนายศิวรักษ์ ว่า ต้องรอการตัดสินใจจากครอบครัวนายศิวรักษ์ ว่าจะยื่นอุทธรณ์คดีหรือไม่ หากไม่ยื่นอุทธรณ์ รัฐบาลจะยื่นขอพระราชทานอภัยโทษให้นายศิวรักษ์ ทันที คาดว่าใช้เวลาไม่นาน

“สิมารักษ์”ขอให้”จิ๋ว-แม้ว”ช่วยด้วย

ขณะที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวภายหลังทราบผลการตัดสินของศาลกัมพูชาในคดีของนายศิวรักษ์ โดยนางสิมารักษ์ ณ นครพนม ได้โฟนอินมาร่วมแถลงข่าวกับนายพร้อมพงศ์ด้วย โดยนางสิมารักษ์ กล่าวว่า จากนี้ไปคงไม่มีที่พึ่งไหนอีกแล้ว จึงอยากขอความช่วยเหลือจาก พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ช่วยลูกชายให้ได้รับอิสรภาพ โดยการขอพระราชทานอภัยโทษให้

นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ขอให้นางสิมารักษ์ คัดสำเนาคำพิพากษา ส่งมาให้พรรคเพื่อไทย เพื่อนำมาหารือกับฝ่ายกฎหมาย พล.อ.ชวลิต และนายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ นางสิมารักษ์ จึงกล่าวว่า ได้คุยกับทนายความแล้วว่าจะสามารถทำสำเนาได้ในวันที่ 9 ธ.ค. ขอฝากเรียน พล.อ.ชวลิต อีกครั้ง ให้ช่วยตน และลูกด้วย

” ทุกคนคงได้ยินคำพิพากษาแล้ว สื่อมวลชนก็คงได้ฟังด้วย ศิวรักษ์ พูดอย่างหมดเปลือก สิ่งที่แม่อดกลั้นมานาน และไม่เคยปริปากพูดหรือขอร้อง วันนี้เมื่อทุกคนทราบข้อเท็จจริงแล้ว อยากฝากถาม คุณคำรบ (ปาลวัฒน์วิชัย เลขานุการเอกประจำสถานทูตไทยในกัมพูชา) ด้วยว่าเวลานี้อยู่ที่ไหน ถ้าไม่โทรศัพท์มาหา ลูกแม่ก็คงไม่ต้องตกอยู่ในสภาพอย่างนี้ ขอให้ออกมารับผิดชอบด้วย แม่ไม่เคยพูดว่าใครเป็นต้นเหตุให้ลูกต้องอยู่ในสภาพแบบนี้ แต่วันนี้ลูกอยู่ในสภาพถูกใส่กุญแจมือ แม่รับไม่ได้ ทำใจไม่ได้จริงๆ ศิวรักษ์ เป็นผู้บริสุทธิ์ จะให้เขารับผิดชอบแทนท่านหรือคะ คุณคำรบ ออกมาแสดงความรับผิดชอบสักหน่อย น้องเขาอยู่ที่เรือนจำเกือบ 30 วันแล้ว ถ้าใครมาเห็นสภาพตอนนี้ แม้แต่แม่เอง ก็ยังทนไม่ไหว” นางสิมารักษ์ กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ทนายความจะยื่นขอพระราชทานอภัยโทษทันทีเลยหรือไม่ นางสิมารักษ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้คุยรายละเอียด แต่อยากให้ทุกฝ่ายให้ความช่วยเหลือ เบื้องต้นจะไม่ยื่นอุทธรณ์ คดีจะได้ไม่ยืดเยื้อออกไปอีก

ส่วนกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศ จะยื่นขอพระราชทานอภัยโทษให้ด้วยนั้น นางสิมารักษ์ กล่าวว่า จะหารือกับทนายก่อน เพราะเวลานี้ฝากความหวังไว้ที่ทนาย พล.อ.ชวลิต พ.ต.ท.ทักษิณ และพรรคเพื่อไทย ขณะนี้มีความขัดแย้งมาก ไม่อยากให้ใช้นายศิวรักษ์ มาเป็นต้นเหตุของความขัดแย้งทางการเมือง เราเป็นคนไทยด้วยกันช่วยกันดีกว่า อยากให้สงสารครอบครัวตนด้วย

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า มองว่ากระทรวงการต่างประเทศไม่สามารถช่วยเหลือได้ ใช่หรือไม่ นางสิมารักษ์ กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศมีความขัดแย้งกับประเทศกัมพูชา เกรงว่าจะเป็นอุปสรรคส่วนหนึ่ง ซึ่งอาจทำให้เกิดความล่าช้าได้ ตนคำนึงถึงอิสรภาพของลูกก่อนอื่น เพราะคนที่มีปัญหากัน แล้วไปเจรจากัน โอกาสที่จะได้คุยกัน ก็คงลำบาก

นายพร้อมพงศ์ ยังกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า วันนี้มีการประชุมคณะยุทธศาสตร์และการเมืองของพรรคซึ่งมีการนำเรื่องนี้มา หารือด้วย ยืนยันว่าพรรคจะให้ความช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรมอย่างเต็มที่ และยืนยันว่าจะไม่แทรกแซงกิจการภายในของกัมพูชา เคารพการตัดสินของศาล แต่จะขอความอนุเคราะห์จากสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ให้ขอพระราชทานอภัยโทษให้

นอกจากนี้นางสิมารักษ์ ยังบอกตนด้วยว่า หากกระทรวงการต่างประเทศอยากช่วยเหลือ ก็ขอให้อยู่นิ่งๆ รวมทั้งนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ ก็ขอให้อยู่นิ่งๆ และตอนนี้นางสิมารักษ์ ก็ไม่ขอพักในโรงแรมที่ทางกระทรวงการต่างประเทศจัดไว้ให้ด้วย

แปลกใจมีคนรู้ผลก่อนจะขออภัยโทษ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ศาลของกัมพูชา พิพากษาคดีของนายศิวรักษ์ ให้จำคุก 7 ปีและปรับ 1 แสนบาทว่าไม่อยากวิจารณ์เพราะระบบศาลเป็นคนละระบบกับบ้านเรา วิธีของบ้านเรา เราจะสามารถอธิบายขั้นตอนกระบวนการได้ เพราะมีประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ ซึ่งขั้นตอนการตัดสินของศาล มีการกำหนดลำดับขั้นตอนว่าจะใช้เวลาในการตัดสิน หรืออุทธรณ์กี่วัน แล้วคดีถึงที่สุดแล้วจะทำอะไรได้บ้าง แต่ของกัมพูชา เราไม่ทราบเลย

ส่วนที่นางสิมารักษ์ ระบุว่า จะไม่ขออุทธรณ์ แต่จะขอพึ่งให้ พ.ต.ท.ทักษิณ มาช่วยบุตรชายนั้น นายชวน กล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่ทราบ แต่อันนี้เขาก็พูดออกมาก่อนไม่ใช่หรือว่า จะถวายฎีกา เหมือนรู้คำพิพากษามาก่อน ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าจริงๆแล้วมันเป็นอย่างไร ต้องไปดูรายละเอียด รู้ก็ตามข่าวที่ออกมา มี 2-3 คน ที่ออกมาพูดเรื่องนี้ ก็ยังแปลกใจว่า ศาลท่านยังไม่พิจารณาเลย หรือเขาเผื่อไว้ก่อน ก็ไม่แน่ใจ ก็ไม่ทราบ ทั้งหมดต้องไปดูขั้นตอนกระบวนการพิจารณาของศาลว่าเป็นอย่างไร

เมื่อถามต่อว่า ทางพรรคเพื่อไทยได้ร่างหนังสือขอพระราชทานอภัยโทษไว้ให้นายศิวรักษ์ ในขณะที่กระทรวงการต่างประเทศ ยังไม่มีการดำเนินการอะไรเลย นายชวน กล่าวว่า ก็ได้ยินมาก่อนแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าเรื่องเป็นอย่างไร ปัญหาอยู่ที่ผู้ต้องหาด้วยว่า ต้องการที่จะสู้ให้พ้นผิด หรือ สู้เพื่อให้พ้นโทษ หมายถึงว่า ถ้าจะขอพระราชทานอภัยโทษ กฎหมายของกัมพูชาก็ทำได้ ก็ว่าไปตามกฎหมาย แต่นั่นหมายความว่าความผิดได้เกิดขึ้นแล้ว แต่ถ้าต้องการพิสูจน์ ว่าไม่ได้กระทำความผิดตามข้อกล่าวหา ก็แสดงว่าคดียังไม่ถึงที่สุด ก็มีสิทธิยื่นอุธรณ์ต่อศาลสูงไปอีก ศาลท่านอาจตัดสินยืน หรือกลับคำพิพากษาก็ได้ ถ้าตัดสินกลับว่า ไม่ผิด ก็ไม่ผิด แต่กรณีอย่างนี้ถ้าไม่อุทธรณ์ ก็แสดงว่ายอมรับผิด ก็ถือว่าผิด ส่วนการขอพระราชทานอภัยโทษ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะคำตัดสินความผิดยังมีปรากฏในคำพิพากษาต่างๆ หมดแล้ว

เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่ศาลกัมพูชาตัดสินออกมาว่า นายศิวรักษ์ ได้โจรกรรมข้อมูลแสดงว่าเป็นความผิดร้ายแรงใช่หรือไม่ นายชวน กล่าวว่า “ผมไม่อยากวิจารณ์ศาลเขา เพราะเมื่อเขาวิจารณ์ศาลของเรา เราก็ไม่พอใจ ดังนั้นเราจึงไม่วิจารณ์ศาลของกัมพูชา ทั้งหมดเป็นเรื่องของดุลยพินิจของศาล ผลการประกอบความผิดของเขาเป็นอย่างไรก็เป็นเรื่องของศาล”

เมื่อถามย้ำว่า กระทรวงการต่างประเทศจะสามารถช่วยเหลืออะไรได้อีกบ้าง หลังศาลตัดสินมาแล้ว นายชวน กล่าวว่า ทำได้ตามที่ทางกระทรวงเคยได้ทำมาโดยตลอดก็สามารถทำได้ต่อไป ตามกระบวนการที่กระทรวงการต่างประเทศจะรู้ดีกว่าคนอื่นว่า กฎหมายของกัมพูชาเป็นอย่างไร

ทั้งนี้ ก็อยู่ที่ผู้ที่ตกเป็นจำเลยด้วยว่า เขาต้องการอย่างไร เพราะเป็นเรื่องที่แม่ของนายศิวรักษ์ จะตั้งทนายความเอง ก็คงต้องให้ฝ่ายจำเลยเป็นผู้พิจารณาว่า จะสู้ต่อหรือไม่สู้ ส่วนกระทรวงการต่างประเทศ ตนเห็นว่าทำได้ดีและพยายามช่วยทุกอย่าง โดยไม่ต้องสนใจว่าใครจะทำอย่างไร รัฐบาลไม่ต้องสนใจ ขอให้ทำตามหน้าที่ในการช่วยคนไทยให้พ้นจากความผิด หมายถึงว่า ถ้าเชื่อว่าคนของเราไม่มีความผิด ก็ต้องใช้ทุกวิถีทางให้คนของเราพ้นผิดตามกระบวนการตามกฎหมายของเขา แม้จะเป็นที่จะต้องใช้งบประมาณค่าใช้จ่ายบ้าง ก็เป็นเรื่องที่จำเป็นต้องทำ.

โดย ASTVผู้จัดการรายวัน