รัฐบาล ใช้ช่องทูต! ขอเทปเสียงหมิ่น “ในหลวง” มัดคอ นช.แม้ว


สาทิตย์ วงศ์หนองเตย

สาทิตย์ วงศ์หนองเตย

รมว.สำนักฯ เผย รบ.เตรียมทำหนังสือขอเทปต้นฉบับจาก “ไทมส์ออนไลน์” เพื่อพิสูจน์เจตนาผู้ให้สัมภาษณ์หมิ่นในหลวงฯ เตรียมใช้ช่อง กม.เล่นงาน พร้อมให้ช่องทางการทูตประสานสื่อผู้ดี พร้อมทำหนังสือชี้แจงข้อเท็จเจริงอย่างเป็นทางการย้ำเหตุผลยกเลิก เอ็มโอยู เพราะคำนึงถึงการแบ่งปันผลประโยชน์มากกว่าเรื่องพื้นที่ทับซ้อน

วันนี้ (10 พ.ย.) ที่รัฐสภา นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติยุติบันทึกความเข้าใจหรือเอ็มโอยู ระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชา ว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชา ต่างอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนบนอ่าวไทยว่า เนื่องจากขณะนี้มีข้อเท็จจริงที่เปลี่ยนแปลงไปซึ่งเป็นเรื่องของการแบ่ง ปันผลประโยชน์ ที่จะต้องพิจารณาในรายละเอียด หลักการเบื้องต้น ครม.เห็นชอบตามที่กระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้เสนอ คือ การให้ยุติการเจรจา หากจะมีการยกเลิกต้องมีการเสนอต่อรัฐสภาต่อไป ส่วนช่วงเวลาที่เหมาะสมในการยกเลิกนั้นเป็นเรื่องที่กระทรวงการต่างประเทศจะ รับมติ ครม.ไปพิจารณากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เมื่อถามว่าในการยกเลิกเอ็มโอยู กระทรวงการต่างประเทศได้รายงานผลดีผลเสียที่จะเกิดขึ้นหรือไม่ นายสาทิตย์กล่าวว่า มีการพิจารณารายละเอียดอย่างถี่ถ้วนแล้ว เพราะเนื้อหาเป็นการแบ่งปันผลประโยชน์มากกว่าการคำนึงถึงเรื่องอื่นที่มี ความซับซ้อนมากกว่า เช่นกรณีพื้นที่ทับซ้อน

เมื่อถามถึงกรณีบทสัมภาษณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีในหนังสือพิมพ์ไทมส์ ที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบันอย่างรุนแรงนั้น ล่าสุดรัฐบาลไทยเตรียมประสานขอเทปต้นฉบับนั้นดำเนินการไปถึงไหนแล้ว นายสาทิตย์กล่าวว่า ได้หารือกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว ซึ่งจะต้องดำเนินการ 2 อย่าง คือ 1.รัฐบาลต้องชี้แจงข้อเท็จจริงเพราะนี้กระทบสถาบันเบื้องสูงและประชาชนคน ไทยซึ่งเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงลอนดอน ได้เข้าชี้แจงกับหนังสือไทมส์แล้ว และจะทำหนังสือชี้แจงอย่างเป็นทางการอีกครั้ง 2.พ.ต.ท.ทักษิณ อ้างว่าไทมส์ออนไลน์ลงข่าวบิดเบือนข้อเท็จจริง ซึ่งสำนักนายกรัฐมนตรีอาจจะทำหนังสือพร้อมลงนามส่งไปยังหนังสือไทมส์เพื่อ ประสานขอเทปการให้สัมภาษณ์ทั้งหมด เพื่อตรวจสอบว่าเป็นไปตามที่ไทมส์ เผยแพร่จริง หรือเป็นไปตามที่ พ.ต.ท. ทักษิณ กล่าวหา เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่าฝ่ายใดเป็นผู้บิดเบือนข้อเท็จจริง

“หากได้เทปนั้นมาเราจะสามารถพิสูจน์เจตนาของคนที่พูดได้ว่าต้องการ อะไรกันแน่” นายสาทิตย์กล่าว และว่า หากเป็นไปตามที่ไทมส์เสนอจริงเราจะต้องมาดูว่าผิดกฎหมายอะไรบ้าง ซึ่งต้องตรวจสอบเพราะขณะนี้เราอ่านจากไทมส์ออนไลน์เท่านั้น และถูกอ้างจากตัวคนให้สัมภาษณ์ว่าถูกบิดเบือน ดังนั้นตัวที่จะพิสูจน์ได้ดีที่สุด คือ เทปเสียง

เมื่อถามว่าท่าทีของหนังสือไทม์ยินดีที่จะส่งเทปต้นฉบับให้หรือไม่ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า หนังสือจะส่งไปวันนี้ เบื้องต้นสถาทูตที่กรุงลอนดอนมีการประสานงานไปแล้ว แต่ยังไม่ได้ตรวจสอบว่าไทมส์ว่าอย่างไร เข้าใจว่าในฐานะที่เป็นสื่อที่มีมาตรฐานระดับโลก อีกทั้งเรื่องดังกล่าวมีความกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนอีกประเทศหนึ่งจึง น่าที่จะให้ความร่วมมือ ส่วนตัวเนื้อหาจะเข้าข่ายขัดต่อ พ.ร.บ.ความมั่นคง หรือหมิ่นพระบรมเดชานุภาพหรือไม่นั้นเป็นเรื่องที่ฝ่ายกฎหมายจะต้องตรวจสอบ ขณะนี้ยังยืนยันอะไรไม่ได้ เพราะยังไม่ได้มีการตรวจสอบอย่างละเอียด แต่เท่าที่อ่านเนื้อหาเชื่อว่า หลายคนคงเห็นชัดเจนแล้วว่า เป็นการไม่เหมาะสมมาก และเป็นเรื่องที่หมิ่นเหม่ เป็นเจตนาที่มีการจาบจ้วง

เมื่อถามว่ารัฐบาลจะมีการดูแลเว็บไซต์ที่มีหมิ่นเหม่อย่างไร นายสาทิตย์กล่าวว่า เรื่องนี้กระทรวงเทคโนโลยีและสารสนเทศ (ไอซีที) ดูแลอยู่แล้วเพียงแต่การดำเนินการต้องปรากฏข้อมูลที่ชัดเจนว่ามีลักษณะผิด กฎหมายจริงจึงจะใช้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์จัดการได้

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

Advertisements