ถาม “พัลลภ” เป็นทหารประเทศไหน กล้าหยามไทยจะแพ้ศึกกัมพูชา


ส.ส.นครศรีธรรมราช โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ถาม “พัลลภ ปิ่นมณี” เป็นทหารประเทศไหนกันแน่ หลังออกมาเหยียดหยามทหารไทยจะแพ้กัมพูชาหากเกิดสงคราม พร้อมวอนสังคมตรวจสอบอุดมการณ์ทหารแ่ก่ทาสทักษิณ ทำเพื่อชาติหรือนักโทษหนีอาญาแผ่นดิน

วันนี้ (15 พ.ย.) นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี สมาชิกพรรคเพื่อไทย พูดถึงสงครามระหว่างไทย-กัมพูชาว่าถ้าเกิดขึ้นไทยจะแพ้กัมพูชาว่า ไม่น่าเชื่อว่าคำพูดเช่นนี้จะออกมาจากปากของนายทหารระดับพลเอกของกองทัพไทย คำพูดเช่นนี้ถือว่าเป็นการพูดดูถูกเกียรติศักดิ์เกียรติภูมิของตัวเอง ดูถูกกองทัพของตัวเอง และประเทศของตัวเอง ไม่ทราบว่านายทหารที่ประจำการ ไม่ทราบว่าจะรู้สึกอย่างไรกับคำพูดทหารระดับพลเอกเช่นนี้

นายเทพไทกล่าวว่า ศักยภาพของกองทัพไทยไม่น้อยกว่าใครในภูมิภาคนี้ เพียงแต่ยุคนี้ไม่ใช่ยุคสงครามที่ต้องใช้กำลังเข้าประหารกัน สถานการณ์โลก สถานการณ์บ้านเมืองเลยจุดนี้มาแล้ว รัฐบาลไทยไม่ต้องการทำสงครามกับประเทศใดๆ แม้ว่าจะรู้ว่าเมื่อทำแล้วนั้นสามารถที่จะเอาชนะได้ แต่การสงครามนั้นไม่ได้มีฝ่ายแพ้หรือชนะ เมื่อเกิดขึ้นแล้วได้นำมาซึ่งความเสียหายกับประเทศคู่สงครามไม่ว่าแพ้หรือชนะ ยุคนี้สังคมโลกจึงเลี่ยงที่จะใช้กำลังใช้อาวุธ การจัดงบด้านการทหารของประเทศ ต่างปรับที่ให้กองทัพเล็กลงแต่มีประสิทธิภาพมากขึ้น การที่พลเอกพัลลภออกมาพูดเช่นนี้ไม่ทราบวัตถุประสงค์ที่แท้จริงไม่เข้าใจถึง การดูถูกประเทศตัวเอง

“วันนี้ ต้องถาม พล.อ.พัลลภ ว่าเป็นทหารของประเทศไทย หรือว่าเป็นทหารของประเทศอื่น ฉะนั้นรัฐบาลไม่ว่าสถานการณ์จะตึงเครียดเลวร้ายอย่างไรก็ตาม รัฐบาลหลีกเลี่ยงการใช้กำลังหรือสงครามอย่างที่สุด แม้แต่การปิดพรมแดนตามมาตรการทางการทูตแบบสากลขั้นสูง นายกรัฐมนตรียืนยันชัดเจนว่าจะไม่มีการปิดพรมแดนเพราะจะเสียหายกับประชาชน แต่การทำสงครามคือความเสียหายมากกว่า พฤติกรรมใดๆ ที่เกิดขึ้นมากกว่ามาตรการทางการทูต ไทยจะไม่เข้าสู่สงครามตามที่พลเอกพัลลภท้าทาย” โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าว

ต่อข้อถามถึงทัศนคติการแบ่งแยกระหว่างความเป็นชาติ กับตัวบุคคลของกลุ่มนายทหารอาวุโส และกลุ่มนายทหารเพื่อนร่วมรุ่นของนักโทษชายทักษิณ นายเทพไท กล่าวว่า อยากให้สังคมได้ตรวจสอบอุดมการณ์ของทหารเหล่านี้ว่าเปลี่ยนแปลงหรือไม่ หลายคนเคยถือน้ำพิพัธสัตยา เคยถวายสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าธงชัยเฉลิมพลมาแล้ว แม้ว่าจะเป็นทหารนอกราชการ ความเป็นทหารยังคงอยู่ในสายเลือดไม่มีการละทิ้ง

แต่คนเหล่านี้กลับละทิ้งอุดมการณ์ศักดิ์ศรีของความเป็นทหารไทย รับใช้คนคนเดียวคือ พ.ต.ท.ทักษิณ อยากให้คนเหล่านี้ทบทวนจุดยืนของตัวเองว่าความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ กับความภักดีต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ให้เลือกว่าจะยืนอยู่ฝ่ายไหน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

Advertisements