“พงศพัศ” ให้กำลังใจ-ตบรางวัล 2 นายดาบจับ พ.ต.ต.กระทืบอาม่า


ด.ต.สายัณห์ ศรีสุวรรณ (ซ้าย) กับ ด.ต.วีระ ภู่ฤทธิ์

ด.ต.สายัณห์ ศรีสุวรรณ (ซ้าย) กับ ด.ต.วีระ ภู่ฤทธิ์

โฆษกตำรวจรุดไปให้กำลังใจ และมอบของขวัญจาก รรท.ผบ.ตร.ให้แก่ 2 นายตำรวจ สน.เพชรเกษม ที่เข้าจับกุม “พ.ต.ต.” ทำร้ายอาม่าบนโรงพัก ยันคดีว่าไปตามผิดถูก หากรู้ว่ามีการไปข่มขู่พยานจะถอนประกันทันที ขณะที่ลูกเขยอาม่าผู้อยู่ในเหตุการณ์บอกขออย่าได้เจอะเจอกันอีก และไม่จำเป็นต้องมาขอโทษ แค่ต่างคนต่างอยู่เป็นพอ

จากกรณี นางธนิดา ศรีสุวรรณ อายุ 60 ปี ผู้เสียหายที่ถูก พ.ต.ต.อรรถวุฒิ กิจคาม สวป.สภ.เจริญศิลป์ จ.สกลนคร ช่วยราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กับพวกรวม 10 คน กระทืบบน สน.เพชรเกษม จนได้รับบาดเจ็บสาหัส สาเหตุจากเคลียร์เรื่องบุกรุกบ้านเลขที่ 11/69 หมู่บ้านนาราศิริ ถนนกาญจนาภิเษก แขวงและเขตบางแค ของนางธนิดาไม่ได้ แต่หลังก่อเหตุ พ.ต.ต.อรรถวุฒิ ถูกตำรวจสน.เพชรเกษมจับกุมตัวเอาไว้ได้ทันที และ ส.ต.ท.ภาณุพันธ์ กิตติชัยเดช ตำรวจอีก 1 นาย เดินทางเข้ามอบตัวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 12.00 น.วันนี้ ( 3 ธ.ค.) ที่ สน.เพชรเกษม พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ในฐานะโฆษก ตร. พร้อม พล.ต.ต.อนันต์ ศรีหิรัญ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.กรีรินทร์ อินทร์แก้ว ผบก.น.9 เดินทางเข้าติดตามความคืบหน้าของคดี พร้อมทั้งชมเชยและให้กำลังใจ ด.ต.วีระ ภู่ฤทธิ์ ผบ.หมู่ ป.สน.เพชรเกษม กับ ด.ต.สายัณห์ ศรีสุวรรณ ผบ.หมู่ ป.สน.เพชรเกษม ที่ทำการจับกุม พ.ต.ต.อรรถวุฒิ กิจคาม เอาไว้ได้ทันทีหลังเกิดเหตุ

พล.ต.ท.พงศพัศ ได้กล่าวชื่นชนตำรวจทั้งสองนายว่าทำหน้าที่ได้อย่างถูกต้อง เป็นสิ่งที่ตำรวจอาชีพต้องมี ไม่สนใจว่าผู้ต้องหาจะเป็นตำรวจเหมือนกัน ก่อนที่ พล.ต.ท.พงศพัศ จะมอบของขวัญจาก พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร. รูปหล่อหลวงปู่ทวด กับกระเช้าดอกไม้จาก กต.ตร.สน.เพชรเกษม ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองนาย จากนั้น พล.ต.ท.พงศพัศ ได้ให้ ด.ต.วีระ กับ ด.ต.สายันต์ จำลองเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุขึ้นอย่างละเอียดอีกครั้ง ตั้งแต่ในห้องพนักงานสอบสวน ไปจนถึงขั้นตอนทำการจับกุม พ.ต.ท.อรรถวุฒิ

ต่อมา พล.ต.ท.พงศพัศ ได้เชิญนายยุทธนา กลิ่นขจร กับนางชุติมา ธีระวิเชียรเจริญ อายุ 31 ปี ลูกเขยและลูกสาวของนางธนิดา มาที่ สน.เพชรเกษม เพื่อชี้แจงถึงความคืบหน้าของคดี โดย พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าวกับทั้งสองคนว่า ในส่วนของคดีนั้น ขณะนี้เหลือเพียงการสเก็ตช์ภาพคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุอีกจำนวน 4-5 คน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะทำการติดตามจับกุมตัวมาดำเดินคดีต่อไป ส่วนเรื่องที่สองนั้น เนื่องจากผู้ต้องหาทั้งสองคนเป็นตำรวจ ก็ได้ดำเนินการมอบหมายให้ผู้บังคับบัญชาของทั้งสองคน ตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นพิจารณาดูมีบทลงโทษอย่างไร จำเป็นต้องพักราชการหรือไล่ออกจากราชการหรือไม่ ซึ่งอีกไม่กี่วันก็จะทราบผลการสอบสวน

“ส่วนเรื่องสุดท้าย ผู้ต้องหาทั้งสองคนเป็นตำรวจ ทางผู้เสียหายอาจไม่สบายใจที่ได้รับการประกันตัวไป อีกทั้งเมื่อวานนี้ (2 ธ.ค.) ผู้ต้องหาทั้งสองคน มาบอกเองว่าอยากจะพูดกับสื่อมวลชน และทั้งคู่ตั้งใจอยากจะออกมาขอโทษ แต่กลับกลายเป็นว่าออกมาแก้ตัว จึงทำให้ภาพลักษณ์ของตำรวจย่ำแย่ลงไปอีก จึงอยากเรียนว่า หากหลังจากนี้ กลุ่มผู้ต้องหาไปทำการข่มขู่ผู้เสียหาย ก็จะทำการถอนประกันทันที” พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าว

พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าวด้วยว่า สำหรับอาการบาดเจ็บของนางธนิดานั้น วันนี้ได้สอบถามไปยัง ผอ.รพ.เจริญกรุงประชารักษ์แล้ว ก็ทราบว่าเมื่อช่วงเช้าได้ผ่าตัดซ่อมแซมกระดูกเบ้าตาเป็นที่เรียบแล้ว อาการตอนนี้ปลอดภัยดี คาดว่าจะต้องอยู่พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลต่ออีกประมาณ 1 สัปดาห์ จึงจะกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้ โดยตนจะเดินทางไปรับนางธนิดาออกจากโรงพยาบาลด้วยตัวเอง พร้อมทั้งจะทำการสเก็ตช์ภาพผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุที่เหลือด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า กล้องวงจรปิดของ สน.เพชรเกษม สามารถจับภาพในวันเกิดเหตุเอาไว้ได้หรือไม่ พ.ต.อ.อนุชา อ่วมเจริญ ชี้แจงว่ากล้องวงจรปิดภายในห้องสอบสวนของสน.นั้น เสียมานานแล้ว ตั้งแต่ก่อนที่ตนจะมารับตำแหน่ง ผกก.สน.เพชรเกษม และอยู่ระหว่างทำเรื่องซื้อกล้องวงจรปิดตัวใหม่ นอกจากนี้ก็ยังประชุมกับ กต.ตร.สน.เพชรเกษม หลายครั้งแล้ว

ด้าน นายยุทธนากล่าวว่า จนถึงขณะนี้ตนไม่รู้สึกกลัวอะไรแล้ว ทางฝั่งผู้ต้องหาไม่มีการโทรศัพท์มาข่มขู่ หรือมีคนติดตามตัวแต่อย่างไร แต่ในอนาคตหากฝั่งผู้ต้องหามีความผิดถึงขนาดต้องติดคุก หรือถูกไล่ออกจากราชการ น่าจะทำให้ทั้งหมดเกิดความแค้น ตนก็เกรงว่า หากเรื่องซาไป อาจจะถูกย้อนกลับมาทำร้ายก็เป็นได้ ตอนนี้ตนกับภรรยาก็ไม่ขออะไรมาก ขอเพียงให้นางธนิดา แม่ยายของตนหายเป็นปกติ และขอให้ครอบครัวของตนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติเหมือนเดิมเท่านั้น และฝ่ายตนก็ไม่ต้องการให้ฝั่งผู้ต้องหาออกมาขอโทษ และไม่อยากเจออีก

ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางฝั่ง พ.ต.ต.อรรถวุฒิ อ้างว่าวันเกิดเหตุนั้นมีกลุ่มวัยรุ่นทำเลาะวิวาทกันอยู่บนโรงพัก ไม่ใช่ฝีมือกลุ่มตัวเอง นายยุทธนา กล่าวยืนยันว่า วันเกิดเหตุกำลังจะกลับบ้านหลังจากไปเยี่ยมพ่อตาที่ย่านท่าข้าม แต่พอรู้ว่าแม่ยายอยู่บนโรงพักก็รีบมาดูทัน เมื่อมาถึงก็เห็นแต่เพียงนางธนิดา แม่ยายของตนกับ ส.ต.ท.ภาณุพันธ์ คู่กรณีเรื่องบ้านเช่าอยู่กันเพียงเท่านั้นไม่ได้มีคนอื่นเลย จนกระทั่งมีการยกพวกมาเกือบ 10 คน ตรงเข้ามารุมทำร้ายร่างกายตนกับแม่ยายจนได้รับบบาดเจ็บดังกล่าว

สำหรับอาการของนางธนิดานั้น ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ ก็ทราบว่า เมื่อเวลา 10.00 น.ที่ผ่าน แพทย์ได้ทำการผ่าตัดซ่อมแซมกระดูกเบ้าตาของนางธนิดา จนเสร็จสิ้นในเวลา 15.00 น.ก็ได้นาพนางธนิดา กลับมาพักฟิ้นที่ห้องผู้ป่วยตามเดิม โดยหลังจากนี้จะต้องรอดูว่าแผลจะมีเลือดไหลหรือไม่ แต่ขณะนี้ยังเรียบร้อยปลอดภัยดี
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์