สิเรียมหนีรัก หลังพายัพชักปืนขู่แม่ จาก เด็ดดอกไม้รายทาง โดย อัญชะลี ไพรีรัก


แอน-สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์ - พายัพ ชินวัตร

แอน-สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์ - พายัพ ชินวัตร

ในที่สุดดาวค้างฟ้าแห่งวงการมายาเมืองไทย และ พิธีกรชื่อดัง “แอน-สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์” ก็ตัดสินใจพักงานในวงการมายา และหอบลูกสาวคนเดียว “น้องนนนี่” ไปเรียนหนังสือต่อที่ “ซานฟรานซิสโก” เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากเผชิญหน้ากับผลกระทบทางสังคมที่ถาโถมเข้ามาไม่หวาดไม่ไหว เมื่อจำใจยอมรับว่าไป “ดูไบ” กับ “พายัพ-น้องชายทักษิณ”จริง จนลูกสาวคนเดียวได้รับแรงกดดันตามไปด้วย แถมฝ่ายชายยังมีเมียเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้วที่อังกฤษส่งผลให้ชื่อเสียงของสิเรียมยับเยิน

แต่จุดแตกหักที่ทำให้นางเอกสาวผู้ผ่านการแต่งงานอย่างชอกช้ำมาแล้วสองหน ต้องหักด้ามพร้าด้วยเข่าสวย คือ พายัพส่งสมุนซ้าย-ขวาตามประกบถึงบ้าน จนสิเรียมต้องหอบผ้าย้ายที่นอน เป็นเหตุให้พายัพหงุดหงิดโทรตามจ้าละหวั่น และถึงขั้นชักปืนออกมาทำเสียง “ลั่นไก”ขู่แม่ดาราสาวทางโทรศัพท์

นี่ไม่ใช่ละครหลังข่าวน้ำเน่าที่กำลังจะออกอากาศ แต่เป็นรายงานพิเศษ จากชีวิตจริงที่แสนเศร้าเคล้าน้ำตาของดาราสาวผู้ได้ชื่อว่า เคยเป็นหนึ่งในยุทธจักรละครไทยนาม “แอน-สิเรียม” ที่อนาคตในวงการบันเทิงของเธออาจจบสิ้นลงไปหลังชีวิตเข้าไปพัวพันกับคนใน ครอบครัวชินวัตร ด้วยการชักนำของเพื่อนร่วมขบวนบุญ กิจกรรมศาสนาที่ดาราสาวหลงใหลมานานหลายปี ที่พาชีวิตเศร้า และ พายัพ ชินวัตรมาสู่เธอ จนคลื่นชีวิตปั่นป่วนและการงานเกือบดับสูญ

ขณะที่กำลังรายงานอยู่นี้ นางเอกสาวกับ ลูกน้อยกลอยใจ คงถึงแอล-เอ เป็นที่เรียบร้อย ญาติของเธอที่นั่นจะพาลูกสาวที่กำลังเติบใหญ่ท่องไปในเมืองแห่งนางฟ้าจนฉ่ำ ใจ จากนั้นก็จะพาเธอ และ น้องนนนี่ ลูกสาวคนเดียวที่เกิดจาก “บิลลี่ เข้ม” อดีตนักร้องเพลงร็อกผู้โด่งดังคับฟ้า ไปเข้าห้องเรียนภาษาอังกฤษที่ ซานฟรานซิสโก เพื่อเป็นการซักซ้อมภาษาและชิมลาง

หากลูกสาวปรับตัวเข้ากับมหานครแห่งศิลปะได้ ไม่แน่วงการมายาอาจสูญเสีย “สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์”ไปเลยก็ได้ใครจะรู้

อดีตนางเอกละครผู้โด่งดัง และ ปัจจุบันเป็นพิธีกรรายการบันเทิงที่ชื่อเสียงกำลังขจรขจาย ได้ตัดสินใจเด็ดเดี่ยว “ลาออก” จากรายการโทรทัศน์ที่รับหน้าที่พิธีกรให้กับบริษัทเวิร์คพ้อยท์ จำกัดทั้งหมด เพื่อพาลูกสาวหัวใจบอบช้ำไปต่างประเทศ หลังจากต้องรับมือกับข่าวแม่คนสวยเป็นแฟนกับ พายัพ ชินวัตร น้องชายจอมซ่าส์ของนักโทษชายทักษิณ ผู้ได้ชื่อว่าเป็นครอบครัวอันตรายสูงสุดครอบครัวหนึ่งของเมืองไทยทีเดียว

ผล กระทบจากข่าวพายัพตามจีบสิเรียม ส่งผลถึงชีวิตความเป็นอยู่ของลูกน้อยทั้งในชุมชน และ โรงเรียน จนลูกสาวแทบไม่อยากลุกจากเตียงเพื่อไปร่ำเรียนเขียนอ่านให้เพื่อนล้ออีกต่อ ไป

ส่วนตัวของแอน-สิเรียมก็ใช่ว่าจะสบายใจที่ไหนเล่า หลังเพื่อนสาวที่ไปดูไบด้วยกันปากโป้งออกมาเล่าให้นักข่าวบันเทิงฟังฉอดๆ ว่า เดินทางดูไบพร้อมพายัพและสิเรียม เพื่อทำธุรกิจเสริมสวย ความงามและ สปาที่นั่น ต่อมาเมื่อข่าวอื้อฉาวครึกโครม ก็ ให้ปรากฏภาพของสิเรียมนุ่งซิ่นกับเสื้อแขนกระบอกสีชมพูสดสวยยืนเคียงข้างกับ พายัพซึ่งผูกเนกไทสีเข้ากันกับเสื้อผ้าสิเรียมไม่มีผิดเพี้ยน ในงานทอดกฐินพระราชทาน ณ วัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ภาคอีสาน

ดูจากสภาพของงาน ดูจากแขกเหรื่อที่ล้วนแต่เป็นผู้ใหญ่วงข้าราชการในท้องที่ และ จากภาพเคียงคู่กันแช่มช้อยในการทอดผ้าไตร ราวกับภาพคู่บ่าวสาวตักบาตรร่วมขันชื่นมื่น ล้วนแต่เป็นภาพส่อเสียดกระเดียดงานแต่ง ภาพ เหล่านี้พายัพจะชอบหรือไม่…ไม่สำคัญเท่ากับสิเรียมและครอบครัว “กระอักกระอ่วนใจ” ทำนองว่า กลืนไม่เข้า คายไม่ออก เหมือนคนดูที่อยากอาเจียน

สิ้นสุดภาพนี้ดีกรีความร้อนแรงระหว่างสิเรียมกับพายัพก็พุ่งกระฉูด เมื่อพายัพพูดทีเล่นทีจริงกับนักข่าวการเมืองที่พรรคเพื่อไทย ถึงความสัมพันธ์กับนางเอกคนสวยด้วยน้ำเสียงกรุ้มกริ่ม พร้อมทิ้งท้ายให้ชวนขบคิดว่า

“วันนี้อาจไม่ใช่แฟน แต่วันหน้าไม่แน่ เพราะสวยถูกสเปก” พูดไม่พูดเปล่า ยังแถมท้ายด้วยการโชว์ภาพนางเอกสาวยิ้มสวยจากมือถือส่วนตัวอีกด้วย

หมดกัน!!! แหล่งข่าวที่ส่งรายงานชิ้นนี้ถึงกับร้องครวญครางว่า “ฉิบหายละทีนี้” เมื่อถัดมาอีกไม่กี่วัน ข่าวสังคมซุบซิบไฮโซ ลงข่าวว่า “พอ ฤทัย ชินวัตร” เมียคนสวยที่เลี้ยงลูกๆ อยู่บ้านที่อังกฤษวิ่งไปสะอื้นที่อกเพื่อนสาว เมื่อได้ข่าวผัวรักกำลังเคลิ้มกับสิเรียมเกินเพื่อนต่างวัยที่พบปะตามงานบุญ

“ไม่ ไหวแล้ว” สิเรียมบอกกับเพื่อนสนิทนอกวงการของเธออย่างนี้ “หนูออกจากบ้านไปไหนไม่ได้เลย มีแต่คนมองด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม” เธอว่าอย่างนั้น ขณะที่น้ำตาไหลอาบสองแก้มนวลทุกคืน หลังข่าวฉาวกับพายัพกระฉ่อนไปทั่ววงการ

ส่วน ลูกสาวของเธอไม่ต้องห่วง เพราะร้องไห้กลับบ้านทุกวัน นับตั้งแต่มีข่าวพายัพพาสิเรียมเที่ยวดูไบ และยิ่งปล่อยโฮหนักขึ้น เมื่อมีคนหน้าเหมือนสิเรียมในชุดแดง ควงแขนพายัพในวัน “ทักษิณเหยียบพนมเปญ”

เรื่องราวความรักระหว่างสิเรียมกับพายัพจะไปถึงไหนต่อไหน ไม่มีใครรู้นอกจากคนสองคน จริงเท็จแค่ไหนเขาและเธอเท่านั้นที่รู้กัน คนอื่นจะไปรู้อะไรได้สักเท่าไร

แต่ที่แน่ๆ คือ คนที่บ้านของสิเรียม อันประกอบด้วยแม่-น้าสาว และ เพื่อนๆ ต่างนั่ง “หนักอกหนักใจ” กันเป็นแถว แน่นอนสมาชิกเหล่านี้เป็น พันธมิตรฯ และ ASTV ที่รักชาติ และรักสิเรียม ส่วนสิเรียมจะรักใคร แม่ม่ายที่เพิ่งเลิกกับผัวคนที่สองและปากบอกเข็ดแล้วกับความรักเท่านั้น ที่จะตอบได้ว่า หัวใจเธอเต้นอย่างไร ยามเมื่อใครต่อใครลงความเห็นว่า “พายัพตามจีบ”

สิเรียมจะนึกเล่นด้วยหรือไม่ ไม่สำคัญเท่ากับพายัพเอาจริง เพราะเขาส่งคนสนิทซ้าย-ขวา ตามหาสิเรียมถึงบ้าน หลังสาวเจ้าทนข่าวอื้อฉาวไม่ไหว ปิดโทรศัพท์หนี และ ย้ายที่นอนจากบ้านตัวไปสู่บ้านเพื่อน งานการไม่เป็นอันทำกันแล้ว สมาธิกระเจิดกระเจิง เพราะถูกสังคมติฉินนินทารอบด้าน

“บางคนถึงกับรี่เข้ามาด่าทอทันทีที่เห็นสิเรียมในที่สาธารณะ”แหล่งข่าวกล่าว อย่างนี้ และ ฟูมฟายว่า ไม่มีใครเห็นใจ และ เมตตาดาราสาวคนสวยลูกติดอีกต่อไปแล้วหรือ

เมื่อสิเรียมเริ่มถูกสังคมไล่ต้อนให้จนมุมกับเรื่องราว “ดูไบ” และ “พายัพ” ในที่สุดตัดสินใจ “พักร้อน” พาลูกไป “นิวซีแลนด์”

เมื่อกลับถึงไทยข่าวฉาวไม่ยอมจบ แต่สิเรียมเริ่มตีจาก เธอตัดสินใจวางแผนอนาคตให้กับลูกสาวที่ไม่รู้จะมุดหน้าไปอยู่ที่ไหน ด้วยการส่งไปเรียนต่อยังต่างประเทศ

เป้าหมายของเธอคือ อังกฤษ ซึ่งกะว่าจะฝากพี่สาวและพี่เขยให้ช่วยลี้ยง หรือ โรงเรียนประจำที่นิวซีแลนด์ เพราะจะทุ่นค่าใช้จ่ายกว่ากันมากมาย และ สังคมก็ค่อนข้างเงียบสงบ แต่แล้วในที่สุดเธอเลือกอังกฤษเพื่อให้น้องนนนี่ได้อบอุ่นอยู่กับป้า และ ลุงเขย

แต่แล้วในระหว่างที่เธอเริ่มกระบวนการติดต่อสถานที่ศึกษาและทำการขอวีซ่าอยู่นั้น สิเรียม พบว่า พายัพไม่ใช่คนธรรมดาๆ ทั่วไปอย่างที่เธอเคยพบเห็น เขาเป็นมากกว่านั้น เพราะพายัพเริ่มโทรหาเธอบ่อยขึ้น เมื่อไม่รับสายก็เปลี่ยนไปโทรที่บ้าน ตามหาเธอกับครอบครัว จนที่สุดของฟางเส้นสุดท้ายก็ขาดผึง เมื่อสิเรียมรู้ข่าวจากมารดาว่า

“พายัพ โทรหาสิเรียมกับแม่ คุยไปคุยมาก็มีเสียงแป๊กๆ มาตามสาย พร้อมๆ กับถามแม่ทางโทรศัพท์ว่า ได้ยินเสียงอะไรไหม รู้ไหมว่าเสียงอะไร พอแม่ตอบว่าไม่รู้สิว่าเสียงอะไร แล้วถามกลับว่า กำลังทำอะไรอยู่เหรอ พายัพก็สวนกลับมาว่า กำลังซ้อมยิงปืนไม่มีลูกอยู่ แล้วก็กดปืนอีกสองสามครั้งสลับกับหัวเราะ” แหล่งข่าวจากคนสนิทนางเอกสาวเล่าให้ฟังพร้อมทำท่าขนลุกกับพฤติกรรมแปลกๆ ของน้องชายทักษิณ

ความแปลกที่พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วเกินสิเรียมจะตามทัน ทำให้สองแม่-ลูกกอดกันร้องไห้กลุ้มใจเหลือกำลังลากกับพายัพ ชินวัตรที่เข้าข่าย “อยากได้ก็ต้องได้”

เห็นทีสิเรียมคงรู้แล้วว่า คราวนี้น่าจะได้ไม่คุ้มเสีย จึงตัดสินใจปุบปับพาลูกสาวเปลี่ยนทิศเหินฟ้าไป “อเมริกา” ทันทีเพื่อทดลองอยู่ที่ซานฟรานซิสโกด้วยกัน โดยที่พายัพไม่ทันตั้งตัว

ที่นั่นเธอมีญาติทำการค้าอยู่ และถ้าลูกสาวอยู่ได้ เธอบอกกับเพื่อนฝูงว่า “แอนก็อยู่ได้ ถ้าลูกอยู่ได้” หมายความว่า ถ้าน้องนนนี่ปรับตัวได้ดี สิเรียม ภักดีดำรงฤทธ์ ก็พร้อมอำลาจากวงการบันเทิงที่เธอครองมานานนับ 30 ปี และ สร้างอนาคตใหม่กับลูกสาวสองคนที่ ซานฟรานซิสโก…บ้านใหม่ของน้องนนนี่ ที่อาจเป็นที่หลบหนีของสิเรียมจากพายัพด้วย

ทำไม ต้องอเมริกา…แหล่งข่าวกล่าวพร้อมเสียงหัวเราะในลำคอว่า “ ASTV เคยบอกว่า ทักษิณ และ น้องชายคนนี้น่าจะมีปัญหาเข้าอเมริกาไม่ได้”

ฟังแล้วร้องอ๋อ…นี่เองคือ คำตอบว่า ทำไมสิเรียมไม่ฝากลูกไว้กับพี่สาวที่อังกฤษ หรือ ฝากแม่ชีเลี้ยงที่นิวซีแลนด์ แต่คำตอบสุดท้ายหักมุมเป็น อเมริกา … ลาก่อนพายัพ แม้จะตามไปส่งถึงสนามบิน แต่ก็ใช่จะมัดใจสิเรียมได้ คราวนี้สิเรียมคงเข้าใจคำว่า “เข็ดขี้อ่อน ขี้แก่” แล้วสินะ…ไม่น่าพลาดเล้ย.

โดย ASTVผู้จัดการรายวัน

Advertisements