“ส.ศิวรักษ์” มองโลกแง่ดี ชี้ “สมัคร” ชั่ว แต่ “นช.แม้ว” ชั่วกว่าเยอะ


สุลักษณ์ ศิวรักษ์

“สุลักษณ์” ภาวนาอย่าให้ “สมัคร” ลงไปสู่นรกเลยในทันที ระบุมีพฤติกรรมชั่วไม่มาก หากเทียบกับ “นช.แม้ว” ก็แค่โกหกไม่เนียน อกตัญญู เป็นคนลืมตัว ใช้อำนาจกลั่นแกล้งทำลายล้างชื่อเสียงนายปรีดี พนมยงค์ เอาประชาธิปไตยที่เป็นเปลือกนอกมาใช้เพื่อให้ตัวเองได้เป็นนายกรัฐมนตรี เท่านั้นเอง

รายการ “คนในข่าว” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี-ทีวีของประชาชน เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2552 โดยมี ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง และนายแสงธรรม ชุนชฏาธาร เป็นผู้ดำเนินรายการ ซึ่งได้รับเกียรติจาก นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรือ ส.ศิวรักษ์ ปัญญาชนสยาม มาร่วมพูดคุยถึงพฤติกรรมของนายสมัคร สุนทรเวช เมื่อเปรียบเทียบกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

นายแสงธรรมกล่าวเริ่มรายการว่า รู้สึกอย่างไรกับการถึงแก่อสัญกรรมของนายสมัคร สุนทรเวช นายสุลักษณ์กล่าวว่า ในเมื่อเขาก็เสียชีวิตไปแล้ว ตนจะพูดด้วยความเมตตา สงสาร หวังว่านายสมัครคงจะไม่ลงไปสู่นรกเลยในทันที เพราะนายสมัครเป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูงมาก จนทำให้ปราศจากความอ่อนน้อมถ่อมตน ถือว่าอันตรายเหมือนกันหากไม่มีความอ่อนน้อม เพราะความอ่อนน้อมจะไปช่วยลดอัตตา และมักจะดูถูกคนอื่นว่าโง่กว่าตน ทั้งที่ตัวเองเป็นคนโง่ สาเหตุที่ตนพูดว่านายสมัครเป็นคนโง่ก็เพราะว่า ถ้าคนฉลาดจะมองสิ่งทั้งหลายทั้งปวงตามที่เป็นจริง และพยายามมองด้วยสายตาที่มุ่งไปทางสัจภาวะ อะไรที่เป็นความจริงจะต้องตีประเด็นให้แตก เหมือนดั่งที่พระพุทธเจ้าตรัสสอนเรื่องอริยสัจ 4 ความจริงยิ่งใหญ่ 4 ประการ แต่นายสมัครไม่มีความจริงในหัวใจ ไม่มีความจริงในวาจา ไม่มีความจริงในการกระทำ

อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าเสียใจที่นายสมัครเชื่อว่าวิธีหนีความจริงจะทำให้เขาเคลื่อนย้าย สถานะทางสังคมได้ และเป็นที่น่าเศร้าใจ สังคมไทยเองก็เน่าเฟะ จนนายสมัครสามารถเคลื่อนย้ายสถานะทางสังคมได้เรื่อยๆ ด้วยความปลิ้นป้อน ด้วยวาจาอันเป็นอาสัตย์อาธรรม หลอกตัวเอง และหลอกคนอื่น จนกระทั่งการหลอกตัวเอง หลอกคนอื่นนี้ กลับมาประหารตัวเอง ยกตัวอย่างง่ายๆ กรณี 6 ตุลา พูดมาได้อย่างไรว่ามีคนตายคนเดียว ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเคยพูดที่ประเทศฝรั่งเศส ว่ามีคนตาย 48 คน การเป็นคนไม่ยึดมั่นในสัจจะ ไม่พูดในสิ่งที่เป็นจริง ทำให้คนสามารถ จับผิดได้ตลอดเวลา

นอกจากนี้ นายสมัครยังมีความกักขฬะ ที่ถือว่าตัวยิ่งใหญ่ ตรงนี้ตนจำได้ดี สมัยที่ตนอยู่ประเทศอังกฤษ ซึ่งขณะนั้นนายสมัครเป็น รมว.มหาดไทย ไปโฆษณาชวนเชื่อให้รัฐบาลที่สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนไทยในกรุงลอนดอนได้ มีผู้หญิงอังกฤษอายุประมาณ 70 ปี คนหนึ่ง แกเป็นผู้ซึ่งประชาชนยกย่อง เป็นผู้นำขบวนการประชาชน ต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพ ต่อสู้ด้วยความเป็นธรรม ได้เอาแฟ้มยื่นให้นายสมัครกับมือว่ารัฐบาลละเมิดอย่างไร จับคนอย่างไร นักศึกษาถูกเข้าคุกกี่คน ประชาชนถูกฆ่าไปเท่าไหร่ พอนายสมัครได้อ่านเท่านั้น นายสมัครจับขว้างทิ้งต่อหน้าเลย และเมื่อครั้งนายสมัครไปประเทศอเมริกา มีนายเฮิล์ฟ ฟิลิป ศาสตราจารย์วิชามานุษยวิทยา ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเมืองไทย บอกอยากพบนายสมัคร แล้วนายสมัครได้ทำตัวเป็นไม่รู้จัก พร้อมกับถามว่าเป็นใคร ทั้งที่นายเฮิล์ฟ ฟิลิป เป็นคนจ้างนายสมัครเป็นผู้ช่วยวิจัย นอกจากนี้ยังเป็นคนแนะนำให้รู้จักกับ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช จนกระทั่งนายสมัครไปเขียนลงสยามรัฐ ใช้นามปากกาว่า นายหมอดี พฤติกรรมเช่นนี้สะท้อนให้เห็นว่าเป็นคนอกตัญญู คนลืมตัว เรื่องราวของนายสมัครยังมีอีกมาก แต่เมื่อเขาเสียชีวิตแล้ว ตนก็ไม่อยากทับถม

นายแสงธรรมอ่านโคลง ว่า “นรชาติติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา” นายสมัครเสียชีวิตไป สิ่งไหนที่นายสมัครประดับไว้ในโลกาบ้าง นายสุลักษณ์กล่าวว่า พูดอย่างไม่เกรงใจ นายสมัครประดับความชั่วไว้มากเลย แต่เมื่อเขาเสียชีวิตแล้วตนไม่อยากจะจองเวรจองกรรม อยากอโหสิกรรมให้ พยายามมองในแง่ดี ที่เป็นคนกล้าตัดสินใจ แต่การตัดสินใจของนายสมัครหลายครั้ง ตัดสินใจโดยมีผลประโยชน์ส่วนตัวเอบแฝง ยกตัวอย่าง เคยมีการเสนอสร้างตึกสูงอย่างมโหฬารที่คลองสาน ติดกับวัดทองนพคุณ เผอิญตนบวชอยู่วัดนั้น ก็ได้ทำหนังสือต่อต้านสารพัด ทาง กทม.ก็ไม่ตัดสิน เพราะมีคนต่อต้านเยอะ ทำให้นายสมัครตอนนั้นเป็นผู้ว่าฯ กทม.เรียกประชุม ผลโหวตเสมอกัน เหลือนายสมัครได้ตัดสินชี้ขาดคะแนนเดียวให้สร้าง อย่างไรก็ตาม ต่อมาสิ่งที่ตนคัดค้านไป ปรากฏว่าคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ วินิจฉัยตัดสินว่า การลงมติของนายสมัครเป็นโมฆะ ทำให้สร้างไม่ได้

นายสุลักษณ์กล่าวต่อว่า การตัดสินใจรวดเร็วบางครั้งเป็นการแสดงอำนาจบาตรใหญ่ และผิดพลาด เรื่องถนนประดิษฐ์มนูธรรมก็เช่นเดียวกัน สร้างเพื่อเป็นเกียรติแก่ นายปรีดี พนมยงค์ ผู้นำในการกอบกู้ประชาธิปไตย และอื่นๆ อีกมากมาย แต่แล้ว นายสมัครได้ตัดถนนเหลือครึ่งหนึ่งเป็นชื่อ ถนนประเสริฐมนูกิจ จุดประสงค์คือต้องการรังแก ทำลายล้างชื่อเสียง นายปรีดี เหมือนอย่างที่ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เคยทำมา จะว่าไปแล้ว ไม่อยากกระทบกระทั่ง พรรคประชาธิปัตย์แต่เดิมตั้งขึ้นมาเพื่อทำลายนายปรีดี รวมกับคณะรัฐประหาร 2490 จนเกิดเหตุการณ์ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ตะโกนว่านายปรีดีฆ่าในหลวง ตอนนั้นนายสมัครอยู่ในกระแสชาตินิยม คลั่งจนไม่เห็นคุณค่าของประชาธิปไตยที่เนื้อหาสาระ เอาประชาธิปไตยที่เป็นเปลือกนอกมาใช้ เพื่อให้ตัวเองได้เป็นนายกรัฐมนตรี

ดร.เจิมศักดิ์ กล่าวว่า จริงๆ แล้วนายสมัครก็จบนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ นายสุลักษณ์กล่าวว่า อย่าเอาไปอ้าง สถาบันเขาจะเสียชื่อเสียง เพราะคนที่จบสถาบันชั้นสูงเป็นคนดีก็มี คนเลวก็มี เพราะมหาวิทยาลัย สอนให้คนมีความรู้ ไม่ได้สอนให้เป็นคนดี คนที่จะเป็นคนดีได้ ต้องดูครูบาอาจารย์ที่ดีแล้วเดินตามท่าน ธรรมศาสตร์ นายปรีดี เป็นคนตั้ง แต่นายสมัครไม่เคยดู คนที่ดูนายปรีดี ก็คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่เอาตัวเองไปเที่ยบกับนายปรีดี คนพวกนี้ช่างน่าสงสาร ตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงา เห็นเงาตัวเองเป็นนายปรีดี

ดร.เจิมศักดิ์ ถามว่า หากจะเทียบนายสมัคร กับ พ.ต.ท.ทักษิณ คนไหนเลวร้ายกว่ากัน นายสุลักษณ์กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ฉลาดกว่านายสมัครมาก ได้เปรียบในทางไหวพริบ และเขารู้จักใช้วาจา พูดก้าวร้าวก็ได้ อ่อนน้อมถ่อมตัวก็ได้ คนอย่างนี้อันตรายกว่านายสมัครเยอะ นายสมัครควบคุมอารมณ์ไม่อยู่เลยแสดงความถ่อยออกมาเยอะ แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ บางครั้งก็คุมอารมณ์ไม่อยู่ แต่เขาสามารถเล่นแร่แปรธาตุได้ ทำให้หลายคนเชื่อในสติปัญญา ถึงไม่เชื่อก็พร้อมที่จะร่วมมือกับเขา

นายสุลักษณ์กล่าวว่า นายสมัครมีความเห็นแก้ตัวอย่างแคบๆ ง่ายๆ ไม่ฉลาด แต่คนอย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ มีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวกว่านั้นเยอะ และความมีอัตตาของ พ.ต.ท.ทักษิณ มีสูงกว่านายสมัคร แต่เขาสามารถเล่นได้แนบเนียนกว่า เวลาเขาจะใช้มักจะเข้ามาแบบอ่อนน้อมถ่อมตัว ส่วนเรื่องโกหกก็เหมือนกัน ต้องติดตาม พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างต่อเนื่องถึงจะจับได้ แต่นายสมัครไม่ต้องติดตามก็จับได้ และเมื่อถามว่าแม้นายสมัครจะไม่ลงนรกในทันที แล้วตกลงจะต้องไปนรกหรือไม่ นายสุลักษณ์กล่าวว่า ตรงนี้ต้องเข้าใจ หากอยู่ในศาสนาคริสต์ ตอนนี้ก็อยู่ในฝ่ายชำระ พวกเราควรทำบุญอุทิศส่วนกุศล อาจไม่ต้องลงนรก แต่ในทางพุทธศาสนา บอกว่า หากทำกรรมชั่วไว้ ไม่มีทางอื่น ต้องลงนรกอย่างเดียว

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

Advertisements