ฉากสุดท้ายของ สมัคร สุนทรเวช อาสาทักษิณจนตัวตาย


สมัคร สุนทรเวช

สมัคร สุนทรเวช

หนึ่งปีเต็มๆ ที่ต้องต่อสู้กับโรคร้าย สุดท้ายก็ต้านไม่ไหว นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี สิ้นใจด้วยมะเร็งตับ เมื่อเช้าวานนี้ (24 พ.ย.) ด้วยอายุ 74 ปี

ชีวิตช่วงสุดท้ายของนายสมัคร ถือว่า ส้มหล่นอย่างที่เจ้าตัวเองก็คงคาดไม่ถึงว่า จะมีวันนี้ เพราะจู่ๆ ก็ได้รับข้อเสนอจาก นช. ทักษิณ ชินวัตร ให้รับตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชาชน และได้เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อพรรคพลังประชาชน ชนะเลือกตั้ง ทั้งๆที่ กำลังจะอำลาชีวิตทางการเมืองที่ดำเนินมาเกือบ 40 ปีแล้ว หลังพ้นตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เมื่อ ปี 2547 แล้วได้รับการเลือกตั้งเป็นวุฒิสมาชิกกรุงทพ ในปี 2549 แต่เกิดการยึดอำนาจ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 เสียก่อน วุฒิสมาชิกชุดนั้นจึงถูกยกเลิกไป

แต่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 25 ของประเทศไทย ทำให้ชีวิตทางการเมืองของนายสมัครต้องมีมลทินอีกครั้งหนึ่ง หลังจากต้องด่างพร้อย มีตำหนิมาแล้วจาก เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 เพราะใครๆก็รู้ รวมทั้งเจ้าตัวเองก็ยอมรับว่า เป็นนายกฯ หุ่นเชิด นอมินี ของทักษิณ ที่มีหน้าที่ด่าป๋าเปรม และชวนทะเลาะกับประชาชนที่ต่อต้านระบอบทักษิณ

บ้านเมืองในยุคที่นายสมัครเป็นนายกรัฐมนตรี จึงลุกเป็นไฟ ด้วยท่าทีที่ท้าตีท้าต่อย เห็นประชาชนเป็นศัตรูของผู้นำประเทศ เป็นฉากสุดท้ายที่จบไม่สวยของนายสมัคร สุนทรเวช

ที่น่าเจ็บใจที่สุด เมื่อ นช.ทักษิณ ไม่เห็นประโยชน์ที่ตนจะได้จากนายสมัครแล้ว ก็ยึดเก้าอี้นายกรัฐมนตรีไปให้กับน้องเขย นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ หลอกนายสมัครให้ไปรอเก้อกลางสภา ในการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี เมื่อ วันที่ 12 กันยายน 2551 หลังจากที่นายสมัคร ถูกศาลรัฐธรรมนุญวินิจฉัยให้พ้นตำแหน่งนายกรัฐนตรี เพราะมีผลประโยชน์ทับซ้อนจากการจัดรายการชิมไปบ่นไป

ภาพที่ผู้ชายร่างสูงใหญ่วัย 73 ปี เดินอย่างเดียวดาย สีหน้าเศร้าสร้อย ไปขึ้นรถกลับบ้าน เป็นภาพสุดท้ายที่คนไทยได้เห็นนายสมัคร ปรากฎตัวต่อที่สาธารณะ ก่อนจะล้มป่วยลงด้วยโรคมะเร็งตับ

ประวัติศาสตร์ การเมืองไทย จะต้องบันทึกว่า วันที่ 12 กันยายน 2551 เป็นวันที่เปลี่ยนชีวิตของนายสมัคร และเป็นจุดเปลี่ยนของการเมือง ที่ทำให้นายเนวิน ชิดชอบ ตัดสินใจเปลี่ยนขั้ว หันมาสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะ ถูก นช.ทักษิณ หักหลัง

ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ อย่าง นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย บอกเล่า เบื้องหลังการหักหลังนายสมัคร ไว้อย่างละเอียด ผ่านรายการ ”ฮอตนิวส์” ทาง สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ที่ออกอากาศเมื่อคืนวันที่ 9 กันายน ปีนี้

นายศุภชัยบอกว่า นายสมัคร รับปาก นช.ทักษิณ ว่า จะรับเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชาชน และเป็นนายกรัฐมนตรี ถ้าพรรคชนะเลือกตั้ง โดยมีเงื่อนไขข้อเดียวคือ ต้องไม่ทิ้งกัน ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร นช.ทักษิณ รับปากตามนั้น

หลังจาก ศาลรัฐธรรมฯญ วินิจฉัยให้นายสมัคร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2551 นช. ทักษิณ ได้โทรศัพท์มาหานายเนวิน ชิดชอบว่า ขอให้แจ้งกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของ พรรคพลังประชาชนว่า ให้สนับสนุนนายสมัคร เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป นายเนวิน จึงแจ้งกับ สส .พรรคพลังประชาชน และให้ผู้ใหญ่ในพรรค ไปขอร้องนายสมัคร ที่บ้านพักในหมู่บ้านโอฬาร ซอยนวมินทร์ 81 ให้กลับมาเป็นนายกฯ อีกครั้ง สส. พลังประชาชนพร้อมที่จะสนับสนุน

จากคำบอกเล่าของนายศุภชัย ตอนแรก นายสมัครปฏิเสธ ไม่ต้องการเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว เพราะคิดว่า ได้ทำหน้าที่ให้กับพรรค พลังประชาชนตามที่ทักษิณขอร้อง อย่างครบถ้วนแล้ว แต่เมื่อได้รับการขอร้อง ก็ตกปากรับคำว่า จะเป็นนายกรํฐมนตรีให้ คืนวันที่ 11 กันยายน ผู้ที่ไปเจรจากับนายสมัคร กลับมาแจ้ง กับ สส. พลังประชาชนที่รออยู่ที่พรรคว่า นายสมัครยอมรับตำแหน่งนายกฯ ทำให้ผู้รออยู่ตบมือกันเกรียว แสดงความยินดี และเป็นสัญญาณว่า วันพรุ่งนี้ จะไปยกมือให้นายสมัครเป็นนายกฯ

เช้าวันที่ 12 กันยายน เวลาประมาณแปดโมง นช.ทักษิณ ยังโทรศัพท์มายืนยันกับนายเนวินว่า ต้องเลือกนายสมัคร เป็นนายกฯ นายสมัครไปถึงสภาแต่เช้า แต่ไม่เข้าไปในห้องประชุม อยู่ในห้องรับรอง รอให้พรรคร่วมรัฐบาล หามเกี๊ยวมารับไปนั่งที่ตึกไทยคู่ฟ้า

แต่เมื่อถึงเวลาประชุม มีแต่ ส.ส. พรรคพลังประชาชนกลุ่มเพื่อนเนวิน และพรรคประชาธิปัตย์มาประชุม ไม่มีสส. พรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆเลย ทำให้องค์ประชุมไม่ครบ เลือกนายสมัคร เป็นนายกฯไม่ได้

เวลา 10.15 น. นายสมัคร เดินลงมาขึ้นรถคนเดียวด้วยอาการเศร้าสร้อย ไม่ยอมให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน เย็นวันนั้น นายธีรพล นพรัมภา เลขาธิการนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น นำข้อความจากนายสมัครมาบอกกับนักข่าวว่า “ท่านฝากบอก แมสเสจ สั้นๆว่า ได้ทำหน้าที่รักษาประชาธิปไตยอย่างถึงที่สุดแล้ว หลังจากนี้ไป เป็นภาระของพรรคพลังประชาชนที่จะดำเนินการต่อไป”

นายศุภชัย ให้คำตอบในรายการฮอตนิวส์ว่า เกิดอะไรขึ้น

“เรา มาทราบเอาภายหลังว่า จริงๆแล้ว ในขณะที่ท่านทักษิณ แจ้งประสานมาว่า ให้พลังประชาชนเลือกท่านสมัคร สุนทรเวช กลับปรากฎว่า อันนี้เป็นข่าวนะครับ มีคนใกล้ชิดของท่านทักษิณนั่นเอง ได้ไปประสานกับพรรคร่วมฯ ว่า อย่าได้ไปสภา ทำให้องค์ประชุมไม่ครบ

สิ่งที่ท่านสมัครได้รับในฐานะคนที่ได้รับการขอร้องจากท่านทักษิณ ให้มาเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ให้มาบริหารประเทศ ในฐานะนายกรัฐมนตรี ผมคิดว่า มันเป็นเหมือนการหักหลัง ถ้าคุณสมัครบอกว่า เงื่อนไขมีอย่างเดียวคือ อย่าทิ้งกัน วันนั้นคุณสมัครถูกทิ้ง

เรื่องเหล่านี้เป็นความเจ็บปวด คนที่เจ็บปวดที่สุดคือ คุณสมัคร สุนทรเวช ผมไม่ทราบว่า เหตุผลที่ท่านทักษิณมาบอกกลุ่มคุณเนวิน อย่างหนึ่ง ในขณะที่มีการไปบอกพรรคร่วมอีกอย่างหนึ่ง เหตุผลคืออะไรผมไม่ทราบ

แต่ในที่สุดความมาปรากฎทีหลัง ไม่มีการประชุมสภา ไม่มีการเลือกท่านสมัคร แต่ปรากฎว่า บุคคลที่ถูกเสนอชื่อ คือคุณสมชาย วงศ์สวัสดิ์

คำถามคือว่า ถ้าท่านทักษิณ ต้องการให้น้องเขยคือท่านสมชายเป็นนายกฯ ทำไมไม่บอกแต่แรก ทำไมมาบอกคุณเนวิน มาบอก สส.พรรคพลังประชาชน ให้สนับสนุนคุณสมัครเป็นนายก ทำไมถึงได้ให้บรรดาแกนนำ สส. ไปขอร้องให้เป็นนายกต่อ ถ้าท่านเพียงแต่บอกตรงๆ การตัดสินใจของกลุ่มเพื่อนเนวิน จะได้กำหนดท่าทีให้ถูกต้อง

ถ้าพูดกันตรงๆ บอกกันตรงๆ มันดีกว่าหรือไม่ คุณสมัครก็ไม่ต้องเจ็บปวด จะไม่มีความรู้สึกว่าตัวเองถูกหักหลัง กลุ่มคนที่ทุ่มเททำงานให้กับคุณสมัคร ที่มีแกนนำคือ คุณเนวิน จะได้ไม่รู้สึกว่า ถูกหลอกใช้”

อีก 3 สัปดาห์ต่อมา นายสมัครมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง จนต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ แพทย์วินิจฉัยว่า เป็นมะเร็งที่ตับ ต้องผ่าตัด แล้วบินไปรักษาตัวต่อที่สหรัฐอเมริกา เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน 2551 ก่อนจะกลับมาพักฟื้นที่บ้าน เมื่อเดือนมกราคม ปีนี้

ความเครียดเป็นสาเหตุสำคัญสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้เกิดมะเร็ง ความเครียด ผิดหวัง ของนายสมัคร ที่ถูกนช. ทักษิณ เขี่ยทิ้ง จะเป็นบ่อเกิดของโรคร้ายหรือไม่ เจ้าตัว และญาติใกล้ชิด ย่อมรู้ดีกว่าใคร

คอลัมน์ปิดไม่ลับ ในหนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 10 กันยายน 2552 เรื่อง “เสียใจ” ความตอนหนึ่งว่า “การหักหลังกันทางการเมืองหนนั้น ทำให้สมัครรู้สึกเจ็บปวดที่สุดในชีวิตครั้งหนึ่ง แต่หลังจากนั้นก็ทำใจเพราะอาการเจ็บป่วยทางกาย จึงต้องละจากการเมืองโดยเด็ดขาด

แต่สิ่งหนึ่งที่คนสนิทที่เข้าไปเยี่ยมเยียนเปรยให้หลายๆ คนฟังว่า สมัครเคยพูดให้ฟังว่า ทุกวันนี้ยังมีสิ่งทีเสียใจมากที่สุดอีกอย่างหนึ่ง คือ ตั้งแต่หลุดออกจากเก้าอี้นายกฯ และมีโรคภัยเข้ารุมเร้า เป็นข่าวใหญ่มานานกว่า 1 ปี ยังไม่เคยได้รับโทรศัพท์จากคนชื่อ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เลยสักครั้งเดียว“

ไม่รู้ว่า นายสมัคร รู้จัก “ทวิตเตอร์” หรือไม่ เพราะเมื่อวานนี้ นช.ทักษิณ ติดต่อมาหานายสมัคร ผ่านทวิตเตอร์ แถมสั่งสอนด้วยว่า

“ผมและครอบครัวขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของฯพณฯ สมัคร สุนทรเวช มา ณ ที่นี้ด้วยครับและไม่สามารถไปร่วมงานด้วยตัวเอง ใดๆ ในโลกล้วน อนิจจัง พระพุทธเจ้าสอนไว้แต่นักการเมืองไทยไม่คิด มีแต่เรื่องของอำนาจและผลประโยชน์เอาเป็นเอาตายกันทั้งๆ ที่หลักคือมาเสียสละ”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์