เอกชัย ศรีวิชัย พลิกลิ้น ตัดขาดอยู่คนละโลกกับ “นาธาน” พร้อมไม่จ่ายหนี้แทนแล้ว ด้าน “ชิ” ก็ตัดหางเลิกเป็นผจก.


เอกชัย ศรีวิชัย

เอกชัย ศรีวิชัย

“เอกชัย” แจงเปล่าพา “นาธาน” หนีไปนอร์เวย์ บอกอีกฝ่ายมีคดีความออกนอกประเทศไม่ได้อยู่แล้ว เลิกปกป้องหลังโดนแฟนเพลงชาวใต้ด่า ประกาศตัดขาดขออยู่คนละโลก และไม่จ่ายหนี้แทนแล้ว ขู่ฟ้องสื่อถ้ายังไม่เลิกเอาชื่อไปเอี่ยวเรื่อง “นาธาน” เชื่อปัญหาทั้งหมดเกิดจากมีผู้จัดการคนเดียวกัน ด้าน “ชิ” ก็ตัดหาง “นาธาน” เลือกที่จะอยู่ข้าง “เอกชัย”

เคยออกมาพูดปกป้อง และเปิดบ้านให้ “นาธาน โอร์มาน” พักพิง หลบหน้าผู้คนยามที่เจอมรสุมข่าวฉาวรุมกระหน่ำ แถมนักร้องแดนสะตอ “เอกชัย ศรีวิชัย” ยังประกาศยินดีจ่ายหนี้แทน “นาธาน” อีกทั้งไม่ว่าน้องชายสุดเลิฟจะโดนสังคมตราหน้าครหาเพียงใด เจ้าตัวลั่นไม่มีทางตัดขาด “นาธาน” แน่ เพราะเป็นคนใต้บ้านเดียวกัน และเขาก็รัก “นาธาน” เหมือนน้องชายแท้ๆ พร้อมกับแสดงความมั่นใจว่า การอุ้มชูปกป้อง “นาธาน” ในครั้งนี้ จะไม่ส่งผลกระทบต่อเรตติ้งของแฟนเพลง

แต่เรื่องดันกลับตาลปัตร หลังมีกระแสข่าวว่า “เอกชัย” เตรียมพา “นาธาน” บินหนีไปพึ่ง “ทักษิณ” ที่นอร์เวย์ ก็เกิดกระแสต่อต้านจากแฟนเพลงชาวใต้ รุมจวกด่านักร้องแดนสะตอซะเสียหาย เจ้าตัวเลยให้ผู้จัดการส่วนตัว “ชิ อนุชา ลังประเสริฐ” จัดแถลงข่าวด่วนที่เมืองไทย เพื่อยืนยันว่าการเดินทางไปนอร์เวย์ในครั้งนี้ ไม่มี “นาธาน” ไปด้วย รวมทั้งยังให้น้องชายสุดเลิฟช่วยโฟนอินคอนเฟิร์มต่อหน้าสื่ออีกแรง

ล่าสุด “เอกชัย” ได้เดินทางกลับถึงเมืองไทยเมื่อกลางดึกคืนวาน (16 พ.ย.) และได้จัดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนขึ้นที่บ้านพักย่านลำลูกกา คลอง 5 เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา โดยการแถลงข่าวครั้งนี้”เอกชัย” ได้ออกมาเคลียร์ตัวเอง เรื่องพา “นาธาน” หนีไปนอร์เวย์ รวมทั้งยังประกาศตัดขาด ขออยู่คนละโลกกับน้องชายสุดเลิฟด้วย

“ที่มีข่าวออกมาทางหน้าหนังสือพิมพ์ว่า นาธานหนีข่าวฉาวไปนอร์เวย์พร้อมเอกชัย รวมทั้งในอินเตอร์เน็ตต่างๆ ที่ประโคมข่าวเรื่องนี้ จริงๆ อยากจะบอกว่าการเดินทางไปต่างประเทศของผม ไม่ได้เหมือนไปตลาด ผมว่าผู้สื่อข่าวเองก็รู้ว่า การเดินทางไปต่างประเทศนั้นจะต้องมีอะไรบ้าง คนไทยทุกคนต้องมีพาสปอร์ต ซึ่งมีอยู่เล่มเดียว และต้องมีวีซ่า ซึ่งการที่จะได้วีซ่าก็ต้องไปขอที่สถานทูตก่อน ดังนั้นมันไม่มีทางที่จะปุบปับไปได้แน่”

“แล้วโดยส่วนตัวผมไปนอร์เวย์มาประมาณ 5-6 เที่ยวแล้ว ผมไปต่างประเทศทุกครั้ง ก็จะไปพักที่นอร์เวย์ เพราะเป็นความชอบส่วนตัว ปกติเวลาไปผมจะกลับมาเปิดวงวันที่ 25 ธันวาคมทุกปี จะไปพักอยู่นั่นประมาณ 15-20 วัน แต่ปีนี้โชคดีก็เลยได้ไปแค่ 10 วัน เพราะว่าร้อนใจ หลังจากที่ได้รับทราบข่าวทางอินเตอร์เน็ต ไม่เคยนึกไม่เคยฝันมาก่อนว่าเรื่องนี้มันจะใหญ่ ทั้งๆที่ผมไปทัวร์คอนเสิร์ต วันแรกหิมะตก เพิ่งจะวิ่งออกไปงาบหิมะได้ 1-2 นาที เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมาว่า ตอนนี้ที่เมืองไทยมีปัญหาแล้ว ก็เลยต้องรีบกลับ”

“สิ่งที่ผมอธิบายพูดออกมา เพื่อให้แฟนเพลงของผม ที่รับชมรับฟังได้ทราบว่า คุณนาธานได้เดินทางไปกับผมหรือเปล่า ง่ายๆก็คือเช็คแบบคนปัญญาอ่อน เข้าไปอินเตอร์เน็ตแล้วเช็คจากการบินไทย เที่ยวบินที่ TG954 จะมีลิสต์รายชื่อของผู้โดยสารทั้งหมด ก็จะรู้ว่ามีใครไปทั้งหมดกี่คน แต่เอาให้แน่นอนที่สุดไปเช็คได้หลังเช็คอินปิดเค้าน์เตอร์แล้ว ก็จะทราบว่ามีใครไปบ้าง”

“แต่ที่เช็คได้แน่นอนเลยคือที่ตม. (ด่านตรวจคนเข้าเมือง) ทุกคนก่อนจะผ่านตรงนี้ ต้องเขียนใบเข้าออก ก็จะมีการปั๊มตราว่าเราเดินทางออกต่างประเทศในชื่อนี้นามสกุลนี้ ทีนี้ก็จะมีคำถามตามมาอีกว่า ปลอมชื่อเดินทางไปได้หรือเปล่า ผมคิดว่าคำถามแบบนี้ เป็นการดูถูกการทำงานของข้าราชการเมืองไทยโดยสิ้นเชิง เพราะถ้าปลอมชื่อเป็นใครเดินทางออกนอกประเทศได้ ผมว่าป่านนี้ระบบราชการตรงนี้คงล้มเหลว ชื่อถ้าไม่ตรงกับพาสปอร์ตหรือตั๋วของคุณ ผิดแค่ตัวสะกดตัวเดียวก็ไม่สามารถเดินทางได้แล้ว”

“อีกเรื่องนาธานได้ถูกแจ้งความไว้ การที่ถูกแจ้งความไว้ไม่มีใครสามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ อันนี้นักข่าวไม่รู้เหรอ ถึงได้บอกว่าหนีไปต่างประเทศ ถ้าโดนแจ้งความมันไม่ได้นะ ทุกอย่างจะถูกบล็อกไว้หมดที่ตม. อันนั้นชัดเจนมากเลย คนที่ถูกแจ้งความเดินทางไปต่างประเทศไม่ได้ จนกว่าคดีนั้นจะเคลียร์ จะให้ผมยืนยันกี่สิบล้านเปอร์เซ็นต์ ก็ยังยืนยันว่าไม่มีคนชื่อ นาธาน เดินทางไปกับผมแน่นอน”

“วันนี้ผมมีหลักฐานพิสูจน์ว่า การเดินทางเป็นยังไง ทีนี้เหตุการณ์ที่พูดออกไปแล้ว ใครจะรับผิดชอบผม แล้วใครจะรับผิดชอบแฟนเพลงของผม ที่เสียความรู้สึกไปแล้ว วันนั้นนาธานก็ไม่ได้ไปส่งผมด้วย ผมไปกับทีมงานที่ทำเกี่ยวกับเสื้อผ้าส่งออกด้วยกัน คือคนๆนี้มีพี่สาวอยู่ที่นอร์เวย์ แล้วผมมีโปรเจกต์จะไปเปิดตลาดเสื้อแบรนด์เนมของตัวเองที่นั่น ก็เลยชวนเขาไปด้วยกัน เขาสามารถการันตีให้ผมได้”

“ผมก็อยากถามผู้สื่อข่าวที่มาทำข่าวตรงนี้ ล้วนแล้วได้รับคำสั่งมาจากบก.(บรรณาธิการ) ผมจะถามว่าบก.ข่าวนั้นมีสปิริตมากแค่ไหน กับการที่ข่าวออกมาแบบนี้ว่าผมไปกับนาธาน หรือนาธานจะไปกับผมก็ตามแต่ คือเราทำงานแบบนี้จะต้องสนใจ และเคารพต่อผู้บริโภค เวลานี้เท่าที่เห็นทีวีช่องใดช่องหนึ่งกุข่าวนี้ขึ้นมา แล้วก็ไม่รับผิดชอบต่อคำพูด เขาบอกว่านาธานได้หนีไปกับผม จริงๆจะบอกว่าถ้าหากมีคนโทรศัพท์มาแจ้งข่าวคุณ คุณสามารถเช็คได้ทุกเรื่อง สามารถสืบได้ กับอีแค่คนเดินทางไปต่างประเทศจะจริงหรือไม่จริง แล้วเมื่อข่าวมันออกไปแบบนี้ ผมถามหน่อยใครจะรับผิดชอบ ใครจะขอโทษกับแหล่งข่าวที่คุณได้บอกขึ้น ยังไงผมก็ขอฝากเอาไว้ว่า ไม่รู้ว่าอายกันบ้างหรือเปล่า ผมว่าวิธีการนำเสนอข่าวแบบนี้ เขาเรียกว่าเห็นแก่ได้ คือเห็นเป็นข่าวดาราแล้วเอาแต่ได้ ใครจะเสียหายก็ช่างมัน ใครอยากพูดอะไรกูก็พูดไป เพราะกูมีภาพมีปาก ซึ่งประเด็นนี้ก็ขอฝากไว้ด้วย”

ยืนยันเปล่าปกป้อง “นาธาน” มาโดยตลอด แจงเพราะเห็นเป็นเด็กใต้เลยให้ความช่วยเหลือ

“ส่วนเรื่องของน้องนาธาน ถ้าไปเอาภาพมาดูอย่างถี่ถ้วน การใช้คำว่า เอกชัย กระโดดปกป้อง อันนั้นเป็นการขายข่าวของน้องๆ สื่อ แต่ความจริงคืออะไร ความจริงคือผมบอกว่าเรื่องราวของเขา ที่เขาเคยไปก่ออะไรมาก็ช่างเถอะ เขาปลูกมะเขือก็ต้องได้กินมะเขือ เขาทำอะไรที่เป็นความจริงไว้ มันก็ต้องเป็นความจริงแน่นอน แต่สิ่งที่ผมหันไปมองแว่บหนึ่ง ผมมองทางคุณธรรม เอาง่ายๆ ผมมองเห็นว่าเขาโดนเตะโดนกระทืบ เพราะคุณไปแย่งขนมของใครกินก็ช่าง แต่ผมบอกว่าอย่ามาเตะต่อหน้าผม เพราะมันเป็นเด็กใต้ เรื่องราวทั้งหมดมีประเด็นอยู่แค่นี้เอง ไม่ได้มีอะไรนอกเหนือไปจากนั้นเลย ไปดูเทปได้เลยที่ผมเคยพูดไว้ เขาเคยทำอะไรไว้ก็ต้องรับผิดชอบตรงนั้น”

“ผมไม่ได้บอกว่านาธานผิด แล้วผมต้องออกมารับผิดชอบ ความจริงก็คือความจริง สิ่งที่เขาทำมาก็ต้องได้รับสิ่งนั้นแน่นอน ผมจะพูดในเรื่องของคุณธรรม ผมแค่เห็นว่าเขาเป็นเด็กใต้ เขาจะผิดหรือไม่ผิด ผมก็ไม่มีสิทธิ์ไปบอกว่าเขาผิดหรือถูก เพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวของเขาที่ไปทำมา ส่วนหน้าที่อะไรที่คุณอยากจะรู้ คุณก็ไปตามกันต่อ แต่วันหนึ่งถ้านาธานบอกผมว่า พี่เอก…ผมขอกินข้าวสักมื้อ ผมก็จะยังให้เขากิน แต่ไม่ได้หมายความว่าการที่ผมให้กินข้าว จะหมายถึงการให้ความช่วยเหลือ เอาเป็นว่าประเด็นผมกับนาธาน เพราะผมเห็นว่าเขาพูดภาษาใต้ และหันไปดูเขา เพราะเขาเป็นเด็กใต้เท่านั้นเอง”

ประกาศตัดขาด “นาธาน” พร้อมขู่สื่อหากยังเขียนข่าวดึงไปเอี่ยวโดนฟ้องแน่

“ถ้าจะพูดให้ทุกคนสบายใจ นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ตัวผมเองกับน้องนาธานคือ เราต่างคนต่างอยู่กันคนละโลก ไม่เกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ยุ่งไม่เกี่ยว ไม่เกี่ยวข้องอะไรทั้งหมด ส่วนตัวผมก็จะทำงานทางด้านบันเทิงของผมไป ตัวนาธานเองจะเป็นยังไง จะรับวิบากกรรมยังไง ก็คือเรื่องของเขา ผมไม่ต้องมาพูดวันนี้ ก็เป็นของผมแบบนี้อยู่แล้ว คือไม่ได้ยุ่งไม่ได้รับผิดชอบตรงนั้น เพียงแต่ตอนนี้ขอบอกผ่านสื่อไปเลยว่า อะไรที่เกี่ยวข้องกับนาธาน อย่าดึงผมเข้าไปเกี่ยวข้องอีก ไม่เช่นนั้นเราคงมีการโมโหกันเกิดขึ้น จะโมโหกันโดยวิธีไหนก็ไม่รู้”

“บ้านเมืองนี้เราอยู่ในตัวบทกฎหมาย ฉะนั้นแน่นอนที่สุดนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ถ้ามีเรื่องอะไรเกี่ยวกับนาธาน แล้วเอาผมไปเกี่ยวข้องอีก วันนั้นคงจะต้องคุยกันที่ศาลแน่นอน เพราะไม่ยุ่งไม่เกี่ยว จริงๆ จะใช้คำว่าไม่ยุ่งแล้วไม่ได้ เพราะไม่เคยยุ่ง แต่ถ้าถามว่านาธานจะมาขอกินข้าวที่บ้านอีกได้มั้ย ก็ได้ ถ้ามันหิวก็มากินได้ปกติเหมือนเดิม”

เผยปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้น เกิดจากมีผู้จัดการส่วนตัวคนเดียวกัน ประกาศกร้าวให้ “ชิ” เลือกอยู่เพียงข้างใดข้างหนึ่งเท่านั้น

“เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น หลายคนที่ไม่รู้จักนิสัยเอกชัย หลายคนไม่รู้จักตื้นลึกหนาบางของเอกชัย ก็เลยต่างคนต่างเอาความคิดของตัวเองมาตัดสินเอกชัย อย่างเช่นผมกับนาธานไม่ได้มีความสัมพันธ์สนิทลึกซึ้งอะไรเลย กับอีแค่เด็กคนนึงที่พูดใต้ แล้วผมหันไปมองที่กำลังโดนกระทืบเท่านั้น ถาม ว่าทำไมมันถึงเป็นกระแสข่าว แล้วทุกคนมองไปแบบนี้ เพราะมีปัญหาอยู่คนเดียว คือมีผู้จัดการคนเดียวกัน ก็คือคุณชิ (อนุชา ลังประเสริฐ) ซึ่งเป็นผู้จัดการนาธานมาก่อน แล้วมาเป็นผู้จัดการเอกชัย ต่างๆเหล่านี้คุณนาธานเองก็ควรที่จะคุยกับคุณชิ”

“ตัวผมเองไม่เคยมีเบอร์โทรศัพท์น้องเลย แล้วผมไม่เคยถามเรื่องส่วนตัวของใครเลย แม้แต่เพียงนิดเดียว ผมมีลูกน้องเยอะ และมีคนที่ทำงานร่วมกัน 2-3 ร้อยคน ฉะนั้นผมจะถามอะไรนาธาน ก็จะถามชิ เฮ้ย…น้องมันเป็นยังไงบ้าง ถามแค่นี้จริงๆ ตั้งแต่ นี้ต่อไปถ้าผู้จัดการของผมคือคุณชิ จะเป็นผู้จัดการให้นาธาน ก็ให้เป็นไปคนเดียว กับเอกชัยไม่ต้องแล้ว แต่ถ้าสมมติจะทำให้เอกชัย เขาก็ต้องหยุดกับนาธาน และเป็นผู้จัดการเอกชัยคนเดียว คือไม่ใช้ร่วมกันแล้ว….จบ นี่ผมยังไม่ได้ถามชิเลยนะว่าจะเอายังไง เขาคงตกใจเหมือนกันที่ต้องเลือก เพราะผมเพิ่งพูดวันนี้ เรายังไม่เคยคุยเรื่องนี้กันมาก่อนเลย”

พลิกลิ้นไม่ช่วยจ่ายหนี้แทน “นาธาน” แล้ว พร้อมยันอดีตนักร้องหนุ่มไม่เคยมายืมเงินตน

“ถึงผมจะใช้ผู้จัดการส่วนตัวคนเดียวกับนาธาน แต่เขาไม่เคยมาขอยืมเงินผมเลย ส่วน เรื่องที่ผมเคยพูดไว้ว่า ถ้าใครมีปัญหาเรื่องเงินกับนาธาน ให้มาเอาเงินกับผม นั่นมันตอนนั้น แต่ตอนนี้ไม่เอาแล้ว แค่คดีเดียวตอนนั้นเป็นคดีของเจเจ (จามจุรี แคสเชอร์ ดีเจคลื่นเวอร์จิ้น) ส่วนคดีอื่นๆจบแล้ว หนี้อะไรไม่เอา ไม่ยุ่งไม่อะไรทั้งสิ้น ผมขอกินข้าวคนเดียว ถ้าจะช่วยเขาก็แค่ช่วยหาข้าวให้กิน”

“ที่คนมองว่าทุกครั้งที่มีเรื่องผมจะต้องออกมารับหน้าแทนนาธาน จริงๆมันไม่ใช่อย่างนั้น เราคิดแค่ว่าเราเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่ง ซึ่งมองความเดือดร้อนของทุกๆคน ถามว่าเราได้ไปเปิดผ้ามองรอยสักมั้ย มันก็ไม่ใช่เราก็ดูได้แต่ภายนอก ไม่งั้นจะมีสืบความสืบคดีทำไม ถ้ามันโผล่ที่หน้าผาก (หัวเราะ)และคนที่อยู่ในสังคมมันมีทั้งคนชั่วคนเลวปนกันไปเพียงแต่ว่าเราจะ ทำยังไง อย่าให้คนเลวออกมาโลดแล่นเยอะๆ คือผมก็รับรู้ว่าเขาเป็นคนใต้ จากการบอกจากผู้จัดการส่วนตัวเท่านั้น แต่ไม่ได้ทราบว่าเขาเกิดที่ไหนยังไง และไม่ได้สนใจ ไม่ถามเลยว่าเกิดอะไรขึ้น ไปถามคุณชิได้เลย”

บอกข่าวไม่มีผลกระทบกับงาน แต่มีผลกระทบด้านจิตใจ ทำให้เสียคะแนนความนิยมจากแฟนเพลงชาวใต้

“กับข่าวต่างๆที่ออกมามันไม่มีผลกระทบต่อเรื่องงาน แต่มีผลกระทบด้านจิตใจ ผมจะเจ็บป่วยขนาดไหนไม่แคร์ แต่ผมไม่อยากให้คนที่รักและศรัทธาในตัวเรา โดยเฉพาะคนที่เป็นแฟนเพลงภาคใต้ จะต้องมารับความรู้สึก ซึ่งเขาไม่รู้ว่าอะไรจริงหรือไม่จริง แต่ต้องมาเสียใจเพราะผม ผมทำลายเขา ผมก็เลือกที่จะเอาแฟนเพลงมากกว่า”

“ผมบอกไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่า คนที่ปลูกมะเขือต้องได้มะเขือ นั่นคือผลของเขา คือเขาจะทำจริงหรือไม่ได้ทำ เราไม่มีโอกาสรู้ได้ และเราก็ไม่มีโอกาสไปตัดสินเรื่องนี้ได้ ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของสังคมและทางเอกสารไป คนที่มีความเสียหายก็ออกมาแจ้งความ ดำเนินการในตามกฏหมาย ซึ่งผู้สื่อข่าวบันเทิงก็แค่นำเสนอได้ว่าคนไหนผิด แต่ไม่มีสิทธิ์ว่าเขาผิด”

“เรื่องหนังของเขาก็ช่างมันเถอะ ถ้าเขาเล่นก็ได้เอามาฉายเอง ทำมาแล้วเขาก็ต้องเอาออกมาฉาย ยังไงก็ต้องมาฉายถ้าเขาทำจริงนะ คงไม่มีใครทำแล้วใส่หีบไว้หรอก แต่มึงจะทำไม่ทำกูไม่เกี่ยวด้วย แต่ถ้าถามในใจลึกๆเราก็อยากรู้เหมือนกันนะ แต่ไม่สนใจว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อ เพราะเขาจะเล่นหรือไม่เล่นมันก็ไม่เกี่ยวกับเราเลย”

เมื่อถามว่าหลังเกิดเรื่อง “นาธาน” ได้โทรมาขอโทษบ้างหรือไม่ “เอกชัย” ลั่นไม่จำเป็น ให้ออกมาเคลียร์ตัวเองดีกว่าจะได้จบเรื่องสักที

“ผมไม่เคยได้คุยกับนาธานเลย ไม่มีเบอร์ ไม่ได้คุยกัน ที่เจอก็เจอกันนานแล้ว แต่ต่อให้เจอกันเราก็คุยกันไม่เกิน 10 คำ เพราะเขามากับผู้จัดการ ถามชิได้เลยว่าผมเคยถามนาธานแบบลึกๆมั้ย และก็ไม่อยากรู้เรื่องมันด้วย จะบอกว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นเพราะผู้จัดการ แต่ผมคิดว่าอย่ามาขอโทษเลย ไม่จำเป็นที่ต้องโทรมาขอโทษ แค่ให้คุณออกมาเคลียร์ตัวเองให้มันจบๆไปเถอะ ผมว่าไปขอโทษแฟนเพลงผมดีกว่า”

ด้าน “ชิ อนุชา ลังประเสริฐ” กล่าวคอนเฟิร์ม “เอกชัย” ไม่เคยคุยกับ “นาธาน” โดยตรง พร้อมเผยเลือกที่จะทิ้ง “นาธาน” เพื่อมาเป็นผู้จัดการส่วนตัวให้นักร้องแดนสะตอเพียงคนเดียว

“พี่เอกไม่เคยคุยกับใครนานๆ 5-10 นาทีอยู่แล้ว เขาจะคุยแบบเนื้อๆ กับทุกคน กับตัวนาธานเองก็ไม่เคยคุยกันตรงๆ จะคุยผ่านผมตลอด”

“วันนี้ผมก็ต้องเลือกอยู่กับพี่เอกชัย ศรีวิชัย ยืนยัน (“ไม่เลือกกู กูก็ไล่ออกจากบ้านไปเลย” เอกชัยพูดแทรก) คือทำงานกับพี่เอกครับ ส่วนนาธานก็คงต้องปล่อยให้เขาดำเนินชีวิตของเขาต่อไป จะบอกว่าเลิกกันก็ไม่ได้ เพราะเราไม่ได้เป็นแฟนกัน ก็คือจะส่งให้เขาทำงานปฏิบัติภารกิจของเขาให้ได้ และก็โอเคพี่ชิก็จะทำงานให้กับพี่เอกต่อไป ซึ่งตรงนี้ผมก็ฝากบอกผ่านสื่อไปถึงนาธานด้วย แต่เดี๋ยวคงต้องโทรไปคุยด้วย เดี๋ยวถ้าสื่อออกมาแล้วจะไม่ทราบ”

“ที่ผมเคยบอกว่าจะไปตามหาความจริงเรื่องหนังที่เขาเล่น อันนั้นก็ต้องยอมรับว่า เราได้เห็นสัญญาของน้องก็เลยคิดว่า มันน่าจะใช่ แต่ก็คงจะต้องไปตามครับ เพียงแต่ถ้าจะตามนาธาน ไม่ต้องมาตามกับผมแล้วเท่านั้น”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์