โฆษก ทอ.ฉีกหน้า “เพื่อแม้ว” ยันไม่ได้ส่งเอฟ 16 ประกบยิง “นช.แม้ว” กลางอากาศ


โฆษก ทอ.ฉีกหน้า “เพื่อแม้ว” หลังจากที่ออกมาโวยวาย “นช.แม้ว” ถูกเอฟ 16 ตามประกบยิงอากาศ ยัน ไม่ได้ส่งเครื่องบินติดอาวุธหนักขึ้นโจมตีใครสุ่มสี่สุ่มห้า แต่ยอมรับ ก่อนหน้านี้ มีคำขออนุญาตบินผ่านน่านฟ้าไทยจริง แต่ไม่ได้ระบุว่า “แม้ว” เป็นผู้โดยสาร ซึ่งเมื่อ รบ.รู้ความจริงได้สั่งห้ามบินผ่านน่านฟ้า แต่เครื่องบินลำดังกล่าวได้เปลี่ยนเส้นทาง ใช้วิธีบินอ้อมมุ่งหน้าไปดูไบแทน

วันนี้ (22 พ.ย.) น.อ.มณฑล สัชฌุกร รองโฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยถึงกรณีพรรคเพื่อไทย ออกมาระบุว่า รัฐบาลสั่งการให้กองทัพอากาศนำเครื่องบินเอฟ 16 ประกบเครื่องบินเช่าเหมาลำของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระหว่างเดินทางออกจากประเทศกัมพูชา เพื่อไปเดินทางมุ่งหน้าไปนครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ว่า ข้อเท็จจริงเรื่องนี้ คือ เครื่องบินเช่าเหมาลำเครื่องนี้ในระหว่างเดินทางไปกัมพูชา ได้มีการขอบินผ่านน่านฟ้าของไทย เพื่อเข้าสู่กัมพูชา โดยมีการขอผ่านเส้นทางทั้งขาไปและขากลับ ซึ่งถือเป็นกฎการบินปกติที่เครื่องบินทุกชนิด หากจะเข้าน่านฟ้าประเทศใดต้องทำการขออนุญาต ทั้งนี้ การขอผ่านเส้นทางการบินของไทยครั้งนี้ เครื่องบินพลเรือนเช่าเหมาลำนี้ไม่ได้แจ้งว่ามีผู้โดยสารเป็นใคร ซึ่งปกติก็ไม่จำเป็นต้องแจ้ง ทำให้ฝ่ายการบินอนุญาตให้ผ่านน่านฟ้าไทย ซึ่งอนุญาตทั้งขาไปและขากลับ

น.อ.มณฑล กล่าวต่อว่า แต่เมื่อรัฐบาลทราบว่าเครื่องบินลำดังกล่าว คือ เครื่องบินที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ใช้เป็นพาหนะเดินทางมาที่ประเทศกัมพูชา ทำให้รัฐบาลสั่งยกเลิกอนุญาตบินผ่านน่านฟ้าไทยในการบินเที่ยวกลับ เพราะรัฐบาลรู้ว่าเที่ยวบินนี้มีบุคคลที่ไม่พึ่งประสงค์ จึงให้ยกเลิกการอนุญาตบินผ่านไทย ซึ่งก็ได้มีการแจ้งให้เที่ยวบินนั้นทราบว่าไม่อนุญาตให้บินผ่านน่านฟ้าไทย อย่างไรก็ตาม กองทัพอากาศไม่ได้มีการส่งเครื่องบินเอฟ 16 ไปประกบเครื่องบินเช่าเหมาลำของ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะเครื่องบินลำนั้นไม่ได้บินเข้าน่านฟ้าไทยตามที่ได้มีการยกเลิกอนุญาตผ่านน่านฟ้าไทยไป

เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทย ระบุว่า กองทัพอากาศส่งเครื่องบินรบติดอาวุธหนักประกบเครื่องบินเช่าของ พ.ต.ท.ทักษิณ รองโฆษกกองทัพอากาศ กล่าวว่า ใช้คำว่าประกบไม่ได้ เพราะเขาไม่ได้บินเข้ามาในประเทศไทย เขาบินอ้อมไป ส่วนของเราก็บินตามปกติ ในห้วงเวลาที่เครื่องบิน พ.ต.ท.ทักษิณ บินไปดูไบนั้น ก็เป็นตามปกติ โดยกองทัพอากาศมีการบินรักษาเขตแดนการบินเหมือนที่ทำเป็นประจำ อย่างไรก็ตาม เครื่องบินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้เข้าน่านฟ้าไทย กองทัพอากาศจึงไม่มีการส่งเครื่องบินเอฟ 16 ติดอาวุธหนักเข้าประกบตามที่พรรคเพื่อไทยระบุ และคงเป็นไปไม่ได้ที่จะใช้เครื่องบินบรรทุกอาวุธหนักประกบเครื่องบินพลเรือน เพราะเรามีขั้นตอนวิธีปฏิบัติจากเบาสู่หนัก

“ทั้งนี้ กองทัพอากาศมีหน้าที่ปกป้องอธิปไตยน่านฟ้า หากมีเครื่องบินไม่พึ่งประสงค์บินผ่านน่านฟ้า ก็ต้องทำหน้าที่ส่งเครื่องบินขับไล่ปฏิบัติภารกิจ คือ 1.บินสกัดกั้นไม่ให้เครื่องบินลำนั้นเข้ามาในประเทศ 2.บินบังคับให้เครื่องบินลำนั้นลงจอดในสนามบินที่กองทัพอากาศกำหนด ซึ่งเป็นหน้าที่ของกองทัพอากาศอยู่แล้วไม่เฉพาะเครื่องบินที่มี พ.ต.ท.ทักษิณ เราปฏิบัติตามหลักสากลทุกเครื่องบินที่ห้ามเข้าประเทศ อย่างไรก็ตาม เครื่องบินขับไล่ของกองทัพอากาศมีการเตรียมพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง โดยจอดพร้อมบินอยู่ที่ภาคพื้น ซึ่งบรรจุอาวุธหนักเต็มพิกัด เพื่อป้องกันเหตุไม่คาคคิด ถือเป็นมาตรฐานสากลที่ทุกกองทัพของนานาชาติปฏิบัติ” น.อ.มณฑล กล่าว

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์