ผบ.ทบ.อัดแม้ว มิบังควร ประวิตรหลบสื่อ


พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา

“อนุพงษ์” จวก “ทักษิณ” หมิ่นสถาบัน ไม่บังควร “ประวิตร” หลบสื่อบินด่วนเช็คอุณหภูมิชายแดน กกล.บูรพา ที่ประชุมองคมนตรี โยนเป็นเรื่องของรัฐบาลดำเนินการ

วันที่ 10 พ.ย. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่กองกำลังบูรพา จ.สระแก้ว เพื่อให้โอวาทกำลังพลและทำความเข้าใจกับหน่วยในพื้นที่ถึงสถานการณ์ความขัด แย้งระหว่างไทยและกัมพูชา โดย พล.อ.ประวิตร ให้โอวาทกับกำลังพลตอนหนึ่งว่า การลดระดับความสัมพันธ์ของรัฐบาล เป็นเรื่องการทูต แต่กองทัพไม่ต้องการให้กระทบเรื่องอื่นๆ ซึ่งนโยบายความสัมพันธ์ตามชายแดนยังเหมือนเดิม คือ ทหารจะไม่ใช้กำลัง

รายงาน ข่าวแจ้งว่า การเดินทางลงพื้นที่ จ.สระแก้ว ของ พล.อ.ประวิตร ครั้งนี้ ได้มีการเปลี่ยนแปลงกำหนดการเดินทาง เดิมคณะของ พล.อ.ประวิตร จะขึ้นเครื่องเฮลิคอปเตอร์แบล็คฮอว์คของกองทัพบกที่กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) ในเวลา 10.00 น. แต่ภายหลังที่มีคณะสื่อมวลชนมาเฝ้ารอสัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศพาดพิงถึงสถาบันเบื้องสูง รวมถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางเข้าประเทศกัมพูชา เพื่อเข้ารับตำแหน่งที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา เช้าวันที่ 10 พ.ย. ทำให้ พล.อ.ประวิตร สั่งให้เจ้าหน้าที่และนักบินนำเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์แบล็คฮอว์คออกเดินทาง จาก พล.ม.2 รอ. ไปรับ พล.อ.ประวิตร ที่สนามลานจอดเครื่องบินภายในกรมทหารราบที่ 1 (มหาดเล็ก) รักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) แทน ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อเลี่ยงที่จะให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นดังกล่าว

ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ได้ยกเลิกภารกิจเดินทางไปตรวจเยี่ยมวันสถาปนากรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ ที่ จ.ลพบุรี ในช่วงเช้า โดยปฏิบัติภารกิจอยู่ในกองบัญชาการกองทัพบก ก่อนที่จะเดินทางปฏิบัติภารกิจเข้ารับเสด็จสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ในเวลา 14.00 น. ทั้งนี้ ในวันที่ 11 พ.ย. กระทรวงการต่างประเทศได้เชิญโฆษกของทุกเหล่าทัพเข้ารับฟังการสรุปสถานการณ์ ความขัดแย้งชายแดนไทยกัมพูชา รวมถึงการกำหนดท่าทีเกี่ยวกับกรณีการหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ภายหลังการให้สัมภาษณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อทำความเข้าใจข้อมูลที่ตรงกัน

เมื่อ เวลา 18.00 น. พล.อ.อนุพงษ์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ กรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวพาดพิงสถาบันเบื้องสูงว่า ผู้บัญชาการเหล่าทัพมีการพูดคุยและหารือกันแล้วว่า จะทำความเข้าใจกับผู้ใต้บังคับบัญชาให้รู้เรื่องในความเป็นจริง แต่น่าหนักใจต่อข้อกฎหมาย เพราะถ้ามีลักษณะเหตุการณ์ทำซ้ำจะเป็นแง่ทางกฎหมายทันที เนื่องจากขณะนี้ทางเว็บไซต์ไม่มีแล้ว เรามีนโยบายให้ผู้ใต้บังคับบัญชาให้ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และปกป้องเทิดทูนสถาบัน ต้องช่วยกันปกป้องและเทิดทูนสิ่งที่พระองค์ทรงทำ ให้กับประเทศชาติ และให้รู้ว่า การกระทำดังกล่าวมิบังควรอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเป็นคนไทย

เมื่อถามว่า การให้สัมภาษณ์ของพ.ต.ท.ทักษิณ รุนแรงกว่าทุกครั้ง พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า เขาดำเนินการอย่างไรก็รู้กันอยู่ เขาเคลื่อนไหวกันมาต่อเนื่อง เขานึกว่า ถึงจุดที่จะทำอย่างนั้นได้ การละเมิด ตนพูดรายละเอียดไม่ได้ เมื่อถามว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมีนโยบายให้ผู้บัญชาการเหล่าทัพอย่างไร พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ผู้บัญชาการเหล่าทัพเห็นตรงกันหมดว่า เป็นการกระทำที่ไม่บังควร แต่การที่จะไปดำเนินการอะไรต่อค่อนข้างจะยาก เพียงแต่ ต้องไปบอกให้ผู้ใต้บังคับบัญชาอย่าพูดเรื่องนี้ต่อ เพราะไม่เป็นการบังควร เมื่อถามว่า กองทัพบกจะเร่งดำเนินการอย่างไร พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า เรื่องคำสั่งที่จะมีไปถึงผู้ใต้บังคับบัญชามีแน่ แต่จะให้ชี้แจงคงลำบาก ผู้บังคับหน่วยคงไม่สามารถไปสั่งการอะไรได้ เพราะถ้าไปสั่งเกรงว่า จะทำให้มีการพูดต่อกันได้ และบางคนที่ไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวไม่เป็นอะไร แต่คนที่มีเกรงว่า จะไปพูดต่อ หรือขยายต่อ หรือไปวิเคราะห์วิจารณ์ จะทำให้ไม่ดี และจะทำให้เกิดผลกระทบกลับมา คงจะไปขยายความต่อไม่ได้ เพราะการไปอธิบายให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีหลายระดับ สิ่งที่ดีที่สุดขอชี้แจงว่า เป็นการไม่บังควร

เมื่อถามว่า พ .ต.ท.ทักษิณ เดินทางเข้าประเทศกัมพูชาเพื่อมาเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจให้กัมพูชา พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณต้องพิจารณาเอง เพราะพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นอดีตนายกรัฐมนตรีไทยควรจะรู้ว่า อะไรเหมาะสมหรือไม่เหมาะ เมื่อถามถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีความเคลื่อนไหวทางด้านการทหาร เพียงแต่ติดตามสถานการณ์อยู่ ซึ่งสถานการณ์ยังปกติ ไม่น่าเป็นห่วง อย่างไรก็ตามตอนนี้ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และไม่ให้เกิดการเผชิญหน้า

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบองคมนตรี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ เป็นประธานการประชุมคณะองคมนตรีประจำสัปดาห์ในวาระปกติ การประชุมไม่ได้มีการนำประเด็นคำสัมภาษณ์ของ อดีตนายกรัฐมนตรีที่มีการพาดพิงถึงสถาบันเบื้องสูงเพราะเห็นว่า เป็นอำนาจหน้าที่ของรัฐบาลที่จะดำเนินการ และรัฐบาลจะต้องเร่งดำเนินการให้เกิดความชัดเจน เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้สถาบันเบื้องสูงเกิดภาพลบ การจะให้ทำเนียบองคมนตรี หรือ สถาบันเบื้องสูง ออกมาดำเนินการคงไม่สามารถทำได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมองคมนตรีไม่ได้ดำเนินการเรื่องนี้ ต้องดูว่า รัฐบาลจะทำอย่างไร เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องดำเนินการ จะให้ไปเต้นตามพ.ต.ท.ทักษิณ คงไม่ได้ แต่การที่พ.ต.ท.ทักษิณ ออกมาพูดพิงสถาบันเบื้องสูง ทำให้ตัวเขาแย่ และเสียเครดิตไปมาก พ.ต.ท.ทักษิณยิ่งพูดก็ยิ่งเสีย ขณะนี้ยอมรับว่า ทุกฝ่ายเหนื่อยใจ รัฐบาลจะต้องรีบดำเนินการ ปล่อยเฉยไม่ได้ หากปล่อยเฉยจะยิ่งทำให้สถานการณ์ดูย่ำแย่ ควรมีมาตรการอะไรออกมา เพราะเป็นหน้าที่โดยตรงของรัฐบาล จะให้สถาบันออกมาคงไม่ได้

พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ภายหลัง อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางมายังประเทศกัมพูชาว่า ขณะนี้สถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชายังเป็นไปตามปกติ ไม่มีปัญหาอะไร และประชาชนทั้งสองประเทศยังคงมีการค้าขาย เดินทางไปมาหาสู่กันอย่างปกติ ทั้งนี้ ในที่ 12 พ.ย. ที่หมู่บ้านภูมิซรอลจะมีการแข่งขันกีฬาเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างทหารไทยกับทหาร กัมพูชา รวมถึงชาวบ้านทั้งสองประเทศ ที่ผ่านมาตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ได้มีกิจกรรมการเชื่อมสัมพันธ์มาโดยตลอดอยู่แล้ว แสดงให้เห็นว่า ขณะนี้สถานการณ์ชายแดนยังเป็นไปตามปกติ คือ ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ของตนเองด้วยการรักษาอธิปไตยของตนเอง

“ขณะนี้ไม่มีสถานการณ์ใดพิเศษ และ ผู้บัญชาการทหารบก ไม่ได้สั่งการอะไร เพราะไม่มีคำสั่งการพิเศษใดจากรัฐบาลเพิ่ม จึงไม่มีความจำเป็นจะทำให้สถานการณ์เกิดความตึงเครียดเพิ่มเติม กองทัพจะปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบขั้นตอนเดิม โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด ส่วนสถานการณ์ที่เกิดขึ้นปัจจุบันเป็นเรื่องการเมืองที่เป็นหน้าที่ของ รัฐบาลที่จะดำเนินการ ส่วนการทำหนังสือขอตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยนั้น เป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศที่ต้องดำเนินการ ทางกองทัพไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้” โฆษกกองทัพบก กล่าว

ที่มา หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ