นายกฯ ชี้ “แม้ว” คือตัวอุปสรรค รื้อสัมพันธภาพเขมร


อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

นายกฯ เผยการลดระดับความสัมพันธ์ “ไทย-กัมพูชา” ยังนิ่ง ลั่นหากจะรื้อฟื้นสัมพันธภาพ ต้องเลิกแต่งตั้ง “แม้ว” เป็นที่ปรึกษาฯ ก่อนส่งทูตไทยกลับไปไปประจำที่ปรุงพนมเปญ ส่วนประเด็นการให้ความช่วยเหลือ “ศิวรักษ์” ต้องแยกออกจากกัน ซึ่งกระทรวงต่างประเทศกำลังเดินหน้าอย่างเต็มที่ รวมทั้งการประสานให้แม่เข้าเยี่ยมได้

วันนี้ (20 พ.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการประสานให้มารดานายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ พนักงานวิศวกรไทยที่ถูกกัมพูชาจับกุมเข้าเยี่ยมว่า เมื่อวานนี้ (19 พ.ย.) นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ บอกว่ากำลังดำเนินการอย่างเต็มที่ จะเร่งให้เร็วที่สุด ตอนนี้อยู่ระหว่างการดูแลเรื่องรายละเอียด หนังสือเดินทางอะไรต่างๆอยู่ แต่ต้องประสานไปทางฝ่ายกัมพูชา ซึ่งตอนนี้ท่าทีของฝ่ายกัมพูชาโดยรวมดีขึ้นในเรื่องนี้

ผู้สื่อข่าวถามถึงคำพูดของ พล.อ.เตียบัญ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม กัมพูชา เกี่ยวกับเทปลับดักฟังที่เกี่ยวข้องกับนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย ทำให้สัมพันธภาพระหว่างสองประเทศคลี่คลายลงหรือไม่

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ได้กล่าวขอบคุณที่ทางกัมพูชายืนยันตามข้อเท็จจริงตรงไปตรงมาต่างๆ ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกัน เป็นเรื่องแปลกมากหากนายจตุพรจะอ้างข้อมูลซึ่งบอกว่าเป็นข้อมูลสำคัญของฝ่าย กัมพูชา มันน่าคิดหากเป็นอย่างนั้นบทบาทของใครเป็นอย่างไร มันดูจะลุกลามไปมาก

เมื่อถามว่า วันนี้สถานการณ์ระหว่างสองประเทศอยู่ในระดับไหน นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า คิดว่ามีสองส่วน ส่วนแรกคือ ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องเฉพาะ เช่นกรณีของนายศิวรักษ์ และกรณีบริษัท กำลังเร่งคลี่คลายกันอยู่ ภาพรวมความสัมพันธ์คือว่า อยู่ในจุดที่นิ่งอยู่ แต่ในสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) ซึ่งจะมี รมว.กลาโหม กับ พล.อ.เตียบัญ ในส่วนฝ่ายกัมพูชาเป็นประธานร่วมกัน ณ ขณะนี้ทั้งสองฝ่ายมีความพร้อมที่จะพบปะพูดคุยกัน เป็นการยืนยันว่าเราจำกัดวงในสิ่งที่เห็นไม่ตรงกันและยังเป็นปัญหากันอยู่คง ถูกจำกัดวงขีดวงไว้แล้ว

เมื่อถามว่า หมายความว่าด้านความสัมพันธ์ไม่ได้ลดระดับลง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่ได้คิดว่าลดระดับลงต่อเนื่อง แต่เป็นเรื่องการคลี่คลายปัญหาเฉพาะหน้าส่วนหนึ่งและขีดวงจำกัดในส่วนที่ เป็นประเด็นที่ยังมีความเห็นไม่ตรงกัน เมื่อถามว่า หมายถึงเรื่องการแต่งตั้งอดีตนายกฯไทยเป็นที่ปรึกษากับเรื่องของนายศิวรักษ์ ต้องแยกเรื่องกัน นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เราต้องแยกกัน เรื่องนายศิวรักษ์เราต้องรักษาสิทธิของคนไทย และช่วยเหลือเรื่องกระบวนการยุติธรรม ซึ่งตอนแรกเราก็ห่วงเพราะสองสามวันแรก ไม่ได้รับเรื่องการเข้าเยี่ยม ตอนนี้เริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น จะต้องไปว่าตามกระบวนการยุติธรรมของเขา

เมื่อถามว่า ปัญหาระหว่างไทยกัมพูชาเคยมีอดีตรองนายกฯออกมาบอกว่าควรจะให้ รมว.ต่างประเทศของสองประเทศหารือร่วมช่วยกันแก้ปัญหา นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เขาก็มีการหารือกัน คือมันไม่มีสูตรสำเร็จหรอก ในแต่ละสถานการณ์ แต่ละเรื่องอาจใช้คน ใช้กลไกต่างๆ ที่แตกต่างกันไป และการทำงานไม่ใช่การทำงานที่เปิดเผยทั้งหมดในทุกกรณี ขอให้มั่นใจว่าแนวที่ตนวางไว้แต่ต้นว่า สิ่งที่เราทำเป็นการแสดงจุดยืนอิงกับมาตรการ ที่เป็นมาตรฐานสากลรักษาผลประโยชน์ของประเทศไทย คนไทยตรงนี้อยู่ครบถ้วน ส่วนวิธีการและพัฒนาการของสถานการณ์ก็ต้องว่ากันไป

เมื่อถามว่าสถานการณ์ทางการทูตจะส่งทูตไทยกลับไปประจำกัมพูชาเมื่อไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า อันนี้มันโยงกับปัญหาพื้นฐานแรก จุดเริ่มต้นที่เป็นตัวปัญหาขึ้นมา ทางกัมพูชาต้องไปทบทวนตรงนั้น เมื่อถามว่าแสดงว่าจะรอให้กัมพูชาส่งทูตเขากลับมาก่อน นาอยภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่ ปัญหาตรงนั้นเกิดจากประเด็นการตั้งที่ปรึกษา ข้อตกลงที่มีผลประโยชน์ขัดกัน และการเข้ามาก้าวล่วงกระบวนยุติธรรมและการเมืองของไทย ตรงนั้นต้องแก้ เมื่อถามว่าแสดงว่าตราบใดที่คุณทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ยังเป็นที่ปรึกษาสมเด็จฯ ฮุนเซน จะไม่มีการส่งทูตไทยไปประจำ นาอยภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนไม่ไปเจาะจงลึกว่าจะต้องเป็นมาตรการไหนที่ต้องยืนอย่างไร แต่ตรงนั้นคือต้นตอของปัญหาจะต้องมีการไปแก้ไขตรงนั้น หากจะให้กลับไปสู่ความเป็นปกติก็ต้องถอยกลับไป คือพูดง่ายๆถอยกลับไปเหมือนก่อนที่จะเกิดเรื่องขึ้นเท่านั้น คือการแต่งตั้งที่ปรึกษา

เมื่อถามว่าการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างกันจะต้องใช้เวลาอีกนานแค่ ไหน นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขอเรียนว่าขณะนี้แง่การค้าขายชายแดนก็ดำเนินการไปตามปกติ ความสัมพันธ์ในหลายๆด้านเช่น ที่จะมีการประชุมจีบีซีก็เป็นไปตามปกติ สิ่งที่เป็นปัญหาคือเราทบทวนบางเรื่อง เนื่องจากเราเห็นว่ามีสิ่งที่ทำแล้วเราเห็นว่าไม่ถูกต้องอยู่บางเรื่อง แต่ทั้งหมดอยู่บนพื้นที่ฐาน การติดต่อพูดคุยเจรจาหาเพื่อให้ได้ทางออกที่ดี เมื่อถามว่า ไม่มีเรื่องไหนแลกกันได้ใช่ไหมเช่นการปล่อยตัวนายศิวรักษ์ และเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไปแลกอย่างนี้นไม่ได้ จะเป็นการเชื้อเชิญให้มีการสร้างเงื่อนไขเพิ่มขึ้นไปอีก ไม่ได้มีการรักษาประโยชน์ของทั้งสองประเทศ

เมื่อถามว่า ยังหวังว่ากัมพูชาจะถอยกลับไปที่จุดเดิม นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนยังเชื่อมั่นว่าในที่สุดทั้งสองประเทศต้องกลับมาสู่ภาวะความเป็นปกติและ ต้องไปแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ มันไม่มีทางอื่น
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

Advertisements