ตร.-นักการเมืองท้องถิ่นนายทุนปล่อยกู้นอกระบบ


ศูนย์ปราบปรามการปล่อยเงินกู้นอกระบบ เผย 1 เดือนชาวบ้านร้องเรียนแล้ว 400 ราย ในอยู่พื้นที่ กทม. ปริมณฑล หัวเมืองใหญ่ แฉนายตำรวจ-นักการเมืองท้องถิ่น นายทุนใหญ่ปล่อยกู้ ลูกหนี้วอนรัฐช่วยล้างหนี้นอกระบบให้หมดสิ้น แต่ไม่มั่นใจช่วยได้ทุกราย

เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม พ.ต.อ.ทนัย อภิชาติเสนีย์ รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (รอง ผบก.ปคม.) ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปราบปรามการปล่อยเงินกู้และทวงหนี้นอกระบบ เปิดเผย “คม ชัด ลึก” ว่า ตั้งแต่ตั้งศูนย์ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา มีประชาชนร้องเรียนการทวงหนี้นอกระบบกว่า 400 ราย แต่มี 100 รายที่ระบุเจ้าหนี้ หรือผู้มาทวงหนี้อย่างชัดเจนทั้งชื่อ ลักษณะยานพาหนะที่ใช้ หมายเลขโทรศัพท์มือถือ และหมายเลขบัญชีธนาคารการโอนเงินจ่ายหนี้ ซึ่งหลักฐานเหล่านี้ทำให้ง่ายต่อการจับกุม ส่วนที่เหลืออีก 300 รายจะติดต่อกลับมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อง่ายต่อการสืบสวนจับกุม

รอง ผบก.ปคม. กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าผู้ร้องเรียน 100 ราย อยู่ในพื้นที่ กทม. ส่วนที่เหลืออยู่ปริมณฑล รวมถึงจังหวัดใหญ่ๆ เช่น อุดรธานี นครราชสีมา สงขลา เท่าที่ร้องเรียนมามีประชาชนอยู่ในพื้นที่ 56 จังหวัดเท่านั้น ส่วนใหญ่จะเป็นคนยากไร้อาศัยอยู่ในชุมชนแออัด อาชีพค้าขายแต่ไม่พบอาชีพเกษตรกรรมเลย ส่วนการติดตามกลุ่มนายทุนที่ปล่อยเงินกู้ต้องใช้เวลาในการส่งชุดสืบสวนลง พื้นที่หาข้อมูลว่าที่ประชาชนร้องเรียนมามีมูลความจริงหรือไม่ เครือข่ายติดต่อกันอย่างไร

“วิธีการข่มขู่ลูกหนี้มีทุกรูปแบบ รุนแรงที่สุดคือทำร้ายร่างกาย กักขังหน่วงเหนี่ยวตัวผู้กู้หรือญาติ ข่มขู่ว่าจะทำร้าย หรือทำลายทรัพย์สิน ยึดทรัพย์สิน ซึ่งข้อมูลที่ได้รับการร้องเรียนพบว่ามีข้าราชการเข้าไปมีส่วนสนับสนุนผู้กระทำผิดในการปล่อยกู้และข่มขู่ แต่ศูนย์ยังไม่ปักใจเชื่อทันทีจะต้องตรวจสอบซ้ำอีกครั้ง ส่วนความปลอดภัยของประชาชนที่ร้องเรียนมายืนยันว่าเป็นความลับไม่มีการเปิด เผยไปที่ใดขอให้เชื่อมั่นว่าจะดูแลข้อมูลเหล่านี้อย่างดีที่สุด” พ.ต.อ.ทนัย กล่าว

พ.ต.อ.ทนัย กล่าวอีกว่า จากการทำงานของเจ้าหน้าที่ทำให้ทราบว่ามีกลุ่มปล่อยเงินกู้รายใหญ่อยู่ใน จ.จันทบุรี จ.ยโสธร จ.ศรีสะเกษ และ จ.อุทัยธานี แต่เจ้าหน้าที่ต้องใช้ความรอบคอบในการรวบรวมพยานหลักฐานเพราะทุกอย่างต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่ทำตามกระแสอย่างเดียว

ด้าน ด.ต.หญิงภัทรภรณ์ ศรีทอง ผบ.หมู่ปราบปราม บก.ปคม. กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 1 เดือนที่รับเรื่องร้องเรียน พบว่าร้อยละ 80 มีเจ้าหน้าที่ตำรวจหลากหลายยศ ตั้งแต่ระดับผู้กำกับลงมาเป็นคนปล่อยเงินกู้นอกระบบ โดยวิธีการคือให้ภรรยาเป็นคนปล่อยกู้ ก่อนให้ลูกน้องยศ ด.ต.ไปเป็นคนทวงหนี้ นอกจากนี้ยังมีนักการเมืองท้องถิ่นซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลและเป็นเจ้าพ่อในพื้นที่ปล่อยกู้ให้ลูกบ้านเสียเอง

จากการสอบถามนางนก (นามสมมติ) กล่าวว่า มีอาชีพรับจ้างซักรีดต้องรับภาระเลี้ยงดูลูก 3 คนที่อยู่ในวัยเรียน และจ่ายค่าเช่าบ้าน ทำให้รายรับไม่พอรายจ่าย จึงหันไปกู้เงินนอกระบบ เพราะได้เร็วไม่ยุ่งยาก แม้จะรู้ว่าดอกเบี้ยโหดก็ตาม ตนถูกแก๊งทวงหนี้ใช้ราวเหล็กตากผ้าฟาดที่แขนซ้ายจนเป็นแผลเย็บ 50 เข็ม มาแล้วเมื่อ 2 ปีก่อน จนเป็นรอยแผลเป็นจนถึงปัจจุบัน ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ตนเกือบถูกแก๊งทวงหนี้ใช้หมวกกันน็อกฟาดเพราะขาดส่งไป 3 วัน โชคดีเพื่อนบ้านห้ามไว้ทัน จากนั้นเข้าแจ้งความไว้ที่ สน.นิมิตใหม่

“ทุกครั้งที่ไปแจ้งความ ตำรวจก็ช่วยอะไรไม่ได้ ทำได้แต่พูดกับว่าให้หาเงินไปส่งเขาจะได้ไม่ต้องถูกทำร้าย แก๊งทวงหนี้ยังเคยบอกกับฉันว่าให้รีบไปแจ้งความกับตำรวจได้เลย เมื่อพวกมันยื่นนามบัตรให้ตำรวจดูก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้ว เพราะมีตำรวจหลายคนรับส่วยอยู่” นางนก กล่าว

ด้านนางปู (นามสมมติ) กล่าวว่า เป็นแม่ค้าขายข้าวแกงริมถนน จำเป็นต้องกู้เงินนอกระบบมา ลงทุนค้าขาย โดยกู้มา 5 หมื่นบาท และเริ่มทยอยใช้ส่งดอกเบี้ยทุกวันเพราะถ้าไม่ส่งก็จะถูกด่าและข่มขู่ต่างๆ นานา ตอนนี้จึงเหลือหนี้ 2 หมื่นบาท และเมื่อประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา แผงขายข้าวแกงของตนถูกไฟไหม้ โชคดีที่มีคนมาเห็นก่อนจึงช่วยดับไว้ทัน เลยไม่ได้เสียหายอะไรมากนัก ซึ่งก่อนเกิดเหตุมีเจ้าหนี้มาทวงเงินที่ร้านแต่วันนั้นขายของไม่ดีจึงไม่มี เงินจ่าย ตนพยายามบอกว่าให้มาเก็บในวันรุ่งขึ้น หลังจากนั้น 2 ชั่วโมง แผงขายของก็ถูกไฟไหม้ ตนพยายามถามไปยังเจ้าหนี้ก็ถูกปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ เชื่อว่าน่าจะเป็นฝีมือของเจ้าหนี้

“ทุกครั้งที่เจ้าหนี้มาทวงเงินจะขับรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สี่ประตู สีดำ มีสติกเกอร์ติดข้างรถระบุชื่อ พ.ต.อ.นายหนึ่ง และไม่แน่ใจว่าเป็นตำรวจจริงหรือแอบอ้าง แต่บางครั้งที่ตำรวจจับเจ้าหนี้คนนี้ไปก็ทำอะไรไม่ได้ เลยไม่กล้ายุ่ง เพราะฉันกลัว สำหรับรัฐบาลที่ยื่นมือมาช่วยพวกเป็นหนี้นอกระบบ ก็อยากให้ล้างหนี้นอกระบบให้หมด จะได้เป็นหนี้กับรัฐทางเดียว แต่ลึกๆ ฉันยังไม่มั่นใจว่าโครงการนี้จะช่วยได้ทุกคน” นางปู กล่าว

ที่มา คม ชัด ลึก