“ยาย” สะอื้น “นาธาน” ยืมเงิน “น้องอ้อม ดักแด้” แต่ป่วยกลับไม่มาเยี่ยม ตายก็ไม่มาเผา แถมยังเชิดเงินแสนหายจ้อย ก่อนโอดทำได้แม้คนพิการ


น้องอ้อม

น้องอ้อม

สุดๆ! ยาย “น้องอ้อม” มนุษย์ดักแด้สู้ชีวิตเผย “นาธาน” อาศัยความรัก-ไว้ใจหลานลวงยืมเงินเก็บกว่าแสนบาท พร้อมกำชับห้ามบอกใครแฉ ตั้งแต่หลานทรุดตาย จนถึงวันเผาไม่เคยโผล่หัว อ้างอยู่ต่างประเทศ ทั้งที่ “เจเจ” หุ้นส่วนร้านคู่กรณีเคยยัน ช่วงเวลานั้นนาธานอยู่เมืองไทยตลอด ก่อนโอดทั้งน้ำตาทำได้แม้คนพิการ เจ้าตัวไม่หวังได้คืน แต่อยากให้เห็นใจคนแก่ เชื่อหลานไปดีแต่อีกฝ่ายกำลังจะตายทั้งเป็น

ดูท่าจะกลายเป็นมหากาพย์ไปเสียแล้วสำหรับเรื่องราวพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับอดีตนักร้องจากค่ายอาร์เอสฯ “นาธาน โอร์มาน” หลังเจ้าตัวออกมาให้ข่าวว่าได้ไปเล่นหนังฟอร์มใหญ่ประกบดาราดังของฮอลลีวูด ก่อนจะถูกเปิดโปงตั้งข้อสงสัยว่าเรื่องราวดังกล่าวมีความเป็นจริงมากน้อย เพียงใด?

ไม่นานหลังจากนั้นหลายต่อหลายคนก็ได้ออกมาแฉถึงพฤติกรรมที่เข้าข่าย การเป็นคนลวงโลกพร้อมยื่นฟ้องร้องไปยังตัวเขาหลายราย ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของลูกทัวร์, ดีเจเจเจ จามจุรี แคสเชอร์ เพื่อนร่วมหุ้นทำร้านกาแฟ, กรณีของ “น.ส.อรทัย ยิ้มละม้าย” สาววัย 27 อดีตพนักงานบัญชีโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังที่ถูกอดีตนักร้องลวงว่าจะฝากให้ทำงานที่ ททท.

รวมไปถึงกรณีของ “นางสมาน สุขเสริม” แม่บ้านของหนุ่มนาธาน พร้อมลูกชาย “แจ็ค อาทิตย์ กุลฝ้าย” ที่ได้ออกมาแฉว่าถูกอดีตนักร้องโกงเงินไปกว่า 3 แสนบาท

อย่างไรก็ตามในบรรดาผู้ที่ตกเป็นเสมือนเหยื่อของหนุ่มนาธานหาได้หยุดอยู่เพียงเท่านี้แต่อย่างใด เมื่อทีมข่าว “ASTVผู้จัดการออนไลน์” ได้รับแจ้งว่า ในอดีตเจ้าตัวเคยหยิบยืมเงินจากครอบครัว “น้องอ้อม เสาวนีย์ ฤทธิโชติ” หญิงสาวที่ป่วยมีอาการผิดปกติทางร่างกายคล้ายตัวดักแด้และเป็นที่รู้จักขึ้นมาจากรายการ “คนค้นฅน” ซึ่งเคยทำกิจกรรมเรียลลิตี้ร่วมกันในรายการ “เจาะใจ” เป็นจำนวนกว่า 1 แสนบาทไปตั้งแต่ปี 48

กระทั่งน้องอ้อมได้เสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 มีนาคม(52) ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ อดีตนักร้องหนุ่มก็ยังมิได้มีท่าทีที่จะคืนเงินดังกล่าวให้กับครอบครัวของ น้องอ้อมแต่อย่างใด

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อทีมงานได้ลงพื้นที่ไปยัง จ.ราชบุรี บ้านเกิดของน้องอ้อมเพื่อพูดคุยกับ “นางฉลอง จันทร์นาค” ผู้เป็นยาย ก็พบว่าเรื่องดังกล่าวเป็นความจริง พร้อมเล่ารายละเอียดให้ฟังว่า…

“เขา ยืมไปตอนปี 48 เฉพาะที่เอากับตาไปแปดหมื่น แล้วเป็นเงินที่ตากับยายสะสมเอาไว้ เป็นเงินจากการเล่นแชร์ ตอนแรกเขายืมของอ้อม แต่ยายกลัวของอ้อมหมดก็เลยให้มาเอาของเรา ก็เห็นว่าเป็นเพื่อนกับอ้อม ยายก็ไห้ไป ตอนแรกให้ไปสามหมื่น ตอนหลังมาเอาอีกห้าหมื่น เงินสองก้อนที่เอาไปก็ภายในปีเดียวกันนั่นแหละ หลังจากมาเอาก้อนแรกไป หลังจากนั้นไม่กี่เดือนก็มาเอาก้อนที่สอง ยายเป็นคนเอาตังค์ใส่ซองเพราะกลัวคนจะรู้ เราก็ให้เป็นเงินสดเลย”

“แล้ว ตอนหลังก็มาหลอกอ้อมอีก บัญชีนั้นมีอยู่สองหมื่นกว่าบาท เงินของอ้อมก้อนนั้นเป็นเงินที่อ้อมเขียนหนังสือกับรายการเจาะใจ แล้วพี่แมว(โปรดิวเซอร์รายการเจาะใจ)ก็ให้ยายมาสองหมื่นกว่าบาท เราก็เอาเงินนั้นเข้าบัญชีของธนาคารกรุงศรีฯ เป็นชื่ออ้อม แล้วอ้อมเขาก็มาหลอกยายว่าบัตรเอทีเอ็มเขาหาย ก็ไม่มีใครรู้ว่าใครเอาไป อ้อมก็โวยวายๆ ซึ่งจริงๆ แล้วอ้อมเขาเก็บอะไรไว้ตรงไหนเขาจะรู้ ถ้ามีใครเอาอะไรของเขาไปเขาจะรู้หมดเลย”

“เขามาบอกทีหลังว่าให้นาธานไปทั้งหมดน่ะแหละ ให้บัตรไปกดกันเอง รวมๆ แล้วก็แสนกว่า นี่ คือที่ยายรู้นะ ยายเป็นคนเอาให้เองแต่ไม่เคยจดไว้ เพราะเห็นกับอ้อมว่าเป็นเพื่อนอ้อม เห็นว่าดังมาด้วยกันจากรายการเจาะใจ ก็เลยคิดว่าให้ไปเถอะ เดี๋ยวคงคืน เพราะเขาบอกว่าจะคืนให้และจะให้ดอกด้วย”

“ตอนแรกก็ไม่ยอมบอกหรอก บอกแค่ว่าเอทีเอ็มหาย แต่หลังๆ ตอนที่นอนโรงพยาบาลก่อนเขาจะเสียถึงได้บอกมาทีละหน่อยๆ ว่าเขาให้นาธานยืม เขาก็เชื่อใจนาธาน เพราะตอนนั้นยังไม่มีข่าวเสียๆ ของนาธานเลย ถ้ามีข่าวออกมาตอนนั้นกำลังใจคงเสียเหมือนกัน”

พร้อมเผย ด้วยความที่เห็นว่าเป็นเพื่อนรักหลานจึงให้ยืมเงินก้อนโตไป โดยไม่มีการทำสัญญาใดๆ ซึ่งนอกจากอ้อมแล้วมีเพียงเพื่อนของนาธานเท่านั้นที่รับรู้ในฐานะคนค้ำ ประกัน พร้อมกำชับหลานตนว่าห้ามบอกใคร

“ยายให้ไปโดยที่ไม่ทำสัญญาอะไรเลย แต่เขาเอาคนค้ำประกันมาด้วยนะ แต่ไม่อยากเอ่ยชื่อเดี๋ยวเขาจะเสีย แต่ยายก็อยากโทรไปปรึกษาคุณตาล ที่เขาเคยอยู่รายการคนค้นฅน แต่ตอนนี้ไปอยู่เวิร์คพ้อยท์แล้ว ยายก็อยากจะโทรไปปรึกษาว่าจะเอายังไงดี จะพูดถึงคนคนนี้มั้ย เพราะกลัวเขา(คนที่ค้ำประกันให้นาธาน)จะเสีย เพราะเขาก็ทำงานในวงการนี้เหมือนกัน แต่ไม่ใช่ดารา คือคนนี้เขาเป็นคนพานาธานมา”

“ที่ไม่ทำสัญญาเพราะเห็นแก่อ้อมไง เห็นว่าเป็นเพื่อนอ้อม อ้อมก็สงสารเห็นว่านาธานเขาอดอยาก เห็นว่าไม่มีญาติพี่น้อง เป็นคนต่างประเทศ ตาก็เลยเอาของตาไปเลยละกัน ก็เอาเงินที่ตากับยายเก็บหอมรอมริบไว้ แต่ตอนแรกคนที่พามาจะให้ทำสัญญา แต่ยายเห็นว่าเป็นคนที่รู้จักกันดี เห็นๆ กันอยู่ ยายก็เลยไม่กล้าทำสัญญา”

“ฝั่งเรามีน้องอ้อมคนเดียวที่รู้เห็น แต่น้องอ้อมเป็นคนบอกว่าให้ปิด แม้กระทั่งน้าๆ ที่บ้านๆยังไม่รู้เลย อ้อมเขาขอไม่ให้พูด แล้วตากับยายจะกล้าพูดได้ยังไง ตอนอ้อมตายน้าๆ ถึงได้รู้ว่านาธานเอาตังค์ไป ก็ตอนที่อ้อมยังอยู่เขาขอไว้ เดี๋ยวไปลงสื่อกลัวนาธานเสีย เพราะเขารักนาธานมาก ถ้าอ้อมยังอยู่คงเสียใจน่าดู ที่โดนหลอกแบบนี้ แล้วเงินไม่ใช่น้อย”

“แล้วนาธานเขาก็อ้างกับอ้อมว่าไม่อยากให้ใครรู้เพราะเป็นดารา แล้วถ้าไปหยิบยืมเงินเพื่อน(ในวงการ)คนเขาก็จะรู้กันหมด กลัวชื่อเสียงเขาจะเสีย ก็เลยต้องยืมเงินคนทางนี้ เพราะตอนนั้นอ้อมได้เงินจากรายการคนค้นฅนแล้ว”

ระบุอดีตนักร้องหนุ่มให้เหตุผลที่ยืมว่า เพราะเงินบริจาคที่เกี่ยวกับสึนามิมีปัญหา จึงต้องมาหยิบยืมเพื่อนำไปช่วยเหลือส่วนนั้น ซึ่งเห็นว่าเอาไปทำการกุศลจึงได้ช่วยเหลือไป

“เขาคุยกับอ้อม แล้วอ้อมก็มาสื่อกับยายอีกที ยายก็เห็นแก่อ้อมน่ะแหละถึงให้ไป เขา บอกเขาเดือดร้อน เรื่องของเรื่องคือตอนสึนามิ เพื่อนเขาเอาเงินไป ซึ่งเป็นเงินที่เขาจะเอาไปช่วยซ่อมเกาะมอร์แกนที่เขาเคยไปติดตอนเจอสินามิ กับอ้น(สราวุธ) แต่เขาบอกอ้อมว่าไม่มีก็เลยมายืมอ้อมไปจ่ายตรงนั้น เขาบอกว่าเพื่อนๆ กลุ่มนี้เอาเงินที่คนบริจาคตรงนี้ไป เขาบอกกับอ้อมแบบนี้นะ ส่วนหนึ่งก็เพราะเห็นว่าเอาไปทำการกุศล ก็เลยให้ไปโดยที่ไม่ทำสัญญาอะไรเลย”

บอกถึงกับเสียความรู้สึก ทั้งที่น้องอ้อมทั้งรักและไว้ใจนาธานมาก แต่ช่วงที่อ้อมป่วยหนักกระทั่งเสียชีวิตไปวันที่ 1 มีนาคม ที่ผ่านมา จนถึงวันเผา อีกฝ่ายไม่เคยมาแม้สักครั้งเดียว อ้างอยู่ต่างประเทศทั้งที่ “ดีเจเจเจ จามจุรี แคสเชอร์” เพื่อนร่วมหุ้นทำร้านกาแฟอดีตคู่กรณีเคยยืนยันว่า ช่วงระยะเวลานั้นนาธานอยู่ร้านกาแฟตลอด

“ขนาดอ้อมตายยังไม่มาเลย เขาก็รู้ข่าวนะเพราะน้องสาวอ้อมเป็นคนโทรไปบอก เขาบอกว่าอยู่ต่างประเทศ อ้อมตายวันที่ 1 มีนาฯ (2552) สวดศพ 5 วันแต่เขาไม่เคยมาเลย ตัวแทนอะไรก็ไม่ได้ส่งมาเลย เขาบอกวันที่ 15 เมษาฯจะมาก็ไม่เห็นมา และไม่เคยโทรมาเลยนะ ทั้งที่ทุกทีเขาก็โทร ตอนวันเกิดตาอ้อมก็บังคับให้โทรมาอวยพรตา เบอร์โทรตาเขาก็มีนะ แต่เขาไม่เคยโทรหาตาเลย”

“ตอนอ้อมไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเซ็นต์หลุยส์มาได้สบายเลย แต่เขาก็ไม่เคยมาเยี่ยม กระทั่งน้องอ้อมเสียที่โรงพยาบาลเซ็นต์หลุยส์ เขาก็ไม่มาเลย ก็อยู่ตรงนั้นเองทำไมเขามาไม่ได้ ขนาดพี่บีม (บีม กวี เป็นนักร้องที่น้องอ้อมปลื้มมาก) เขาไม่มีเวลาแต่เขายังปลอมตัวใส่แว่นมาเยี่ยมเลยนะ คิดดูสิ งานศพที่ราชบุรีพี่บีมก็มาตั้งสองวัน แต่เขากลับไม่มาเลย”

“ยายก็เสียความรู้สึกนะ เพราะตอนไปเที่ยวใต้ด้วยกันก็หลายวัน คือเขาสนิทกันมาก แต่ทำไมเขาไม่โทรมาแสดงความเสียใจกับตากับยายบ้าง ตากับยายดูแลอ้อมมา อ้อมเป็นแผลตั้งแต่อายุ 18 จนอ้อมอายุ 26 ก็ไม่เห็นเขาโทรมาแสดงความเสียใจกับตากับยายเลย ไม่มีเลย แต่กับแม่กับน้องสาวอ้อมมีรึเปล่าอันนี้ยายไม่รู้”

“อ้อมเขาจะพูดเสมอว่าเขามีเพื่อนอยู่คนเดียว มีอะไรก็จะปรึกษากัน ก็เสียความรู้สึกนะ เขาก็มาเรียกยายหน้ายายหลัง ก็มาตีสนิทแต่ก็ไม่ได้คุยอะไรมากนะ ก็เหมือนหลานคนหนึ่งมาประจบว่ายายทำกับข้าวอร่อยนะ เขามายายก็ทำกับข้าวให้เขากิน เขาก็มากินเต็มที่เลยเหมือนคนอดอยาก อ้อมเขาก็พูดทำนองว่านาธานเขาอยู่โน่นเขาอดอยากเหมือนที่เขาเขียนในหนังสือ เราอ่านแล้วยังสงสารเลย พอเขามาหาเราก็ทำให้กินเต็มที่ เขาก็เคยพูดกับอ้อมนะว่าเดี๋ยวเขาดังเขาไม่ลืมอ้อมหรอก”

“เรื่องเงินอ้อมเขาก็ไม่ได้สั่งเสียอะไรไว้นะ แต่ไม่รู้เขาบอกแม่บอกน้องไว้หรือเปล่าอันนี้ไม่รู้ เพราะตอนหลังจากแม่เขาออกจากคุกมา ประมาณ 1 ปี 7 เดือน ก่อนจะเสียแม่เขาเป็นคนมาดูแล เพราะอ้อมอยากเจอแม่มาก เขาอยากอยู่ใกล้ชิดกับแม่เพราะก็เขารู้ตัวว่าตัวเองแย่แล้ว แต่กับยายกับตาอ้อมก็ไม่ได้สั่งเสียอะไรเกี่ยวกับนาธานไว้ แล้วพอรู้เรื่องตากับยายก็ไม่ได้เอ็ดไม่ได้ว่าอะไรเขาเลย เพราะคิดว่าเรื่องมันแล้วไปแล้ว”

แม้ไม่หวังว่าจะได้คืน แต่เจ้าตัวก็วอนให้อีกฝ่ายสงสารคนแก่ที่ไม่มีรายได้อะไรนอกจากบำเหน็จ-บำนาญ ก่อนโอดไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะทำได้แม้กระทั่งคนพิการ

“ก็เห็นข่าวออกมาคนอื่นไม่ได้แล้วยายจะได้เหรอ(ยิ้ม) แต่ก็อยากให้นึกว่าเห็นแก่ตาเถอะ แกแก่แล้ว อยู่กันสองชีวิตเงินบำนาญก็ไม่เท่าไหร่ ค่าใช้จ่ายในบ้านต้องจ่ายค่าน้ำค่าไฟ เงินที่เก็บหอมรอาบริบมาก็มีเท่านั้น ตาแกก็เป็นคนคิดมากเพียงแต่แกไม่พูด บอกแต่ว่าให้ยายโทรติดต่อพี่แมวเจาะใจ(โปรดิวเซอร์เจาะใจ)ไปว่าจะทำยังไง ว่าจะเอายังไงดีจะโทรไปหาคนนี้ดีมั้ย(คนที่ค้ำประกันให้นาธาน) เพราะยายก็กลัวเขาเดือดร้อนเหมือนกัน”

“กับนาธานยายก็ไม่ได้โทรเลย แต่เห็นแม่กับน้องอ้อมโทรหานาธาน สมัยอ้อมเสียใหม่ๆ แต่เห็นแม่อ้อมบอกกับคนข้างนอกว่าเงินแสนที่ยืมไป แต่เดี๋ยวนาธานจะมาใช้คืนเป็นล้าน คือเงินที่ได้จากเล่นหนังเป็นร้อยล้าน เขาจะเอามาคืนให้เราเป็นล้าน จะคืนให้มากกว่าที่ยืมเราไปอีก”

“ตาก็เครียดเรื่องนี้ด้วยถึงได้ทรุดลงไป ชีวิตตอนนี้ก็กินเงินบำนาญตา ยิ่งตอนนี้ตาไม่สบาย ถึงจะเบิกค่ารักษาได้ แต่ก็มีค่าเดินทาง ค่ากินอยู่ ต้องใช้เงินทั้งนั้นน่ะ เป็นไปได้ก็อยากให้เขาเอาเงินมาคืน ถ้าเขาเห็นแก่คนแก่ ถ้าเขาเห็นแก่คนป่วยคนพิการที่แย่ไปแล้ว เพราะเงินในส่วนของอ้อมก็ยังเผื่อให้แม่ให้น้องเขาได้ใช่มั้ย ในส่วนของยายของตาก็เราก็แก่แล้ว ตั้งกะป่วยตาก็อยู่ห้องไอซียูได้ยี่สิบกว่าวันแล้ว”

“ตาเขาก็พยายามบอกให้โทรไปปรึกษาทางโน้น โทรไปหาทางเจาะใจ โทรไปหาทางคนค้นคน แต่ยายก็สองจิตสองใจ ไม่รู้จะพูดยังไงดี แต่อยากโทรแต่ยังไม่กล้าเกรงใจเขา สงสารน้องอ้อมเงินก้อนนั้นเขาได้จากหนังสือของเขา แล้วยังไม่ได้ใช้สักบาท เอาเข้าบัญชีหมดเลย พนักงานธนาคารมาทำให้ที่บ้านเลย อ้อมบอกทุกคนว่าบัตรเอทีเอ็มหาย เพราะกลัวยายเอ็ด ตอนนี้ยายไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน ตาก็แย่”

“ยายก็กลัวนะว่าคงไม่ได้คืน เพราะถ้าพูดถึงหลักฐาน ก็คือคนที่พามานั่นแหละ แต่เขาจะยอมรับมั้ยล่ะ ยายก็ทำใจ ไม่รู้เหมือนกันช่างเขาเถอะ เขาทำกับคนพิการได้ก็ไม่รู้จะว่ายังไงเนาะ(ยิ้ม) เวรกรรมก็ตามทันเองแหละ อย่างยายไม่เป็นไรมือไม้ยังดีอยู่ แต่อ้อมสิใช่มั้ย ถ้าเขายังอยู่ความรู้สึกอ้อมจะเป็นยังไง เขาคงรู้สึกแย่ แล้วตาก็อายุแปดสิบกว่าแล้ว เขาจะคิดยังไง ที่คุณมาหลอกเขา แล้วก็ใช่ว่าเราจะสบายก็ต้องดิ้นรนเหมือนกัน”

ก่อนทิ้งท้ายทั้งน้ำตาว่า หลานสาวตนไปดีแล้ว แต่นักร้องหนุ่มกำลังจะตายทั้งเป็น

“เสียใจแทนหลาน ถ้าอ้อมอยู่คงเสียใจมากๆ ยายก็คุยกับตาว่าอ้อมเขาไปสบายนะ ถึงเขาตกอับแต่เขาตายไปสบาย แต่นาธานเขาตายทั้งเป็น เขาจะทรมานขนาดไหน เขาจะสู้หน้าคนได้มั้ย ไม่ได้เลย อย่างอ้อมไปคนยังพูดถึง อย่างนาธานเขาตายทั้งเป็นเลยนะ แล้วประชาชนจะยอมรับมั้ย คนเขาไม่ยอมรับนะอย่างนี้ ตาเขาก็พูดเหมือนกับยายพูดนั่นแหละ ว่าไม่น่าทำเลย ตายังถามเลย แล้วเราจะได้คืนมั้ย(หัวเราะ) ยายก็ได้แต่บอกให้ตาทำใจแหละ”

“ยายไม่อยากฟ้องนะ ไม่อยากทำ ยายก็อายุปูนนี้แล้ว เหมือนตาสีตาสาไปเดินเรื่องก็แค่นั้นเอง ใครจะเดินเรื่องให้เรา คิดซะว่าทำบุญไปละกัน ไม่ตายก็หาใหม่ได้ มีแค่เท่าไหนเราก็กินของเราเท่านั้น”

“ก็ อยากจะบอกว่าให้เห็นแก่อ้อมด้วยก็แล้วกัน อ้อมเขาพิการเขาไม่มีทางสู้รบตบมือกับใคร แล้วก็เห็นแก่ตาด้วยตาเขาแก่แล้ว ตอนนี้แย่มากบอกเลยว่าแย่สุดๆ เลย(น้ำตาซึมเสียงสั่นเครือ) อยู่ห้องไปซียู (รู้สึกโกรธนาธานบ้างมั้ยคะ?) ยายไม่โกรธนะ ปล่อย นึกว่าเวรกรรมละกัน (คิดมั้ยว่าถ้าเขาไม่เอาเงินส่วนนี้ไปเราก็คงไม่ลำบากขนาดนี้?) ใช่ๆ เขาก็รู้ว่ายายไม่ได้ร่ำรวยอะไร ทุกวันนี้ก็กินบำนาญตา อยากให้เขาเห็นแก่ตากับยายด้วยละกัน เห็นเขาเหมือนลูกเหมือนหลานถึงได้ช่วย”

“เขา ทำกับคนป่วยแบบนี้ได้ไง กับยาย ยายไม่คิดหรอก เราเป็นคนปกติดี แต่อย่างอ้อมเขาทำได้ยังไง ถ้าอ้อมอยู่คงเสียใจมากๆ ยายยังพูดกับตาเลยว่าถ้าอ้อมอยู่คงเสียใจ ไม่น่าหลอกเรา อ้อมเขาไว้ใจนาธานมาก มีอะไรก็โทรปรึกษากันทุกครั้ง เขาโทรคุยกันเรื่อย”

“ยายไม่ชอบด่าใคร ตามเวรตามกรรมละกัน ถ้าคิดให้สบายใจ ยายก็พูดกับตาเหมือนกันว่า ชาติก่อนเราคงไปเอาของเขามา ชาตินี้เขาถึงโกงเรา คิดให้สบายใจ แค่คิดเรื่องตาก็แย่แล้วตอนนี้ ยายไม่อยากจะคิดอะไรแล้ว ก็อยากให้เขา(นาธาน)มาเห็นว่าตอนนี้ตาเป็นยังไงบ้าง”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์