“แม่ปุ๊กกี้” อัดซ้ำ “นาธาน” จับมือ “แม่บุญธรรม” จัดฉากถ่ายรูปเมคเรื่องฮอลลีวูด ลากไส้สุดติ่งมันหยด


นางดำ จารุวรรณ แม่ของปุ๊กกี้

นางดำ จารุวรรณ แม่ของปุ๊กกี้

“แม่ปุ๊กกี้” อัดซ้ำ “นาธาน” ยั๊วะน้องสาวถูกหลอกเงินไปผ่อนรถ ทำดั้ง ทำคาง ฯลฯ เป็นเงินหลายแสนบาท แฉหมดไส้โกหกทุกเรื่อง แถมร่วมมือกับ “แม่บุญธรรม” จัดฉากถ่ายรูปที่โอมานเอามาหลอกสื่อ โดยมี “เปี๊ยก โมเดลลิ่ง” เป็นคนถ่ายภาพ ซัดแม่บุญธรรมยังเป็นคนเขียนสัญญาขึ้นเอง แล้วเอาไปแปลเป็นภาษาอังกฤษมาแหกตาประชาชน คอนเฟิร์มไม่ใช่ลูกครึ่งเนปาล เผยที่แหลเรื่องเรื่องมัคนารีผลเพราะจำขี้ปากของคนที่ซิดนีย์มาเล่า

“แม่ ปุ๊กกี้” อัดซ้ำ “นาธาน” ยั๊วน้องสาวถูกหลอกเงินไปผ่อนรถ ทำดั้ง ทำคาง ฯลฯ เป็นเงินหลายแสนบาท แฉหมดไส้โกหกทุกเรื่อง แถมร่วมมือกับ “แม่บุญธรรม” จัดฉากถ่ายรูปที่โอมานเอามาหลอกสื่อ โดยมี “เปี๊ยก โมเดลลิ่ง” เป็นคนถ่ายภาพ ซัดแม่บุญธรรมยังเป็นคนเขียนสัญญาขึ้นเอง แล้วเอาไปแปลเป็นภาษาอังกฤษมาแหกตาประชาชน คอนเฟิร์มไม่ใช่ลูกครึ่งเนปาล เผย ที่แหลเรื่องมัคนารีผลเพราะจำขี้ปากของคนที่ซิดนีย์มาเล่า

หลังจากยกเลิกการแถลงข่าวกะทันหันไปเมื่อวาน (16 พ.ย.) ทั้งที่ตกปากรับคำสื่อมวลชนไว้แล้วว่าจะเคลียร์ทุกประเด็นเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง โดยฝากคำชี้แจงผ่าน “ชิ อนุชา ลังประเสริฐ” ผู้จัดการส่วนตัว ว่ายังไม่พร้อมและยังไม่สบายใจที่จะพูดเรื่องใดๆ และวอนขอเวลาทำใจสักพัก แต่ล่าสุดเจ้าตัวกลับไปโผล่ไปอัดรายการ “ประเด็นเด็ด 7 สี” และได้มีการนำเทปมาออกอากาศเมื่อช่วงดึกคืนวานที่ผ่านมา โดยมี “ต๊ะ นารากร ติยายน” รับหน้าที่พิธีกรดำเนินรายการ

ที่ผ่านมาแม้จะมีคู่กรณีโผล่ออกมาแฉไม่หยุดหย่อน แต่การให้สัมภาษณ์ครั้งล่าสุดเจ้าตัวก็ยังยืนกระต่ายขาเดียว ยืนยันว่าทุกเรื่องที่พูดไปเป็นเรื่องจริงทั้งหมด แถมยังดิ้นสุดชีวิตอ้างถึงศาสนาอิสลามว่าการพูดอะไรออกไปคือการสาบานต่อพระเจ้า ฉะนั้นตนไม่มีทางโกหกแน่นอน ยืนยันเรื่องเป็นลูกครึ่งเนปาล และเรื่องโกอินเตอร์ เป็นเรื่องจริง แต่ปฏิเสธเรื่องยืมเงินยายน้องอ้อม รวมไปถึง “นางสมาน สุขเสริม” อดีตแม่บ้าน แต่กลับบอกว่าขณะนี้กำลังให้แม่บุญธรรม “ครูแหม่ม พิสมัย” ประนีประนอม ส่วนเรื่องที่ “ปุ๊กกี้ ปริศนา พรายแสง” ออกมาเปิดโปงว่านาธานตุ๋นเงิน “นางนันทพร พรายแสง” น้าสาวแท้ๆ ไปหลายแสนบาทนั้น ก็เป็นแค่เรื่องเข้าใจผิดเช่นกัน

ล่าสุด “นางดำ จารุวรรณ พรายแสง” คุณแม่ของอดีตนักร้องสาวปุ๊กกี้ และเป็นพี่สาวแท้ๆ ของนางนันทพร ก็ได้ออกมาอัดซ้ำ เผยตนเป็นผู้ที่รู้ตื้นลึกหนาบางเกี่ยวกับนาธานมานาน ซึ่งตอนนี้กำลังทุกข์ใจที่น้องสาวปิดหูปิดตาปล่อยให้อดีตนักร้องหนุ่มหลอก ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนจะฉะแหลก ทุกเรื่องที่นาธานพูดเป็นเรื่องโกหกทั้งเพ

ลากไส้ “นาธาน” ไม่ใช่ลูกครึ่งเนปาล จวกโกหกเรื่องมัคนารีผล เผยที่แท้จำขี้ปากคนที่ซิดนีย์มาเขียนพ็อกเก็ตบุ๊ค

“รู้จักกับนาธานเมื่อตอนวันเฉลิมพระชนพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯเมื่อ 5 ปีมาแล้ว พอดีตอนนั้นเราจะเอาดาราไปทำกิจกรรมที่นั่น ก็ขอไปกับทางอาร์เอส ตอนนั้นเราอยากได้บีม (กวี ตันจรารักษ์) แต่ว่าเขาติดเรียนหนังสือก็มาไม่ได้ ก็เลยบอกกับปุ๊กกี้เพราะตอนนั้นเขาทำงานอยู่ที่อาร์เอส ก็ให้หาใครมาแทนให้คนนึง เขาก็เลยบอกว่านาธานเขาว่างอยู่ งั้นเอานาธานมาก็แล้วกัน เราก็เลยจัดแจงขอวีซ่าให้ก็มาพร้อม ‘แอ๊ะ’ (นางนันทพร น้าสาวปุ๊กกี้) นี่แหละเขาเป็นคนพามา ก็เลยได้รู้จักกัน พอดีว่าปุ๊กกี้เขากลับไปก่อนนาธานเขาอยู่เที่ยวต่อ เขาก็ย้ายจากโรงแรมมาอยู่ที่บ้าน เราก็เลยพาเขาให้ไปรู้จักกับคนนั้นคนนี้”

“เขาก็เลยได้มารู้จักกับตู่ (เจ้าของร้านอาหารที่ซิดนีย์เพื่อนของแม่ปุ๊กกี้) นาธานเขาไม่มีสตางค์เลย ตู่เขาช่วยนาธานเยอะมาก ช่วยให้เอาเงินไปจ่ายค่าบ้าน ค่าโทรศัพท์ แล้วเขาก็มาบอกว่าเขาเป็นหนี้คุณแหม่ม แม่บุญธรรมเขา 6 หมื่น ตู่เขาก็ให้ไปอีกก็ให้ไปใช้หนี้เขาซะ จะได้จบๆ เดี๋ยวเขาจะมาขอตังค์ เราก็รู้สึกสงสารไง สมเพชเวทนามาไม่มีอะไรเลยสักอย่าง กล้องถ่ายรูปก็ยืมเขามา แว่นตากันแดดอะไรก็ยืมเขามา ไม่มีสมบัติติดตัวเลย แย่มาก เขาก็เล่าเรื่องหนี้สินของเขาที่เมืองไทย บอกว่าเขาลำบาก ตอนนี้กำลังจะเขียนหนังสืออยู่ กำลังจะออกหนังสือ เราก็บอกงั้นเดี๋ยวเอามาให้อ่านกันบ้าง”

“เรื่องนาธานที่เป็นลูกครึ่งเนปาลไม่ใช่แน่นอน ตัวเขาเองไม่เคยไปเนปาล เขาก็อยากจะไปเนปาล เขาพานักข่าวเดลินิวส์ไป แม่เป็นคนเอาเงินไปส่งให้เขาเอง ตู่บอกว่ามันอยากไปก็ให้มันไป เดี๋ยวมันไปโม้กับเขาไม่ได้ว่าเป็นคนเนปาล ซึ่งเรารู้ ถ้าเป็นเด็กต่างชาติเขาต้องพูดภาษาได้ แล้วตอนนั้นตู่อยู่เนปาลเป็นเดือนๆ เขาไปบ่อยมาก เขาก็เลย อ้าว นี่เหรอลูกครึ่งเนปาลเขาก็ขำ แต่ก็อยากจะช่วยเพราะว่าเขาเงินเหลือเยอะ เขาถึงได้ส่งพวกเครื่องทองเหลืองไปให้แต่งบ้าน ทำเป็นว่ามาจากเนปาล”

“นาธานก็ไปบอกว่าของทุกอย่างเป็นของพ่อของแม่ของย่าของยาย คือนาธานเขาเป็นคนพูดอะไรไม่ค่อยจะตรง อย่างบอกว่าย่าเขาเป็นตุรกี แล้วก็บอกว่ายายเป็นคนพาหนีมา แล้วก็เป็นคนจัดการเรื่องวีซ่าให้ จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย เขาออกจากประเทศไทยครั้งแรกก็คือมาที่ซิดนีย์นั่นแหละ เรียนเขาก็เรียนอยู่ที่เมืองไทยเพราะภาษาอังกฤษของเขาใช้ไม่ได้เลย แล้วมาคุยโม้บอกว่าพูดได้ 5 ภาษาซึ่งพวกเราพูดกันได้ทั้งอาหรับ ทั้งฝรั่งเศส ก็เลยรู้ว่าไอ้นาธานมันโกหก ตอนอยู่ที่นี่เขาให้พูดภาษาอังกฤษมันก็ยังพูดไม่ได้เลย ให้เดินไปซื้อของด้วยกันมันก็ยังถามตอบเขาอะไรไม่ได้สักอย่าง”

“จริงๆ เรารู้มาตั้งนานแล้วว่าเขาไม่ใช่ลูกครึ่งเนปาล เพราะเราเป็นคนจัดงาน เราต้องดูประวัติเขา เพื่อที่จะไปออกแบบโปสเตอร์ เราก็เอาชื่อเขาไปเซิร์ชว่าเป็นใคร ก็เลยเห็นข้อมูลว่าเขาพูดได้ถึง 5 ภาษาแล้วก็เป็นลูกครึ่งเนปาล เราก็ถามเขาว่าใครเป็นเนปาล เขาก็บอกว่าพ่อเขาเป็นเนปาล แต่คุณแม่เป็นไทย เขาบอกว่าเขาหนีมาจากเนปาลตอนช่วงอายุ 14-15 ปี แล้วก็เข้าไปเรียนอะไรของเขา แต่งเรื่องต่างๆ นานา ซึ่งเรามาจับได้หมดเลยว่าเขาก็อปปี้”

“ทีนี้ก็เลยถามเขาว่าคุณพ่อคุณแม่อยู่ที่ไหน เขาบอกว่าตอนนี้เขาไปซื้อบ้านอยู่ที่ตลาดไคโร เราก็บอกว่าบ้านแถวนั้นมันไม่มีนะ มันเป็นเหมือนตลาดเน่าๆ เก่าๆ เพราะเราไปบ่อย ก็เลยบอกว่างั้นเอาบ้านเลขที่มาสิ เดี๋ยวจะไปหาไปไคโรเดี๋ยวจะไปเยี่ยมคุณพ่อคุณแม่ เขาก็อ้ำๆ อึ้งๆ เขาบอกว่าที่บ้านเขาทำจิวเวลรี เราก็เลยถามว่าตกลงนี่เป็นคนชาติอะไรกันแน่ เขาก็บอกว่าเป็นคนโอมาน มาอยู่ที่เนปาล”

“เราก็บอกว่าโอมานในประวัติศาสตร์เพิ่งจะสร้างมาได้ 30 ปีแค่นั้น แล้วพวกเขาก็ไม่แต่งงานกับคนต่างชาติหรอก แล้วคนที่เนปาลเองมีแต่ขอทานกับคนที่เป็นโรคเรื้อนทั้งนั้นแหละ แล้วจะมาแต่งงานกับแม่เขาได้ยังไง คงไม่กระเด็นมาถึงทุ่งสงมาเจอแม่ของนาธานหรอก มันไม่ใช่ ไปดูถูกพ่อแม่ได้ยังไง พ่อแม่ก็ดีทั้ง 2 ฝั่งทำไมถึงไม่อยากจะเป็นลูกท่าน อยากจะเป็นใครก็ไม่รู้อุปโลกน์ขึ้นมา”

“เรามารู้ความจริงหลังจากได้รู้จักชาย (เจ้าของร้านตัดผมที่โรงแรมดุสิตธานี) เพิ่งจะมารู้จักเมื่อ 1-2 ปีที่ผ่านมา ชายเขารู้จักแม่ของนาธานเลย พอรู้จักชายถึงได้รู้ว่านาธานเขาอยู่กับยายเขา เรียนอยู่ที่โรงเรียนทุ่งสง แล้วตอน ม.3 มันหนีออกจากบ้านมาเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ ตอนนั้นคงจะออกลายว่าเป็นกะเทยแล้ว หนีตามผู้ชายมา มาอยู่เขาก็ลำบากลำบนแล้วมาจับพลัดจับผลูได้มาเข้าวงการอยู่กับอาร์เอส แล้วเขาก็มาถ่ายแบบ โดยชิเป็นคนพาเขาเข้ามา แล้วก็ไปตอแหลใส่เฮียว่าเป็นลูกครึ่งเนปาล เฮียเขาก็ไม่ค่อยสนใจอยู่แล้ว เขาโกหกทุกอย่าง”

แหล เรื่องที่เขียนในพ็อคเก็ตบุ๊คทั้ง เรื่อง ผมมันเด็กหลังเขา (หิมาลัย) และ โลกนี้ไม่เหงาแล้ว (Not A Lonely Planet) จริงๆ นาธานจำมาจากคำบอกเล่าของ “ตู่” เจ้าของร้านอาหารที่ซิดนีย์ที่เคยให้ความช่วยเหลือ ไม่ได้มาจากชีวิตจริงเหมือนที่กล่าวอ้าง

“อย่างตู่เขาอยู่เนปาลมาเป็นปีๆ เขารู้ พอได้อ่านหนังสือของนาธานเขาก็ขำ เพราะเขาเห็นของจริงมามันไม่ใช่อย่างนี้ที่มันพูดจาบ้าไปเรื่อย เดินผ่านทะเลทราย บอกว่าไปเฝ้าราชินีมันจริงซะทีไหนล่ะ เรื่องจริงควีนโดนฆ่าตายไปหมดแล้ว มีที่ไหนไปฟังเขาเล่ามาอีกที”

“เจอกันครั้งแรกเขาบอกว่าพ่อแม่เขาอยู่ที่ไคโรเราก็สะอึกแล้ว เราก็ถามเขาว่าไปทำอะไร พ่อแม่เธอจะไปขายอะไรที่ไคโร อย่าง ตู่นี่เขาเคยไปอยู่เนปาล เขาส่งเสียให้เด็กเรียนหนังสือ เขาก็ไปเดินภูเขาหิมาลัยกับเด็กที่เขาเลี้ยงไว้ เป็นพวกศาสนาพราหมณ์ มันก็เอาเรื่องที่ตู่เล่าไปใส่ในหนังสือของตัวเอง มีที่ไหนป่าหิมพานต์ ตู่บอกว่าเด็กที่เขาเลี้ยงอยู่บนภูเขาต้องเดินตั้ง 2 วัน แล้วต้องไปหลับตรงกลางทางกลัวเสือจะมาคาบ เขาก็เล่าไปเรื่อยของเขา นาธานก็เอาไปแต่งเป็นเรื่องเป็นราวของตัวเอง เพราะมันโม้ไง มันมีซะที่ไหนล่ะ พูดเลอะเทอะไปหมดแล้ว บ้านเด็กๆ ที่เขาเลี้ยงไว้มันก็อยู่บนภูเขาแต่ต้องเดินถึง 2 วันกว่าจะผ่านภูเขาไป อีนี่มันก็เลยเอามาเป็นเรื่องว่าเวลามันจะไปโรงเรียนมันต้องเดินผ่านภูเขา เป็นลูก โรงเรียนบ้านมันซิอยู่ในป่าหิมพานต์ มีที่ไหนล่ะ กินรี มัคนารีผลไม่มีหรอก สติดีอยู่รึเปล่า”

“อย่างเรื่องหนังสือที่นาธานเขียนที่บอกว่าถูกเอาไปแปลเป็นหลายภาษา แล้วก็บอกว่าได้รับรางวัลยูเนสโกด้วยนี่ก็โม้ ดูซิเรื่องไร้สาระขนาดนั้น ใครเขาจะเอาไปแปล แล้วไอ้ที่บอกว่าเอาเรื่องในหนังสือไปขาย จะขายได้ยังไงในเมื่อลิขสิทธิ์มันเป็นของเจ้าของโรงพิมพ์เขา นาธานเป็นคนขายเองไม่ได้ ต้องโรงพิมพ์เป็นคนขาย นาธานมันแต่งเรื่องอะไรมาก็ไม่รู้แล้วคนก็ยังไปเชื่อมัน”

“ตัวนาธานเองเขาก็รู้ว่าตู่เคยอยู่เนปาลมาก่อน คือตู่เองเป็นคนที่เข้าใจตัวนาธานมาก คือคนที่เข้าวงการมามันต้องเมคอัพสตอรี่กันทั้งนั้น คือพอเป็นลูกครึ่งแล้วมันดูดี แทนที่จะใช้ชื่อว่าธัญญวัฒน์ หยุ่นตระกูล มันก็ไม่ขาย เขาก็เลยต้องเปลี่ยนชื่อ”

แหล เรื่องโกอินเตอร์เล่นหนังฮอลลีวูด แท้จริงแล้วรูปถ่ายที่ประเทศโอมานที่เจ้าตัวอ้างว่าเป็นฉากในหนังนั้น เป็นแค่การจัดฉาก โดยมี “แม่บุญธรรม” รู้เห็นด้วย ซ้ำร้ายแม่บุญธรรมยังเป็นคนทำสัญญาขึ้น แล้วเอาไปแปลเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อใช้แหกตาประชาชน

“กับแม่บุญธรรมของเขารู้สึกว่าจะรู้จักกันมาตั้งแต่ก่อนเขาเข้าวงการ นาธานเองก็ยืมเงินเขาไปใช้ด้วยประมาณ 6 หมื่นบาท เพราะตู่เป็นคนใช้หนี้ให้ ฐานะที่บ้านครูแหม่มเองก็ธรรมดานะ ไม่ได้ร่ำรวยอะไรมากมาย ถ้าเขารวยจริงๆ ก็ต้องออกรับแทนนาธานทั้งหมดแล้วสิ เพราะหนี้สินนาธานเองก็เอามาคืนให้หมดแล้ว 6 หมื่นสดๆ โดยที่ตู่เป็นคนส่งให้เพราะตู่ไม่อยากให้เป็นหนี้ แต่ถ้าปัจจุบันนี้นาธานยังไม่ใช้หนี้เขา ครูแหม่มจะปกป้องนาธานถึงขนาดนี้มั้ย เขาก็กิน

“เรื่องโกอินเตอร์ก็เหมือนกัน นาธานไม่ได้ไปหรอก นาธานโกหก ไอ้ภาพที่เขาแต่งตัวบ้าๆ บอๆ เปี๊ยก(โมเดลลิ่ง)เป็นคนแต่งให้ เขาก็ไปซื้อชุดซื้ออะไรกัน รูปพวกนั้นเขาไปถ่ายกันที่โอมาน ก็จะมีครูแหม่มแล้วก็ลูกสาวเขาไปด้วย แล้วก็เปี๊ยกโมเดลลิ่ง รวมเขาด้วยทั้งหมดก็ 4 คน ตอนที่ไปเขาก็เอาเงินจากที่หลอกเจเจว่าจะเอาไปให้ค่าเช่าบ้าน นาธานก็เอาเงินตรงนั้นไปซื้อตั๋วเครื่องบินไปกัน”

“จำไว้เลยว่าผู้หญิงสาวๆ อาหรับเขาจะไม่มีใครเขาใส่ชุดสีเหลืองบ้าๆ แบบนี้หรอก มาคลุมหน้าคลุมตา คนอาหรับจริงๆ ผู้หญิงเขาแต่งสีดำหมด แล้วที่บอกว่ารู้จักชายาสุลต่านโอมาน คือจริงๆ แล้วไม่มีผู้หญิงไทยคนไหนไปแต่งงานกับเจ้าทางนั้นเลย แล้วคนโอมานเองเขาก็ไม่แต่งงานกับคนต่างชาติ ส่วนอูฐก็ไปหาเอาตามแถวโรงแรมนั่นแหละ แล้วความจริงมันจะมีมั้ย ไปถ่ายหนังแล้วไปติดป้ายชื่อเป็นป้ายทองเหลือง มีป้ายชื่อเป็นพนักงานโรงแรม”

“ถ้านาธานไปถ่ายที่ทะเลสาบเดดซีเขาก็จะมีคนจูงอูฐ จูงม้าให้ขี่รอบๆ ทะเล แต่ต้องเป็นฝั่งทางจอร์แดนเพราะอิสราเอลเราเข้าไปไม่ได้ เห็นมั้ยว่านาธานโกหก เราจับได้ทุกอย่าง เขา ก็ตั้งใจเดินทางไปถ่ายมาด้วยกัน เพื่อเอารูปมาหลอกอื่น แล้วยังมีหน้ามาบอกว่าไปดำน้ำที่ทะเลเดดซี เขาให้มันลงไปดำได้เหรอคิดได้ยังไง”

“แล้วที่ชิบอกว่าเห็นสัญญาที่เขาได้ไปเล่นหนังจริง ก็แม่บุญธรรมนั่นแหละเป็นคนทำขึ้นมา แล้วก็ไปจ้างเขาแปล พอมาขอดูก็ไม่ให้ดู ตัวพาสปอร์ตขอดูก็ไม่ให้ดู มันปั๊มตรายางปลอมในพาสปอร์ตมันทั้งเล่ม ว่าไปนั่นไปนี่ตั้งแต่สมัยไหนแล้ว รู้มั้ยค่ะว่าการที่จะเล่นหนังหรือซีรีย์อะไรของต่างประเทศ สัญญาไม่ใช่ว่ามีแค่หน้าเดียว อย่างตอนนั้นที่มีหนังมาถ่ายที่ออสเตรเลียแล้วใช้คนไทยเยอะมาก เพราะมันต้องเกี่ยวข้องกับคุกที่เมืองไทย สัญญามีตั้ง 30 หน้า เราต้องอ่านให้หมดก่อนที่จะเซ็น”

“แล้วไม่ใช่เซ็นแต่ชื่อและเฉพาะข้างล่างชื่อนะ มันต้องเซ็นรอบๆ หน้าด้วย กระดาษมันมี 4 มุมเราต้องเขียนทั้ง 4 มุม เหมือนเซ็นสัญญาที่อาร์เอสเขาก็ให้เซ็นอย่างนี้เหมือนกัน คุณไม่มีทางที่จะเอาไปปลอมอีกได้ หรือจะไปเซ็นอะไรเพิ่มเติมอีกไม่ได้ มันจะมีเรื่องของการที่หนังเอาไปฉายๆ กี่ครั้ง แล้วเราจะได้เงินกี่เปอร์เซ็นต์ขนาดแค่เล่นเป็นตัวเล็กๆ เป็นคนใช้ เป็นคนกวาดพื้นถนนก็ได้เงินกันหมดเลย แล้วนี่มันอะไรสัญญาอะไรของมัน คนที่เขามาออกมาช่วยนาธานเองก็ไม่รู้จริงไงว่าของจริงมันเป็นยังไง พวกนั้นเขาเองก็มีส่วนรู้เห็นด้วยก็เลยต้องออกตัวไปด้วยกัน”

“แล้วอย่าง ตรายางถ้าไม่ใช่ของนาธาน แล้วมันจะไปอยู่ที่บ้านของเขาได้ยังไง แม่เต็มกับลูกชายจะไปทำเขาทำไม นาธานเขาไม่เคยยอมรับความจริงอะไรเลย ทุกอย่างเป็นคนอื่นหมด คนอื่นไม่ดี คนอื่นเลวนาธานนี่เป็นคนที่น่ากลัวมาก”

“ที่เขาต้องโกหกว่าเขาเล่นหนังก็เพราะเขาอยากสร้างเรื่อง เพื่อที่จะไปเอาเงินจากใครต่อใครได้อีกไง ว่าเดี๋ยวจะเล่นหนังแล้ว เดี๋ยวจะได้เงิน เล่นหนังเสร็จรวมทั้งหมด 6 เดือนเดี๋ยวก็ได้เงิน อย่างตอนที่มันบอกว่าไปถ่ายหนังก็ถามว่าทำไมไม่เอาเงินกลับมา นาธานก็บอกว่าเอาออกมาไม่ได้เดี๋ยวภาษีเล่นงานเขา เขาก็เลยไปเปิดบัญชีเอาไว้ที่อเมริกา เราก็บอกว่าไม่มีเรสซิเดนท์จะไปเปิดได้ยังไง เขาบอกว่าที่กองถ่ายเขาเปิดบัญชีให้แล้วก็เอาเงินเข้าไว้ เราก็บอกว่าโกหกแล้ว ไม่มีทาง ไปจอร์แดนก็บอกว่าไปเปิดบัญชีเหมือนกัน ไปประเทศไหนก็บอกว่าไปเปิดบัญชีไว้หมดเลย”

แหล เรื่องตัวเองแมน ทั้งที่ตอนอยู่ซิดนีย์ชอบเที่ยวบาร์กะเทย แถมยังเคยเอาเงินที่ได้จากแอ๊ะน้องสาวไปต่อขนตา เหลาคาง เสริมจมูก ก่อนแขวะถ้าแต่งตัวเป็นผู้หญิงได้ก็คงแต่งไปแล้ว

“นาธานมันขึ้นหลังเสือมาแล้ว จะลงมาได้ยังไง แล้วเขาเองก็ไม่มีท่าทีที่จะละอายใจในสิ่งที่ตัวเองทำ มันหลอกใครได้มันก็หลอกเขาไปหมดแม้กระทั่งพ่อ แม่ จริงๆ แล้วนาธานก็มีน้องสาวพ่อแม่เดียวกันกับเขาเลย อยู่ที่ซิดนีย์เหมือนกันนะ เขามาเรียนหนังสืออยู่ที่นี่ ก็ยังโทรมาบอกว่าให้ช่วยหางานให้น้องเขาทำ นา ธานเองก็พยายามจะมาเรียนที่นี่ขอให้เพื่อนออกหนังสือรับรองให้ ที่นี่สปอนเซอร์เขาเยอะ ถ้าเขามาเขาก็สบายอยู่ได้ แต่เขาก็คงไม่ทำมาหากินหรอกนะ ให้ไปทำงานที่ร้านอาหารก็ไม่เอา นอนตื่นสาย เที่ยวดึกเข้าเซาว์น่า บาร์กะเทยนี่เขาจะชอบมาก ถ้าเขาแต่งผู้หญิงได้เขาก็คงแต่งไปแล้ว เห็นมั้ยว่าเขาชอบแต่งหน้าทาปาก อย่างครั้งนั้นได้เงินแอ๊ะไป 1 แสนเขาหายไป 10 วันก็ไปต่อขนตา ทำคางทำจมูกใหม่”

“อย่างตู่เองมันก็เป็นประเภทเอ็นดูเด็ก เพราะเขาเป็นกะเทยสาวเหมือนกัน ก็เลยระดมซื้อของให้เงินถึงขนาดดาวน์รถเลยนะ ซื้ออะไรให้ตลอด แต่หลังๆ มาเขาพูดจาไม่ดีใส่ คงเพราะตอนสึนามิเขาได้เงินหลายแสนไง เขาก็เลยมีเงินใช้ ไม่ต้องแคร์ตู่แล้ว เวลาตู่โทรไปรับโทรศัพท์ก็บอกว่าแค่นี้นะ แล้วก็วางหูไป ตู่ก็สงสัยว่าทำไมถึงมาพูดจาปัดๆ เขาเพราะช่วงนั้นเขาเงินเริ่มเข้าแล้วไง หลังจากนั้นตู่เขาก็ไม่ยุ่งกับนาธานอีกเลย”

แหล เรื่องโกอินเตอร์จน “แอ๊ะ นันทนาพร พรายแสง” น้องสาวแท้ๆ เชื่อสนิทใจ พร้อมหลอกล่อบอกว่า ถ้าได้เงินจากการเล่นหนังฮอลลีวูดจะซื้อบ้านราคา 10 ล้าน และรถเบนซ์ให้ จนอีกฝ่ายเคลิ้มยอมให้เงินไปหลายแสนบาท ตกเป็นเหยื่อของนาธานอีกราย

“ที่เรารู้เรื่องของเขาเพราะว่ามันเกี่ยวกับคนที่เรารู้จักใกล้ชิด เราก็เลยได้รับรู้เรื่องราวตั้งแต่แรก เขา ไม่รู้ตัวว่าเรารู้ว่าเขาโกหก เขาเล่นละครเก่ง ช่วงแรกๆ ตู่เป็นคนส่งเงินให้นาธานไปดาวน์รถ แล้วแอ๊ะเป็นคนค้ำประกัน แล้วนาธานไม่มีเงินผ่อนเขาก็โทรมาเล่นคนค้ำประกันก็ต้องไปจ่ายให้ครั้งละ 1.6 หมื่น แล้วมีอยู่ช่วงนึงที่นาธานหายไป แล้วไม่ได้ผ่อนรถ แอ๊ะก็ให้พี่ดำเดินไปส่งค่างวดรถให้นาธานที่ธนาคารธนชาต มันมาทำกับที่นี่ไว้เยอะมาก พี่ดำเก็บไว้เป็นลิสต์เลย มันหลอกต้มทุกคนที่นี่โดนกันเยอะ เราเองก็โดนแต่ว่าโดนไม่มากไง แค่ซื้อตั๋วเครื่องบินให้เขาไปกัวลาลัมเปอร์ เราก็ไม่ได้ซื้อให้ แค่โอนเงินไปให้เขา 6 พันก็ช่างมันเถอะ แต่ที่เจ็บใจที่คนรอบข้างของเราที่ต้องมาโดนนาธานหลอก”

“อย่าง แอ๊ะเองเป็นน้องแท้ๆ เขายังไม่เลือกเชื่อเราเลย ไปเชื่อนาธาน เวลาที่นาธานโทรศัพท์มาปุ๊บเดี๋ยวเขาก็ต้องรีบวิ่งไปโอนเงินเลย ตอนนั้นที่นาธานหนีนักข่าวมาจากที่ สน.หัวหมากที่วิ่งโร่กันมาทั้งแม่เต็ม ทั้งแจ๊ค ทั้งไอ้เปี๊ยก ร้องห่มร้องไห้มากันหมดเลย เราก็เลยถามว่าหนีมาทำไมล่ะ เขาก็บอกว่าพี่ชิบอกให้หนีไม่ให้อยู่ พี่ชิจะเป็นคนแถลงข่าวเองตอนเรื่องเจเจ เขาบอกเจเจทำไปเพราะอยากดิสเครดิตเขา”

“ตอนมันเอาเงินของแอ๊ะไป 1.2 แสน แล้วไปลงหุ้นกับเขา แล้วมันก็ไปดึงกลับคืนมาบอกว่าฝากซื้อเต้นท์ธิเบตให้โอนเงินมาให้ นันทนาพร พรายแสง เจเจเขาก็โอนมา แอ๊ะยังบอกเลยว่าดีนะได้เงินมาแล้ว 6 หมื่นที่นาธานยืมไป แต่ปรากกฎว่าไปโกหกตอแหลเขาบอกว่าเป็นคนขายเต้นท์ ก็กลายเป็นว่านาธานไปทำพีอาร์ให้เขาคิด 1.5 แสน แต่จริงๆ แล้วนาธานไปลงหุ้นกับเขา แล้วก็นอนกินกันอยู่ที่นั่นไม่ได้ไปต่างประเทศเลย คือเขาเชื่อของเขามากๆ เลยนะ ตอนนั้นเจเจโทรมาหาแอ๊ะให้ไปเป็นเจ้าทุกข์ร่วมเราโดนนาธานมันโกงเงินแล้ว แอ๊ะเขาก็ไม่ยอม คือเขาเชื่อทางนาธานคือถ้าตอนนี้แอ๊ะมีเงินอาจจะออกเงินให้นาธานใช้หนี้หมด แล้ว”

“ทุกครั้งที่นาธานมาขอยืมเงินกับ แอ๊ะ จะให้เหตุผลว่าวางมัดจำตั๋วเครื่องบินที่จะไปภูฎาน ถ้าเก็บเงินได้จะเอามาคืนให้หมด แล้วก็ให้แอ๊ะไปฟรีด้วย แอ๊ะก็ดีใจ อีกรอบนึงมาบอกว่าจะขอไปฝรั่งเศสบอกว่าเดี๋ยวเก็บเงินจากลูกทัวร์ได้แล้ว เดี๋ยวจะเอามาคืนให้ทั้งหมดแต่ก็เงียบหายไป แอ๊ะเขาก็ยังเชื่อ เขายังตาบอดอยู่ เงินของแอ๊ะไปเอามานาธานก็ไม่รู้ไปกู้สหกรณ์มารึเปล่า เพราะเงินเก็บของแอ๊ะที่ไว้ก็คงเอามาให้นาธานหมดแล้ว แต่ครูแหม่ม แม่บุญธรรมของเขาก็มาบอกว่าจะไปจำนองบ้านมาคืนให้ แอ๊ะมันก็มีความสบายใจบ้างว่าเงินจะได้เงินคืน แต่พี่มั่นใจว่าคงไม่ได้คืนหรอก นาธานจะเอาที่ไหนมาคืน”

“นาธานเขาก็ไปทำตั๋วทำอะไรจากคนที่ชื่อรจนา ที่ทำงานบริษัททัวร์ฟาร์อิสท์ มีอยู่ช่วงนึงเพื่อนของแอ๊ะซื้อตั๋วเครื่องบินไปเกาหลี แล้วนาธานกับรจนาไปทำของเขาพังพินาศหมด ค่าตั๋วเป็นแสน พี่ดำจะต้องช่วยติดต่อกับการบินไทยบุ๊คกิ้งให้ใหม่หมดเลย ไม่งั้นเดี๋ยวเขาเอาตายเพราะไปเอาเงินเขามาแล้ว ตอนนั้นเราก็ไว้ใจไงเห็นว่าถูกกว่า 500-600 บาท ซิกแซ็กได้ ที่แท้ก็ไม่ได้ไปรู้จักใครเขาหรอก แต่สุดท้ายนาธานก็ทำให้เขาไม่ได้ อย่างตอนนั้นก็ไปอ้างกับทัวร์ว่า ชาตรี โสภณพานิชบอกว่าให้ทำทัวร์ไปภูฎาน 16 คน เขาก็วางมัดจำ 1 แสน แล้วมันก็หายหัวไป แล้วสักพักก็ให้คนที่ชื่อรจนาโทรมาอีกบอกว่าขออีก 1.2 แสน จะไปฝรั่งเศสก็ให้ เพิ่งมารู้ทีหลังตอนความแตกว่าจริงๆ แล้วเอาเงินไปหุ้นกับเจเจ”

“อย่างครั้งนึงชายซื้อตั๋วเครื่องบินจ่ายตังค์ไป 1.8 หมื่น ตั๋วก็ไม่ออกมาให้เขาแต่ว่าขึ้นเงินไปเรียบร้อยแล้ว นาธานมาทำผมที่ร้านเขาบ่อยมาก เขาก็ไม่ว่าแล้วบอกว่าเพิ่งกลับมาจากอเมริกา ทั้งๆ ที่เพิ่งออกไปจากร้านทำผมที่ร้านเขากับแอ๊ะ บอกว่าวันรุ่งขึ้นจะเดินทางไปจอร์แดน เราก็ถามว่าเครื่องออกกี่โมง จะให้ไปส่งมั้ย เขาก็บอกว่าไม่ต้องหรอก เขานั่งแท็กซี่ไปได้ แล้วเครื่องจริงๆ มันออกเที่ยงคืน เขาก็บอกว่าออกบ่ายโมงคือเขารู้ไม่จริงมาทั้งนั้นไงค่ะ อุปโลกน์ทั้งนั้น เราเองก็ไม่อยากจะว่า แล้วเขาก็หายต๋อมไปเลย”

“แอ๊ะเองเขาก็ยังไม่เชื่อเขายังเชื่อนาธานอยู่ เราบอกว่ามันไม่ได้ไปเมืองนอก มันไปเล่นฟิตเนสอยู่ที่โรงแรมเจอกับณวัฒน์(อิสรไกรศีล)ด้วย นาธานยังบอกกับณวัฒน์เลยว่าพี่อย่าไปบอกใครนะ ว่าเจอกับนาธานที่นี่ แต่เรื่องมันเพิ่งปูดออกมาตอน กรกฎาคมที่ผ่านมานาธานโทรมาบอกแอ๊ะตลอดเวลาว่าอยู่จอร์แดน เราก็บอกว่าไปได้ยังไงก็บอกว่าประเทศพวกนี้มันต้องใช้วีซ่าเข้า นาธานเขาก็บอกว่ากองถ่ายเขาจัดการให้เสร็จสรรพ เงินก็ฝากไว้ที่อเมริกาเอากลับมาไม่ได้เดี๋ยวเจอภาษี แอ๊ะก็ยังเชื่อ

“แอ๊ะเขาไม่อ่านอินเตอร์เน็ต เขาไม่อ่านหนังสือพิมพ์ เขาไม่ยอมรับรู้ข่าวสารอะไรเลย เชื่อแต่อีนาธาน คนอื่นเห็นเป็นไม่ดีไปหมด แล้วมันยังมาตอแหลใส่แอ๊ะด้วยนะ ว่าชิจะมาขอดูแลเรื่องเงินเรื่องทองให้ นาธานก็บอกว่าเดี๋ยวให้น้าแอ๊ะจัดการดูแลให้ แอ๊ะเขาก็ปลื้มไง จะซื้อบ้าน 10 ล้านตรงนั้นตรงนี้ จะซื้อรถเบนซ์ใหม่ ไปดูรถไปดูอะไรกัน ไอ้คันเก่า 1.6 หมื่นมันยังไม่มีจะผ่อนเลย แอ๊ะเขาก็ไปหลงปลื้มว่าเดี๋ยวมันได้เงินเป็นสิบๆ ล้าน จะซื้อบ้านซื้อเบนซ์ เอาเงินไปทัวร์ยุโรปกัน ฝันหวาน หนังมันไม่มีหรอก แม้แต่หนังฟอร์มเล็กก็ไม่มี ถ้าเป็นหนังโป๊ก็พอได้”

แหล กับสื่อเรื่องไม่ได้ยืมเงินตากับยายของ “น้องอ้อม เด็กดักแด้” แต่กลับไปยอมรับกับ “แอ๊ะ” น้องสาว แต่ยืนยันว่าคืนให้กับแอ้มน้องสาวอ้อมเรียบร้อยแล้ว

“จริงๆ แล้วนาธานเอาเงินจากยายกับตาไปจริงๆ แล้วเงินที่อยู่ในเอทีเอ็มอ้อมมันก็เอาไปกดจริงๆ นาธานเขาบอกน้าแอ๊ะเอง แล้วยังบอกอีกว่าเขาคืนไปหมดแล้วที่ แอ้ม น้องสาวอ้อม เขาคืนไปตั้งนานแล้วด้วย แล้วนาธานก็บอกว่าคนที่แสบคือยาย คนเขาบริจาคมาให้เป็นล้านแต่ยายอมหมด ดูซิน้องอ้อมสภาพอย่างนั้นยังไปเอาเงินเขามาได้ยังไง เราเองต้องสงสารเขายังจะไปคุยโม้กับเราว่าช่วยเงินเขาอีก แต่ที่แท้ไปเอาเงินของเขามาจนเกลี้ยงเลย”

“นาธานบอกว่าแอ้มรู้เรื่องดี แอ้มกำลังให้ข่าวกับทางหนังสือพิมพ์อยู่ว่านาธานคืนเงินให้หมดแล้ว คน ที่แสบคือยายของอ้อม คือยายแกก็ขนาดนั้นแล้วแกก็คงไม่มานั่งโกหก แล้วน้องแอ้มออกมาให้สัมภาษณ์ว่านาธานเอาเงินมาคืนแล้ว เขาเองได้เห็นรึเปล่าว่านาธานเป็นคนเอามาคืน เราต้องฟังหูไว้หู แต่มันเป็นไปไม่ได้ที่ยายจะมาว่านาธาน ถ้านาธานเอาเงินมาคืนจริงทุกอย่างก็ต้องจบไป”

บอก สื่อว่าไม่ได้ยืมเงินแม่บ้านไป แต่ลับหลังแอบส่งคนไปเคลียร์หนี้สิน พร้อมยื่นเงื่อนไขขอแลกกับหลักฐานทั้งหมด และขอเคลียร์ลับหลังไม่ยอมไปที่โรงพัก

“อย่าง นาธานต้องจับให้มั่นคั้นให้ตาย มันต้องมีหลักฐาน แต่ตอนนี้แม่เต็มเขามีหลักฐานแล้วไง นาธานมันถึงกลัวมันถึงให้เปี๊ยกมาเคลียร์ พูดง่ายๆ คือติดคุกแน่งานนี้ เรื่องที่แม่เต็มเอาที่ดินของแม่เขาออกมาจำนอง แอ๊ะเองก็เป็นคนติดต่อให้นะ เพราะเพื่อนเขาเป็นที่ดินจังหวัด นาธานบอกว่าเห็นมั้ยมีคนช่วยอำนวยความสะดวกให้ แม่เต็มเขาก็ไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น แต่คงไม่มีปัญหาอะไรแล้ว เพราะแม่เต็มมีหลักฐานเป็นบัญชีที่โอนเงินให้นาธาน ที่นาธานไปท้าเขา นี่ไงเขาก็มีแล้วไง”

“วันนั้นเขาก็เลย เปลี่ยนเรื่องให้เปี๊ยกโมเดลลิ่งโทรไปบอกแม่เต็มว่า เขาจะใช้หนี้ เขาขอเคลียร์จะขอดูหลักฐานก็เลยบอกว่างั้นก็ขึ้นมาอำนาจเจริญเร็วๆ เพราะหลักฐานมันอยู่ที่โรงพักแล้ว ที่พี่ดำรู้เพราะว่าชายเขาเป็นคนให้เงินแม่เต็มไปอำนาจเจริญ แอ๊ะเองแต่ก่อนเขาก็เคยช่วยแม่เต็มตอนที่นาธานมันหายหัวไป ค่าใช้จ่ายอะไรต่างๆ เขาก็ส่งเงินให้ทีละ 3-4 พันเพราะนาธานทิ้งเขาเลย แล้วครั้งสุดท้ายมันก็ขนของทิ้งให้เขาอยู่ เขาถึงขนเอาตรายางออกมา แล้วยังจะมาปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ แล้วแม่เต็มเขาจะไปทำได้ยังไงพวกตรายางประเภทนั้น”

“ก่อนหน้านั้นนาธานบอกว่าเขาเป็นคนให้เงินแม่เต็มมาตลอดเวลา แล้วเขาก็เป็นหนี้เป็นสินกันเหลือไม่เท่าไหร่ ซึ่งพี่ชิจะเป็นคนจดไว้ทุกครั้งที่เอาเงินให้แม่เต็มไปทำนาทำไร่อะไรของเขา ที่นาธานเอาของแม่เต็มไปทั้งหมดรวมกันแล้ว 4 แสนกว่าบาท”

เผย “นาธาน” เคยแฉเรื่อง “ชิ” ผู้จัดการส่วนตัวให้ฟังบ่อยๆ ว่าชอบมารีดไถ
“เงิน ที่ได้มานาธานเขาไม่ได้ใช้คนเดียวทั้งหมดหรอก ตัวผู้จัดการนาธานก็ไถของมันไปด้วย คือที่ผ่านมาที่เป็นแบบนี้คือมันไม่มีจะใช้ ตั้งแต่ตอนที่มาทำงานที่ซิดนีย์แล้ว ว่าได้เงินไปก็ต้องแบ่งกับชิครึ่งนึง ทุกครั้งที่ผ่านมาเดี๋ยวชิก็จะมาไถมารีด ชิกับนาธานมีอะไรเขาจะต้องแบ่งกัน ได้อะไรมาต้องแบ่งเพราะชิเองปัญหาเรื่องเงินเยอะมาก เดี๋ยวก็โดนจับ เดี๋ยวก็เช็คเด้งมีนักเลงมาทวงหนี้ นาธานก็ต้องช่วย อย่างล่าสุดที่หลานชายชิโดนจับ นาธานเขาก็ต้องวิ่งหน้าตั้งหาเงินไปช่วยเขา ทุกๆ อย่างของนาธานอยู่ในกำมือของชิหมดเลย เขาก็เหมือนต้องเป็นเพื่อนช่วยๆ กัน อย่างนาธานเขาอยู่ที่ไหนเขาก็อยู่ได้”

“ตัวเอกชัยเขาคงไม่ทราบ ถึงได้หลวมตัวมาช่วย เขาเองก็คงคิดว่ามันมีหนี้นิดๆ หน่อยๆ ไม่ใช่ว่าเป็นหลายแสนขนาดนี้ เพราะค่าใช้จ่ายนาธานเขาเยอะมากนะ ไหนจะค่าเช่าบ้านก็เดือนละหมื่นแล้ว ไหนจะค่าผ่อนรถมันต้องหาทางนั้นมาโปะทางนี้ เลยต้องมาโม้ส่งว่ามาเล่นหนังเมืองนอกเดี๋ยวได้เงินมาเยอะแยะ จริงๆ แล้วเขาไม่มีรายได้ไม่มีอะไรเลย ขอทำเครดิตการ์ดยังไม่ได้เลย แอ๊ะต้องออกการ์ดเสริมให้ เขาก็กลัวมันไปเล่นหนังเมืองนอกลำบากไม่มีจะกินขึ้นมา สรุปคือคนที่เขาพยายามดึงมาร่วมในการแถลงข่าวของเขาทุกครั้ง มีส่วนรู้เห็นในเรื่องที่เขาทำหมดเลย ทุกคนเลยช่วยกันหมดเลยก็เลยต้องออกตัวไปด้วยกัน นาธานนี่เป็นคนที่น่ากลัวมาก”

“ก็อยากขอให้นาธานเลิกทำตัวแบบนี้ ไม่ว่านาธานจะนับถือศาสนาอะไรมันเป็นบาปที่ไปเอาของคนอื่น ไปเบียดเบียนคนอื่นโดยที่เขาจะชอบหรือไม่ชอบ ซึ่งเขาก็ยินดีให้สำหรับคนที่เขาชอบนาธาน แต่กับบางคนที่เขาคิดไม่ถึงว่านาธานไปหลอกเอาเงินเขาด้วยการใดก็ตาม ก็เลิกเถอะ แล้วหาทางใช้คืนเขาซะ แม่เต็มเองเขาก็เป็นคนที่ช่วยเหลือนาธานมาตลอด ก็ยังไปว่าเขาว่าเป็นคนไม่ดี เป็นตัวแสบให้ระวัง”

“คนที่นาธานไปเอาเงินจากเขามาเป็นตัวแสบทั้งนั้นเลย ตัวนาธานดีมาก ซึ่งจริงๆ แล้วมันไม่ใช่ นาธานเองต่างหากที่เป็นคนตัวแสบ มันไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายพูดกันให้มันรู้เรื่องว่าเอาเงินไปทำไม อย่างที่หลอกน้าแอ๊ะก็ดีหรือใครก็ดี ไม่มีอะไรที่เป็นเรื่องจริงเลย พวกที่โดนนาธานหลอกเราก็เห็นใจ แต่ว่าควรจะเลิกให้นาธานได้แล้ว บาปบุญคุณโทษมันมีจริง มันอยู่ที่จิตใจแต่กฎหมายบ้านเมืองมันก็มี ไม่ใช่ไปฉ้อโกง หลอกลวงหรือว่าไปแอบอ้าง อย่างเรื่องไปเล่นหนังฮอลลีวูดนี่คือไปแอบอ้างมันไม่ใช่เรื่องจริง”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

Advertisements