แม่ชีอ้อม สุนิสา สุขบุญสังข์ เผยเคยคิดบวชตลอดชีวิต ไม่เกี่ยวเรื่องอกหัก


แม่ชีอ้อม สุนิสา สุขบุญสังข์

แม่ชีอ้อม สุนิสา สุขบุญสังข์

หลังซุ่มเงียบโกนหัวบวชชีไปเมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมาที่ “เสถียรธรรมสถาน” ด้วยเหตุผลอยากทดแทนบุญคุณแม่ ในเดือนเกิดของแม่พอดิบพอดี บวกกับลางานได้และเป็นช่วงที่มีความสุขที่สุด แต่ล่าสุดกลับมีกระแสข่าวเมาท์ว่า สาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ “แม่ชีอ้อม สุนิสา สุขบุญสังข์” ต้องบวชเป็นแม่ชี เพราะกำลังอยู่ในช่วงอกหักเลยต้องหันหน้าพึ่งธรรมะ ซึ่งเรื่องนี้ “แม่ชีอ้อม” ได้มาชี้แจงถึงเหตุผลที่ทำให้ตัดสินใจบวชอีกครั้ง ขณะร่วมทำบุญครบรอบ 26 ปี ของบริษัทแกรมมี่ว่า
“ต้องยอมรับว่าการบวชครั้งนี้มีความวุ่นวายมาก เริ่มแรกคือการที่ไม่ได้บอกใคร อีกชั่วโมงหนึ่งเป็นการท่องขอบวช เราก็เลยได้เรียนรู้ตรงนั้นว่า เราต้องมีสติทุกขณะ ตอนนี้ต้องยอมรับว่าอะไรจะเกิดก็เกิด ซักผ้าไม่เคยซักก็ต้องซัก ทำเองทุกอย่าง นั่นก็เป็นการปฏิบัติและฝึกให้ตัวเอง จากคนที่ไม่เคยทำอะไร ต้องมาเดินบิณฑบาตร การเดินมันก็หนังดีๆ นี่เอง เขาจะเทอะไรทิ้งไว้จะเหยียบก็ต้องเหยียบ ก็ดีนะคะ แต่ว่าเป็นแม่ชีบวชใหม่ก็จะยังไม่ได้ศึกษาอะไรได้มาก ก็ค่อยศึกษาไป”

“ที่ตัดสินใจบวชคือ ตั้งแต่แรกสนใจเรื่องพระพุทธศาสนามานานแล้ว แต่ก็ห่างไป เริ่มกลับมาสนใจอีกเมื่อสองสามปีที่ผ่านมา อยากทำรายการธรรมะ อยากเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยทำอะไรให้กับสังคม ศาสนา แต่ตอนนั้นก็ทำเท่าที่อยากทำ แต่ยังไม่ได้อยากศึกษาอะไร พอได้มีโอกาสได้เข้าไปฟังท่าน ว.วชิรเมธี เมื่อปีที่แล้ว และพอดีจะต้องมีที่ปรึกษาการทำรายการธรรมะ ก็เลยคิดว่าจะเป็นใครดี ที่เราจะสามารถติดต่อได้สะดวก จนแม่ชีศันสนีย์เรียกเข้าไปเรียน เราเรียนแล้วก็เลยรู้ความจริงบางอย่าง ที่สามารถพิสูจน์ได้และมีผลกระทบต่อจิตใจ เลยคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ดี เป็นเรื่องที่น่าสนใจ และได้ไปเป็นดีเจในเสถียรธรรมะสถานด้วย”

“เหมือนกับว่าพอเรามีช่วงชีวิตหนึ่งที่เหมาะสม เขาว่ากันว่าสัก 30 นิดๆ มีประสบการณ์ทางโลก เราก็อยากจะเดินทางคนเดียว แต่คิดจะเดินทางคนเดียวก็ไม่สำเร็จ ซึ่งครั้งนี้มันเป็นการเดินทางที่น่าสนใจ และสำหรับตัวเองมาเป็นชีบวชใหม่ เรื่องทางโลกจริงๆ ก็มีอะไรน่าสนใจ แต่เราทำงานมาตั้งแต่อายุ 14 พอมาถึงตอนนี้มันว่างเปล่า แล้วจะทำให้เราหลับสบายได้อย่างไรในอนาคตข้างหน้า มันก็คงต้องเป็นแบบนี้”

“พอได้เข้ามาบวชแล้วจริงๆ ก็เหมือนอย่างที่หลายคนทราบว่า การศึกษาธรรมะไม่จำเป็นต้องบวชก็ได้ ถ้าเรามีข้อจำกัด เราต้องทำงาน ต้องเรียนหนังสือ แค่ทำให้ถูกศีล5 ทำศีล5 ให้ดีแค่นี้ก็ดีแล้ว แต่ในขณะเดียวกันการที่ต้องมาต้องประกอบด้วยเรื่องสถานที่ หรือเรื่องอะไรหลายๆ อย่างที่ต้องถูกจำกัดลง มันก็เป็นความท้าทาย เริ่มต้นก็ต้องละกันตั้งแต่ตรงนี้ว่า ผมจะตัดได้มั้ย ซึ่งการตัดสินใจโกนผมโกนคิ้ว ไม่ลังเลเท่าการถ่ายมิวสิควิดีโอที่ต้องตัดผม อย่างนี้ดีกว่าเพราะคนจะได้รู้ว่าเป็นยังไง อย่างนี้สบายกว่า”

เผยในช่วงแรกเคยคิดอยากบวชตลอดชีวิต แต่ด้วยความเหมาะสมมีงานต้องรับผิดชอบ เลยจะสึกวันที่ 2 ธ.ค. นี้แต่ถ้าเพลินก็อาจจะเกินกว่านั้น

“เคยคิดไว้ตั้งนานแล้วว่าจะบวชตลอดชีวิต แต่ก็ไม่ได้อะไรทั้งหมด มันเป็นแค่ช่วงเวลานั้น แต่ยังไงก็คงต้องดูความเหมาะสมก่อน เพราะทุกอย่างต้องอยู่ด้วยความเหมาะสม เราอย่าคิดไปก่อน แต่ก็คิดว่าจะสึกวันที่ 2 ธันวาคม เพราะนั่นคือเวลาที่ลางานได้ แต่เมื่อกี้ก็ได้เกริ่นกับพี่ฉอด (สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา) ไป ถ้าเพลินหน่อยก็อาจจะขออีกสักนิด แต่อย่าหวังว่ากลับมาจัดแล้วจะเรียบร้อย เพราะว่ามันก็ยังเป็นคลื่นบันเทิงอยู่”

“เพียงแต่ว่าเราฝึกธรรมะเพื่อพัฒนาตัวเอง ถ้าทำได้และสามารถแบ่งปันไปให้คนอื่นได้ ก็เป็นสิ่งที่สมควร และก็ต้องขออนุโมทนาทุกท่านที่ทำข่าวเรื่องนี้ ทำให้เกิดความคิดที่ดีว่า ผู้หญิงก็บวชได้ แล้วอย่าคิดฟุ้งกันเลยค่ะ เพราะว่าเวลาฟุ้งแล้วมันจะไม่มีสติอยู่กับตัว อย่างเวลาบิณฑบาตร มันมองไม่เห็น ก็อาจจะเหยียบหิน เหยียบอะไรก็ได้ ก็อาจจะต้องฉลาดเดิน เพราะเราไม่ได้ใส่รองเท้าต้องเดินเท้าเปล่า มันเหมือนการฝึกหัดปัญญาด้วย”

แจงสาเหตุที่บวชไม่มีเรื่องอกหักเข้ามาเกี่ยวข้อง บอกคนมีความสุขก็บวชได้เช่นกัน

“ไม่เกี่ยวกับมีเรื่องกระทบจิตใจแล้วบวช มันเป็นการเตรียมไว้ก่อนแล้ว อย่าไปคิดว่าการที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะบวช จะเป็นการอกหักการที่ไม่มีงาน หรือว่าผิดหวังเศร้าหมอง แต่ทั้งหมดที่เอ่ยมา ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นการขัดขวางที่ทำให้ไม่ได้บวช เพียงแต่ว่ายังไงก็บวชได้ ถ้าเราทุกข์การเดินไปหาธรรมะนั้นก็เป็นสิ่งที่ดี ดีกว่าเอาตัวไปทำให้มันหม่นหมอง แต่ในกรณีแม่ชีบวชใหม่ ไม่ได้มีเรื่องเหล่านั้น แต่เป็นเพราะอยากศึกษามันดูสนุกดี อะไรที่ดูสนุกมันก็น่าจะทำ คนมีความสุขก็บวชได้ ยิ่งพอได้บวชยิ่งมีความสุข ตอนนี้ก็เลยกลายเป็นแม่ชีบวชใหม่”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

Advertisements