แคปิตอลนิวส์ ชี้ “แม้ว” ตัวก่อความยุ่งเหยิง-อ้างนักวิเคราะห์ชี้ใช้เกียรติภูมิไทยเป็นเบี้ย


ทักษิน โอบกอดกับ ฮุนเซน

ทักษิน โอบกอดกับ ฮุนเซน

สื่อนอก ชี้ “ทักษิณ” คือ พัดลมที่คอยเป่าไฟทางการเมืองและก่อความยุ่งเหยิงแก่สังคมไทย ระหว่างเร่ร่อนไปทั่วโลก เพื่อหลบหนีโทษจำคุกในข้อหาคอร์รัปชัน อ้างนักวิเคราะห์ ชี้ “ที่ปรึกษาคนใหม่ของกัมพูชา” รายนี้ กำลังทำสงครามโดยใช้เกียรติภูมิของประเทศ เป็นเบี้ย ที่แม้แต่ฝ่ายสนับสนุนเขายังต้องคิดหนัก

แคปิตอลนิวส์ สำนักข่าวชื่อดังของแอฟริกา ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในกรุงไนโรบี ประเทศเคนยา รายงานผ่านเว็บไซต์ว่า ความเคลื่อนไหวล่าสุดของ ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งยั่วยุคู่อริในรัฐบาลไทยด้วยการเยือนกัมพูชา รับตำแหน่งที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจ ได้กระตุ้นข้อพิพาททางการทูตระหว่างสองประเทศที่เต็มได้ด้วยข้อถกเถียงอยู่ก่อนแล้ว

แม้ว่าเขายังคงได้รับความนิยมในหลายส่วนของสังคมไทย แต่แคปิตอลนิวส์อ้างคำสัมภาษณ์ของนักวิเคราะห์ ที่ชี้ว่า ทักษิณ เสี่ยงที่จะสูญเสียคะแนนนิยม หากว่าเขาใช้ความสง่างามของประเทศเป็นเดิมพัน

“เขากำลังทำสงครามของตนเอง แต่ใช้เกียรติภูมิของประเทศไทยเป็นเบี้ย และแม้แต่ฝ่ายสนับสนุนเขาก็อาจต้องคิดเป็นสองเท่า” นายธิตินันท์ พงศ์สุทธิรักษ์ นักวิเคราะห์การเมืองจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวกับแคปิตอลนิวส์

สำนักข่าวแห่งนี้รายงานด้วยว่า ทักษิณ วัย 60 ปี กลายเป็นผู้หลบหนีในเดือนสิงหาคมปี 2008 หลังเขาไม่เดินทางกลับจากโอลิมปิกเกมส์ ที่กรุงปักกิ่ง ก่อนหน้าคำตัดสินของศาล ที่พิพากษาอายัดทรัพย์และสั่งจำคุกเขาเป็นเวลา 2 ปี

นับตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว ทักษิณ ได้หย่าขาดจากภรรยาและสะสมพาสปอร์ตใหม่ ในจำนวนนั้นรวมไปถึงของนิการากัว และ มอนเตเนโกร ขณะเดียวกันก็เดินทางไปรอบโลกเพื่อดำเนินธุรกิจที่สนใจ อาทิเหมืองแร่ในแอฟริกาและรับบทบาทเป็นที่ปรึกษา

ก่อนหน้านี้ ในช่วงต้นปีรัฐบาลไทยของ นายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ ไม่ประสบความสำเร็จในความพยายามส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างทักษิณเดินทางเยือน ฮ่องกง ขณะที่อดีตนายกรัฐมนตรีรายนี้ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในดูไบ

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเขาจะเร่ร่อนไปไหน ดูเหมือน ทักษิณ ไม่เคยห่างจากข้อทะเลาะวิวาททางการเมืองของไทย เขาคอยปลุกปั่น “เสื้อแดง” ฝ่ายสนับสนุนที่ออกมาชุมนุมและเมื่อเร็วๆนี้ก็เปิดหน้าทวิตเตอร์ของตนเอง

แคปิตอลนิวส์ ระบุว่า กลุ่มคนเสื้อแดงนี้เองที่กดดันให้ต้องยกเลิกการประชุมผู้นำระดับภูมิภาค เดือนเมษายน และนำไปสู่จลาจลนองเลือดตามท้องถนนในกรุงเทพฯ ก่อนจะถูกทหารเข้าปราบปราม
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

Advertisements